ทีวีไม่ใช้คลื่นความถี่ลงทะเบียน 593 ช่อง
ดร.
นิพนธ์ นาคสมภพ
ราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 16 ตุลาคม 2555 ลงประกาศ กสทช.
เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการวิทยุและโทรทัศน์
โดยให้ผู้ประกอบกิจการยื่นแบบฟอร์มขออนุมัติการให้บริการภายใน 60 วัน ถึงวันที่
16 ธันวาคม 2555 มีโทรทัศน์ประเภทไม่ใช้คลื่นความถี่ของชาติทั้งประเภทฟรีทีวีและเปย์ทีวียื่นลงทะเบียนรวม 593 ช่อง โดยมี สมาชิกของสมาคมรวมอยู่ด้วย 90
ช่อง
ก่อนหน้าที่จะมาถึงการขออนุญาตนี้สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม(ประเทศไทย)
ได้ทำอะไรไปบ้าง เราเริ่มตั้งแต่การเข้าร่วมให้ความคิดเห็นสาธารณะเพื่อร่างประกาศต่างๆ
ของ กทช. และ กสทช ทุกครั้ง และได้ยื่นเป็นลายลักษณ์อักษร รวม 5 ครั้ง
ครั้งแรก อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ
อดีตนายกสมาคมฯ
ยื่นร่างหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ดาวเทียมให้ กทช. พิจารณาประกาศใช้ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2552 ณ
โรงแรมรามาการ์เด้น เป็นร่างหลักเกณฑ์ที่แยกตัวออกมาจากโทรทัศน์จัดสรรคลื่นความถี่ (Terrestrial) อย่างชัดเจน 2 ประเภท
ประกอบด้วยประเภทที่รับชมได้โดยอิสระ (Free to air)
และประเภทที่รับชมได้เฉพาะกลุ่ม (Encription)
ครั้งที่สองและครั้งที่สาม ดร.
นิพนธ์ นาคสมภพ นายกสมาคมฯ
ยื่นหนังสือและสงวนสิทธิ์ เมื่อวันที่
1กันยายน 2555
และทำหนังสือขอให้แก้ไขเพิ่มเติมตามที่ขอยื่นหนังสือสงวนสิทธิ์ประกาศ กสทช.
ทุกฉบับ เมื่อ วันที่ 6 กันยายน 2555 โดยมีสาระสำคัญชี้แจงว่ากิจการโทรทัศน์ดาวเทียม
คือ กิจการโทรทัศน์นอกเหนือไปจากกิจการโทรทัศน์ใช้คลื่นความถี่ ซึ่งต้องขออนุญาต
หรือกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ที่มีการบอกรับสมาชิก
เนื้อหาที่ขอให้แก้ล้วนเป็นเนื้อหาที่สมาคมฯ และสมาชิกของสมาคมฯ
เคยแสดงความคิดเห็นแล้วทั้งสิ้น เช่น ยกการจำกัดจำนวนโฆษณาออก
ระบุจำนวนเงินค่าสมัครค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงกองทุน
และยกเว้นข้อจำกัดและเงื่อนไขโทรทัศน์เพื่อการศาสนา
ครั้งที่สี่ ดร. นิพนธ์ นาคสมภพ นายกสมาคมฯ ยื่นหนังสือขอให้มีคำวินิจฉัยชี้ขาด ขอบเขตและเงื่อนไขการอนุญาต เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 โดยเน้นสาระสำคัญไปที่ การจำกัดเวลาโฆษณา
และการนำส่งเงินรายปีเข้ากองทุน
ครั้งที่ห้า เมื่อ
6 ธันวาคม 2555 สมาชิกของสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมไป กสทช. เพื่อร่วมกันประกาศตัวยืนยันว่าสมาชิกของสมาคมทุกช่องจะยื่นขอรับใบอนุญาตเพื่อแสดงเจตนาที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย
กสทช. และเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ พร้อมกับให้กำลังใจ กสทช. คณะกรรมการคณะอนุกรรมการทุกคณะ
และได้ขอให้ กสทช.
พิจารณาข้อเรียกร้องของสมาคมฯ ที่เคยส่งมาให้แล้วทั้ง 4 ครั้งก่อนหน้านี้
การยื่นขอใบอนุญาตจะใช้เวลาทั้งหมด 110 วันทำการ รายที่ไม่มีปัญหาแก้ไขเพิ้มเติมควรประกาศผลได้ไม่เกิน
5 มิถุนายน 2556
การพิจารณาคำขอแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร การพิจารณาให้ความเห็น
การนำเสนอกรรมการ และการพิจารณาอนุมัติ ดังนี้
ขั้นตอนแรกการตรวจสอบเอกสาร
ผู้ประกอบการได้ยื่นขออนุญาตโดยตามแบบคำขอ โดยมีหลักฐานประกอบตามประกาศกสทช.
ข้อ 9 ไปเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2555
ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่จะใช้เวลาตรวจสอบเอกสารให้แล้วเสร็จ 15 วันทำการ
ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มกราคม 2556
ขั้นตอนที่สองการพิจารณาให้ความเห็น เจ้าหน้าที่ชุดที่สองจะพิจารณากลั่นกรอง
วิเคราะห์ความเหมาะสม จัดทำร่างใบอนุญาตพร้อมเงื่อนไข เสนอให้กรรมการพิจารณาแล้วเสร็จโดยใช้เวลาไม่เกิน
60 วันทำการ หรือประมาณวันที่ 4 มีนาคม
2556 หากไม่แล้วเสร็จขอขยายเวลาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ๆ
ละ 15 วัน ตามประกาศกสทช. ข้อ 10
ขั้นตอนที่สามการนำเสนอกรรมการ เจ้าหน้าที่ชุดที่สามเสนอผลการกลั่นกรองต่อกรรมการไม่เกิน
15 วันทำการหรือประมาณวันที่ 25 มีนาคม 2556
โดยพิจารณาตามประกาศ กสทช. ข้อ 11 ประกอบด้วยวัตถุประสงค์ การบริหารจัดการ แผนการลงทุนและพัฒนากิจการ
ความต้องการของผู้บริโภค ความเสมอภาคในการแข่งขัน และคุณภาพรายการ
ขั้นตอนที่สี่การพิจารณาของกรรมการ ให้กรรมการประชุมโดยพิจารณาตามประกาศข้อ 11 ภายใน 30 วันทำการ
ยกเว้นบางช่องที่กรรมการต้องการให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมภายใน 30 วัน
นับแต่วันที่รับแจ้ง
และเมื่อกรรมการมีมติแล้ว
ให้สำนักงาน กสทช.
แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบเป็นหนังสือภายใน 15 วันทำการ
หรือประมาณวันที่ 5 มิถุนายน 2556
การอนุญาตครั้งแรกนี้จะอนุญาตให้ 1 ปี เมื่อครบกำหนดและประสงค์จะดำเนินกิจการต่อ
กรรมการจะพิจารณาการต่ออายุใบอนุญาตอีก 14 ปี โดยไม่ต้องเสียค่าสมัครใหม่
การแสดงความคิดเห็นสาธารณะที่สมาคมฯ
ได้เสนอและ กสทช.
ปรับเปลี่ยนแก้ไขจากร่างเดิมและมีผลต่อการยื่นขอรับใบอนุญาตครั้งนี้ คือ
1.
การขออนุญาตบริการช่องรายการโทรทัศน์ดาวเทียมนี้
เดิม กสทช. กำหนดให้ผ่านกระบวนการพิจารณาทุกขั้นตอนรวม 5 ขั้นตอน
สมาคมฯ
ทักท้วงเพราะเห็นว่าแม้ กสทช. มีเจตนาดีในการพิจารณาโดยละเอียด แต่ประสบการณ์จากการขออนุญาตยิ่งมีขั้นตอนมากก็ยิ่งมีการวิ่งเต้นมาก มีการทุจริตมาก และมีหลายมาตรฐาน ดังนั้นจึงขอให้ กสทช.
ปรับเปลี่ยนขั้นตอนการขออนุมัติให้เหลือขั้นตอนเดียว
ขอบคุณ กสทช.
ที่รับฟังความเห็นและไปปรับขั้นตอนการพิจารณาลดลงเป็นการตรวจสอบเอกสาร
การให้ความเห็น การนำเสนอ และพิจารณาอนุมัติโดยกรรมการขั้นตอนเดียว
2.
การส่งมอบเอกสาร เดิม กสทช.
กำหนดให้ส่งสำเนาสัญญาลิขสิทธิ์รายการทั้งหมด
สมาคม
ฯ ท้วงว่าการซื้อลิขสิทธิ์เป็นข้อตกลงชั้นความลับของการทำธุรกิจที่มีการแข่งขันในโลกเสรี
เพราะแต่ละสัญญามีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน และลิขสิทธิ์บางรายการมีสัญญามากกว่าหนึ่งสัญญา
ทุกสัญญามีพรบ. ลิขสิทธิ์ ควบคุมอยู่แล้ว หากส่งสำเนาสัญญาให้
แล้ว กสทช. จะประกันชั้นความลับให้ได้หรือไม่
การขนส่งสำเนาจะทำอย่างไร เพราะช่องรายการต่างประเทศบางช่องมีสัญญาเป็นพันเรื่อง
ขอบคุณที่ กสทช เข้าใจความโกลาหลและปัญหาความยากลำบากที่จะเกิดขึ้น
จึงแก้ไขให้แสดงเฉพาะทะเบียนรายชื่อรายการโทรทัศน์ที่แต่ละช่องเป็นผู้ถือสิทธิ์และสามารถแสดงสิทธิ์ได้เมื่อร้องขอ
3.
อายุการอนุญาต เดิมการอนุญาตบริการช่องรายการโทรทัศน์ดาวเทียมนี้ กสทช. กำหนดให้แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 1 ปี 4 ปี และ 10 ปี (1+4+10)
สมาคมฯ
ทักท้วงเพราะเห็นว่าการลงทุนกิจการโทรทัศน์ดาวเทียมปัจจุบันเป็นธุรกิจที่อย่างน้อยต้องลงทุนร้อยล้านขึ้นไป
เพราะแต่ละช่องต้องทำรายการเสริมโดยเฉพาะช่องที่ได้รับอนุญาตประเภทกิจการทางธุรกิจ
24 ชั่วโมง
ต้องมีข่าวหรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 25
หรือวันละ 6 ชั่วโมง
ดังนั้น
ช่องโทรทัศน์ดาวเทียมรายเล็กรายน้อยที่เคยนำของเก่ามาแพร่ภาพซ้ำไปซ้ำมา
ก็ต้องปรับปรุงตนเองหลังมีใบอนุญาตต้องมีเงินลงทุนผลิตรายการเพิ่ม
ถ้าไม่มีเงินและกู้ไม่ได้เพราะระยะสัญญา 1+4+10 ช่องเหล่านี้ต้องล้มหายตายจากไป
ดูเหมือนว่า กสทช.
จะเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครี่ง ยอมลดจาก 1+4+10 มาครึ่งทาง เหลือสองขั้นตอน คือ อนุมัติครั้งแรก 1 ปี
และต่อโดยอัตโนมัติอีก 14 ปี หรือ 1+14
แต่สองขั้นตอนนี้อาจเป็นปัญหากับผู้ประกอบการปัจจุบัน เพราะ กสทช. ยังไม่มีความแน่แน่นอนอาจจะอนุญาตทั้งหมดหรือคัดกรองเอาเฉพาะช่องที่ต้องการไว้
ช่องที่เหลือต้องวิ่งเต้นกันเอง
มาตรการอนุญาตนี้คงตีความได้ว่าเป็นมาตรการชะลอการขยายการลงทุน
เพราะผู้ที่จะลงทุนคงไม่มีใครกล้าลงทุนเพิ่มระยะยาว เพราะการลงทุนระยะยาวมีความเสี่ยงสูงกับการลงทุนช่วงแรกที่มีอายุ
1 ปี เพราะถ้าไม่ได้ต่อใบอนุญาตการลงทุนก็เท่ากับสูญเปล่า
ยิ่งถ้าระยะเวลาการลงทุนโทรทัศน์ดิจิตอลทั่วไปกำหนดให้
15 ปี แทนที่จะเป็น 1+14 เท่ากัน ก็เท่ากับว่า กสทช.
สร้างเงื่อนไขเพื่อให้การแข่งขันไม่เป็นธรรมเพราะทั้งทีวีดิจิตอลทั่วไปและทีวีดาวเทียม
คือ ทีวีที่ไม่ได้เรียกเก็บรายเดือนเหมือนกัน
สำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตโทรทัศน์ดาวเทียมเฉพาะปีแรก
ไม่มีประกาศเป็นรูปธรรมว่าจะพิจารณาอย่างไร ดังนั้นผู้ได้รับใบอนุญาตคงต้องระวังไม่ให้กฎหมายต่างๆ
มาเป็นอุปสรรคต่อการพิจารณาต่อใบอนุญาต โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับ พรบ.
กว่ายี่สิบฉบับ ทั้งความมั่นคง อาหาร ยา และคุ้มครองผู้บริโภค
กสทช.
เองก็คงต้องพิจารณาให้การอนุญาตโทรทัศน์ทุกประเภทอยู่ในมาตรฐานเดียวกันไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ประเภทจำกัดหรือไม่จำกัดความถี่ แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่า โทรทัศน์ประเภททั่วไปแบบดิจิตอลจะกำหนด 1+14 ปี หรือไม่
ถ้าเงื่อนไขอายุการอนุญาตต่างกัน หมายความว่า กสทช.
สนับสนุนโทรทัศน์ประเภทที่ให้ 15 ปีทันที่
และมีเจตนาลดบทบาทของโทรทัศน์ดาวเทียมใช่หรือไม่
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น