วันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2556

"อาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2556 เวลา 15:00 น. นาทีที่สำนักโพลล์ไทยต้องจดจำ" ..เขียนเมื่อ มี.ค.56

อาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2556 เวลา 15:00 น. นาทีที่สำนักโพลล์ไทยต้องจดจำ
ดร.  นิพนธ์  นาคสมภพ
            คนทีวีเชื่อว่าการนำเสนอรายการเลือกตั้งเป็นงานที่องค์กรข่าวประเภทวิทยุโทรทัศน์ และ่ะออนไลน์ต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นงานที่เปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนเป็นรูปธรรมว่าองค์กรไหนรวดเร็ว แม่นยำ และถูกต้องมากกว่ากัน
          การประกาศทำนายผลทันทีที่ปิดหีบเลือกตั้งมีความหมายอย่างยิ่ง บางช่องให้ความสำคัญถึงกับเคาท์ดาวน์หรือขานนาทีที่จะถึง 15.00 น. เหมือนขึ้นปีใหม่  เพราะคนทีวีเชื่อว่าเป็นนาทีที่แจ้งข่าวได้ เร็วที่สุด และถ้าผลการทำนายช่องไหนทำนายพลาดไม่เกินร้อยละ 5  ก็นำไปทำเป็นข่าวต่อเนื่องว่าเป็นช่องที่รายงานใกล้เคียง ความเป็นจริงมากที่สุด
           การนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยรายงานผลการเลือกตั้งได้รวดเร็วเท่าไรก็จะทำให้ผู้ชมติดตามช่องนั้นมาก  และถ้าใครยืนยันผลได้ก่อนอย่างถูกต้องก็จะได้รับความน่าเชื่อถือ
           จำได้ว่าครั้งแรกที่ผมเข้าไปยุ่งเรื่องการวิจัยผลเลือกตั้งสมัยที่คุณประสิทธิ์ หิตะนันท์  เป็น ผอ.
อสมท. ได้ชวนคุณสุทธิชัย หยุ่น หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น  มาเป็นพันธมิตรทำเอ็กซิท โพลล์  ชวนคุณสหัส ตรีทิพยบุตร จากธนาคารกรุงไทยเป็นพันธมิตร  ทำรายการรายงานผลเลือกตั้งส.ส.ครั้งที่ 19 เมื่อ 13 กันยายน 2535 
             ต่อจากนั้นเหมือนเป็นประเพณีที่ชาว อสมท. ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งอย่างมากเพราะเป็นรายการหนึ่งในไม่กี่รายการที่ช่อง 9   ได้รับความสนใจจากผู้ชมมากกว่าผู้ชมช่องอื่นที่เสนอรายการอื่นในวันเลือกตั้ง
              การเลือกตั้งครั้งต่อๆ มา  พันธมิตรทำเอ็กซิทโพลล์เปลี่ยนจากเนชั่นเป็นดุสิตและต่อด้วยเอแบค ในการเลือกตั้ง สว. เมื่อ  4 มีนาคม 2543  ส่วนคุณสหัสจากกรุงไทยยังคงเป็นผู้ประมวลรายงานผลหลัง 15.00 น. 
             จำได้ว่าหลัง 15.00 น.  ผู้สมัคร สว.  กทม. ที่เอแบคทำนายว่าจะได้เป็น สว. เกือบทั้ง 18 ท่าน  มารวมตัวกันเพื่อรอดูรายงานผลการนับคะแนนจริงของกรุงไทยที่ห้องส่ง อสมท. 
            การเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อ 6 มกราคม 2544 เป็นวันที่ผมจดจำและนำมาเล่าขานเป็นกรณีศึกษาประกอบการบรรยายตลอดมา  นาทีนั้นใครก็อยากรู้ก่อนว่าพรรคไทยรักไทยจะครองเสียงข้างมากตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ และผลการเลือกตั้งที่มี ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน  เป็นครั้งแรกจะออกมาอย่างไร
            ขณะนั้นผมเป็น  ผอ. สำนักข่าวไทยที่รับนโยบายจาก ดร. สรจักร  เกษมสุวรรณ ผอ.
อสมท.  ให้จัดรายการเลือกตั้งให้เป็นรายการสำคัญและยิ่งใหญ่  โดยสรุปกันว่าจะร่วมกันจัดรายการสด ๕๐๐ สู่สภา 
ผมได้ประสานงานกับพันธมิตรชุดที่ประสบความสำเร็จเมื่อวันเลือกตั้ง สว. คือ ดร.นพดล กรรณิกา  เอแบคโพลล์  รับผิดชอบทำนายผล 15.00  น.  คุณสหัส  ธนาคารกรุงไทย รับผิดชอบรายงานผลหลัง 15.00 น.  และคุณกำแหง ภริตานนท์ จากเดลินิวส์  รับส่งความเคลื่อนไหวในการเลือกตั้งทั่วประเทศ 
 การวางแผนรายการ ๕๐๐ สู่สภา เกือบล่มเพราะ ดร. นพดล แจ้งค่าใช้จ่ายว่าการทำเอ็กซิทโพลล์เลือกตั้งทั่วประเทศให้ได้ผลเพื่อรายงานอย่างถูกต้องเวลา 15.00 น.  ใช้เงิน 18 ล้าน  ดร. สรจักร  ขอเจรจาต่อรองให้เอแบครับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตนเอง  ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศอีก 10 ล้าน  อสมท. เป็นผู้ออก
ค่าใช้จ่ายนี้เป็นเรื่องใหม่ที่เข้าใจยากว่าทำไมต้องเสียเงินขนาดนั้น  ผอ. สรจักร  จึงนำเรื่องขออนุมัติจาก กก. อสมท.  ซึ่ง กก. เองก็มีการอภิปรายพอควรและอนุมัติโดยให้เหตุผลว่า ถ้าระเบียบวิธีวิจัยถูกต้อง ค่าใช้จ่าย 10 ล้านบาท ไม่แพง
แปลง่ายๆ ว่าถ้าจำนวน สส. ผิดจากการเลือกตั้งจริงไม่เกินร้อยละ 5 ราคานี้ไม่แพง  แต่ถ้าผิดมากกว่านี้ก็ต้องรับผิดชอบกันเอง
6 มกราคม 2544 เวลา 15:00 น. คือนาทีที่ผมและเพื่อนร่วมงานต้องจดจำว่า
อสมท. เป็นแหล่งข่าวแหล่งเดียวที่ทำนายผลได้ใกล้เคียงที่สุดว่าไทยรักไทยได้ 241 เสียง และประกาศเวลา 20.30 น. ว่าไทยรักไทยได้ 254 เสียง เป็นตัวเลขที่ ตรงกับจำนวน ส.ส. ไทยรักไทยที่มหาดไทยประกาศอีกสองวันต่อมา ส่วนโพลล์สำนักอื่นวันนั้นทำนายผิดเกินกว่าร้อยละ 10
หลังจากการเลือกตั้ง สส. รายการข่าวภาคค่ำของช่อง 9  มีโฆษณาเพิ่มมากขึ้นจนรู้สึกได้ว่าเป็นผลพวงจากความน่าเชื่อถือจากงานเลือกตั้ง  ดร. นพดล  ได้ทุนไปศึกษาต่อด้านการทำโพลล์เลือกตั้งของสหรัฐฯ และมีโอกาสสัมผัสกับ GALLUP"  สำนักโพลล์ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐฯ  ส่วนผมได้ไปดูการเตรียมการจัดรายการวันเลือกตั้งของบีบีซีที่ลอนดอน  และได้สังเกตการทำโพลล์ที่ NOP ทำให้บีบีซี  เมื่อ 7 มิถุนายน 2544 ครั้งนั้นเอ็กซิทโพลล์ของ NOP ต่ำกว่าคะแนนจริงร้อยละ 1.23  ขณะที่ MORI โพลล์ทำให้ไอทีวีของอังกฤษจ้างโพลล์คนละสำนักทำนายสูงกว่าคะแนนจริงร้อยละ 0.95
ที่เขียนอย่างนี้เพราะเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2556 เวลา 15:00 น. เป็นนาทีที่คนทำข่าวและคนทำโพลล์ของไทยต้องจดจำว่าผู้ชมเปลี่ยนจากความศรัทธาเป็นหมดความเชื่อถือ 
วันนั้นเอ็กซิทโพลล์ 3 สำนัก  ทำนายผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกทม. พลาดหมดทั้งสองคำถามว่า ใครคือผู้ว่ากทม.  และจำนวนคะแนนที่ได้ก็ผิดเพี้ยนเกินกว่าร้อยละ 5  โดยเฉพาะบ้านสมเด็จที่ทีวีพูลให้ความไว้วางใจสนับสนุนค่าใช้จ่าย  เคยให้สัมภาษณ์ก่อนการเลือกตั้งว่าผิดไม่เกินร้อยละ 3  แต่การทายผล  พล.อ.พงศพัศ  มากไป 0.76  และสุขุมพันธุ์น้อยไปร้อยละ 20.25 
ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ช่วงหลังปิดหีบก่อนทราบคะแนนจริงว่า ให้รอดูผลคะแนนก่อนยังไม่รับว่าแพ้หรือชนะ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็นโพลล์ไหนแม่นสักแห่ง
สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป  คงมีองค์กรข่าวให้ความสำคัญกับนิด้าโพลล์มากขึ้น เพราะเป็นโพลล์เดียวที่ทายก่อนวันเลือกตั้งว่า ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ ชนะด้วยคะแนนที่ทำนายไว้คลาดเคลื่อนประมาณร้อยละ 5 
ส่วนสำนักอื่นต้องจดจำวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2556 เวลา 15:00 น. ว่าได้ทำลายความน่าเชื่อถือของโพลล์ให้มีมลทิลไว้อย่างไร

"หนึ่งปีแรกของสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมสมัยที่สอง" ..เขียนเมื่อ มี.ค.56

หนึ่งปีแรกของสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมสมัยที่สอง
ดร. นิพนธ์  นาคสมภพ
สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมประชุมสามัญประจำปีที่ 4 เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2556 โดยสมาคมได้สรุปผลงานระดับมหาภาคเพื่อความอยู่รอดของ ทั้งด้านกฎหมาย เทคนิค และเทคโนโลยี
ด้านกฎหมาย ตามที่ พรบ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์  พ.ศ. ๒๕๕๑ ทีวีดาวเทียมถูกตีความให้มีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับเคเบิลทีวีทั้งที่ทีวีดาวเทียมส่วนใหญ่เป็นฟรีทีวี ทั้งนี้เป็นเพราะช่วงร่างพรบ. ยังไม่มีองค์กรไหนทำความเข้าใจกับองค์กรที่ยกร่างว่า ฟรีทีวีผ่านดาวเทียมคืออะไร
 ผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมจึงได้รวมตัวกันก่อตั้งเป็นชมรมเมื่อปี 2551  และได้จดทะเบียนเป็นเป็นสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2553  ซึ่งกรรมการสมาคมได้ช่วยกันพยายามชี้แจงและสร้างความเข้าใจกับองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  ทั้ง กสทช. กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และตลอดจนองค์กรอิสระต่างๆ 
เพื่อให้ทีวีดาวเทียมเข้าไปอยู่บนพื้นที่ของ กสทช. อย่างสง่างามแบบอารยะประเทศ 
            ต่อมา ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนพิเศษ 157 หน้า 47 เรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ.2555  ลงประกาศ กสทช.  นิยามคำว่าการให้บริการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ หมายความว่า  การให้บริการส่งข่าวสารสาธารณะหรือรายการไปยังเครื่องรับที่สามารถรับชมหรือรับฟังการให้บริการนั้นๆ ได้  ซึ่งไม่ต้องขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์
 ให้นิยามคำว่า การบอกรับสมาชิก หมายความว่าบริการโทรทัศน์ที่ผู้ใช้บริการประสงค์จะรับบริการดังกล่าวตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด  โดยผู้ให้บริการไม่ประสงค์จะให้บริการเป็นการทั่วไป ซึ่งจะมีค่าบริการหรือไม่ก็ตาม
เมื่อนำนิยามทั้งสองมารวมกันก็จะพบว่าทีวีดาวเทียมมีพื้นที่ของตนเองใน กสทช. เป็น โทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ที่ไม่มีการบอกรับสมาชิกหรือไม่มีเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด
 รอบปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ กสทช. ประกาศหลักเกณฑ์ต่างๆ หลายฉบับ  โดยมีหลักเกณฑ์หลายข้อเป็นหลักเกณฑ์ที่ทางสมาคมฯ เสนอให้แก้ไขปรับปรุง เช่น
  1. การขอใบอนุญาต   การพิจารณาอนุญาตให้บริการโทรทัศน์จากร่างประกาศเดิม  กำหนดไว้ให้เป็นเรื่องพิจารณารวม 5 ขั้นตอน  สมาคมเสนอว่าการพิจารณาทุกขั้นตอนต้องใช้เวลาทำให้ล่าช้าและยังเปิดโอกาสให้มีการทุจริตได้ง่าย 
              ในประกาศหลักเกณฑ์การอนุญาต 2555  กสทช. ได้แก้ไขปรับปรุงไว้ในหมวด  ๑ ข้อ ๑๐ ๑๑ และ๑๒ หลักเกณฑ์และวิธีการขอรับใบอนุญาต  ให้ลดขั้นตอนลงเหลือ 3 ขั้นตอน  คือ ขั้นตอนการตรวจรับตรวจสอบ ขั้นตอนการวิเคราะห์และเสนอความเห็น  และขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่ง 3 ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 6 เดือน    

  2. หลักฐานสิทธิทางปัญญา ร่างเดิมผู้ประกอบการต้องนำส่งหลักฐานเกี่ยวกับสิทธิในทางทรัพย์สินทางปัญญา  ซึ่งจะเป็นปัญหาที่ผู้รับใบอนุญาตต้องส่งหลักฐานจำนวนมากโดยเฉพาะช่องรายการที่มีผังรายการแพร่ภาพรายการที่มีลิขสิทธิ์เป็นส่วนใหญ่  นอกจากนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นภาระกับ กสทช. ที่ต้องเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัยและมีความรัดกุมมากน้อยเพียงไร  เพราะหลักฐานดังกล่าวล้วนเป็นความลับทางธุรกิจ  
 กสทช. ได้ประกาศโดยปรับข้อความไว้ในหมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของผู้รับใบอนุญาต ข้อ๑๔ (๗.๓) การส่งหลักฐานการแพร่ภาพความว่า  เอกสาร หลักฐาน หรือหนังสือรับรองการแพร่ภาพหรือกระจายเสียงของรายการที่ไม่มีลักษณะเป็นการขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
 ข้อความ หรือหนังสือรับรองการแพร่ภาพ  ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลให้ผู้รับใบอนุญาตตัดขั้นตอนยุ่งยากส่งเฉพาะรายชื่อและข้อมูลรายการที่มีลิขสิทธิ์  ซึ่งก็จะไม่เป็นภาระในการเก็บรักษาของ กสทช. อีกทางหนึ่งด้วย
              3.  การจำกัดนาทีโฆษณา พรบ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์  พ.ศ. ๒๕๕๑  กำหนดให้ฟรีทีวีโฆษณาได้ 12.5 นาที  โทรทัศน์ไม่จำกัดคลื่นความถี่หรือเคเบิลทีวีโฆษณาได้ 6 นาที  และตีความว่าโทรทัศน์ดาวเทียมคือโทรทัศน์ไม่จำกัดคลื่นความถี่โฆษณาได้ 6 นาที
การจำกัดเวลาโฆษณานี้  สมาคมฯ ได้เริ่มร้องขออย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งชมรมจนถึงปัจจุบัน  โดยให้เหตุผลว่าโทรทัศน์ดาวเทียมโฆษณาได้โดยไม่จำกัดเวลาโฆษณา เนื่องจากการกำหนดเวลาโฆษณาเป็นประกาศยุคที่ผู้ชมไม่มีรีโมทคอนโทรลและมีช่องรายการให้ชมเพียง4-5ช่อง แต่วันนี้เปลี่ยนไปแล้ว ผู้ชมมีช่องรายการให้ชมเป็นหลายร้อยช่องและพร้อมเปลี่ยนช่องได้ทันทีที่ต้องการด้วยรีโมทคอนโทรล
สถิติผู้ชมนาทีต่อนาทีพบว่าผู้ชมละครจะเปลี่ยนช่องกว่าร้อยละ 30   ในช่วงโฆษณาละครฟรีทีวี  หลายประเทศในแถบเอเชีย ไม่มีข้อจำกัดการโฆษณาเช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์ ในขณะที่บางประเทศ เช่น เวียดนาม จำกัดให้โฆษณาได้เพียง 3 นาที
             สมาคมฯ  เห็นว่า  การกำหนดเวลาไม่ว่าจะมากหรือน้อย  ก็จะทำให้มีหน่วยงานติดตามเฝ้าระวังเกิดขึ้นเพื่อจับผิดนับเวลาและตีความว่า รายการ  เป็น โฆษณา หรือไม่
 กสทช.  ได้เพิ่มข้อความในประกาศหมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของผู้รับใบอนุญาต  ข้อ๑๔ (๑๖.๓)เวลาโฆษณา  ความว่า การให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ที่ไม่มีการบอกรับสมาชิกหรือเรียกเก็บค่าบริการอื่น การหารายได้จากการโฆษณาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
หมายความว่าคณะกรรมการยังไม่ได้กำหนดนาทีที่โฆษณาของโทรทัศน์ดาวเทียม
4.      อายุใบอนุญาต  การอนุญาต(ร่าง)เดิมกำหนดไว้เป็น 1+2+11 หรือ 3 ขั้นตอน คือ ทดลองออกอากาศ  1 ปี  ใบอนุญาต  2 ปี และต่ออีก 11  ปี   
           สมาคมฯ ร้องขอว่าระยะเวลาการอนุญาตนี้มีความสำคัญยิ่งต่อการวิเคราะห์สถานะการเงิน เมื่อช่องทีวีดาวเทียมต้องการเงินเพื่อลงทุนเพิ่มหรือเข้าตลาดหลักทรัพย์ 
   กสทช. ปรับหมวด ๒  ข้อ๑๗  () ให้การขออนุญาตเหลือ  2 ขั้นตอน  (1+14)   ความว่า กรณีการยื่นขอรับใบอนุญาตสำหรับบริการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่เป็นครั้งแรกให้มีอายุใบอนุญาตหนึ่งปี และการยื่นคำขออนุญาตใหม่ในกรณีที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ  หากไม่ปรากฏว่าเคยละเมิดต่อเงื่อนไขการอนุญาตการให้บริการกิจการกระจายเสียง ให้ได้รับใบอนุญาตอายุไม่เกินสิบสี่ปี
เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2555 เป็นวันที่สมาคมฯ ต้องจารึกว่า พวกเราได้ร่วมกันยื่นใบสมัครขออนุญาตโดยพร้อมเพรียงกัน  90 ช่อง  และพร้อมกันนั้นก็ได้ยื่นหนังสือร้องขอให้แก้ไขระเบียบไปด้วย   โดยมีสาระสำคัญคือการพิจารณาการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนและค่าธรรมเนียม  
พรบ. ประกอบกิจการ ๒๕๕๑  มาตรา ๒๒ กำหนด ให้คณะกรรมการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทางธุรกิจต้องนำส่งเงินรายได้เข้ากองทุนตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ซึ่งต้องไม่เกินร้อยละสองของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายที่ได้รับจากการโฆษณาทั้งทางตรงและทางอ้อมและรายได้อื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการโทรทัศน์ตามที่อนุญาต
กสทช.  ประกาศค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตประกอบกิจการ  ๒๕๕๕ข้อ ๑๗  กำหนด  ให้ผู้รับใบอนุญาต  ชำระค่าธรรมเนียมรายปีในอัตราร้อยละสองของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย โดยให้ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ในการประเมินค่าธรรมเนียมรายปีที่ต้องชำระ และจัดทำรายละเอียด การคำนวณค่าธรรมเนียมรายปีตามที่ผู้รับใบอนุญาตประเมินยื่นให้สำนักงาน กสทช.”
สมาคมขอให้ กสทช. พิจารณาปรับปรุงวิธีการเก็บค่าธรรมเนียมและเงินเข้ากองทุนรวมแล้วร้อยละ 4 ของรายได้ เป็นการเก็บแบบขั้นบันไดและพิจารณาที่มาของค่าธรรมเนียมจากจำนวนผู้ชมอีกส่วนหนึ่งด้วย  
สำหรับปีแรก  กสทช.  ยังไม่ได้กำหนดเงินเข้ากองทุน  แต่มีประกาศค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ตามตารางที่ ๒[i] ให้  5 ล้านบาทแรกจ่ายร้อยละ 1.5  เกิน 5 ล้านบาทขึ้นไปจ่ายร้อยละ 2  นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มจะลดหย่อนให้รายการที่เป็นประโยชน์ในระดับชาติและท้องถิ่น 
            ด้านเทคโนโลยี  กสทช. ได้ประกาศเลือก โทรทัศน์ดิจิตอล ระบบ DVB T2 และข่าวการกำหนดให้มีโทรทัศน์ภาคพื้นดิน 48 ช่อง  มีผลให้ธุรกิจเคเบิลและจานรับสัญญาณดาวเทียมชะลอตัว  ส่วนสมาชิกสมาคมฯ สงสัยว่าจะมีผลกระทบตลาดโทรทัศน์ดาวเทียมหรือไม่เพียงไร  
            สมาคมเชื่อว่ามีผลกระทบเฉพาะช่องรายการบางประเภทแต่ไม่มาก  นอกจากนี้สมาคมยังได้ศึกษาแนวทางการปรับตัวด้านเทคโนโลยีเพื่อให้กิจการโทรทัศน์ดาวเทียมเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะมีโทรทัศน์ดิจิตอลภาคพื้นดินเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม 
            ขณะเดียวกันผู้ประกอบการโทรทัศน์ดาวเทียมก็ต้องมีความพร้อมที่จะก้าวไปสู่ระบบดิจิตอล  สมาคมจึงเตรียมสำรวจสัดส่วนของขนาดหน้าจอเครื่องรับโทรทัศน์  เพื่อแจ้งให้สมาชิกทราบว่า ควรปรับสัญญาณภาพจาก ขนาด 4:3 ไปเป็นขนาด 16:9  นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีกิจกรรมจัดสัมมนาให้ความรู้ทั้งด้านเทคโนโลยี  รายการ  และการแข่งขันในตลาด  
             ด้านเศรษฐกิจการตลาด   สมาคมฯ พยายามอย่างมาก ในการผลักดันให้มีรายงานสถิติผู้ชมโทรทัศน์ที่น่าเชื่อถือจากวิธีการรับสัญญาณประเภทต่างๆ ตลอดมาตั้งแต่เริ่ม  วันนี้โทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลทีวีมีสถิติผู้ชมจาก 2 สำนัก  คือรายงานประจำสัปดาห์ของบริษัทเนลสัน  ซึ่งใช้มาตรวัดเป็นเครื่องมือเก็บจากตัวอย่าง  820 บ้าน  และรายงานเวลาจริงของพีเอสไอ  ซึ่งอ่านจากชิพที่ติดไปกับกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ดาวเทียม 1,200 บ้าน  
การสำรวจสถิติผู้ชมนี้  สมาคมได้ร้องขอให้ กสทช. เป็นเจ้าภาพในการสำรวจผู้ชมทุกประเภท ทั้งโทรทัศน์ภาคพื้นดิน โทรทัศน์ดาวเทียม และเคเบิลทีวี  เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือจากอุตสาหกรรมโฆษณามากขึ้น ส่วน กสทช. ก็ได้ประโยชน์โดยนำไปเป็นข้อมูลอ้างอิงในการพิจารณาเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมและกองทุนวิจัยที่ผู้ประกอบการโทรทัศน์เต็มใจอีกด้วย     
 เพราะทันทีที่ผู้ซื้อโฆษณาเชื่อว่าโทรทัศน์ดาวเทียมช่องไหนก็ตามมีผู้ชมมาก  ย่อมหมายความว่าช่องนั้นจะมีรายได้เพิ่มขึ้น  โดยเฉพาะรายได้จากการขายโฆษณา
ด้านเศรษฐกิจการลงทุน  กิจการโทรทัศน์ดาวเทียมของไทยปีนี้เป็นธุรกิจที่น่าสนใจระดับต้นๆ สมาคมจึงได้รับการติดต่อจากสถาบันการเงินและธุรกิจโทรทัศน์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เพื่อขอข้อมูลรายละเอียดและขอให้จัดบรรยายเพื่อประกอบการวิเคราะห์กว่า 20  สถาบัน
 ข้อมูลสำคัญที่สมาคมแจ้งให้สถาบันการเงินรับทราบวันนี้  คือ  ความแตกต่างของฐานะทางสังคม และเศรษฐกิจของผู้ชมโทรทัศน์   ระหว่างผู้ที่มีอำนาจการใช้จ่ายของผู้ชมโทรทัศน์วันนี้คือผู้ชมโทรทัศน์ในโลกไร้เสา  เพราะผู้ชมที่ยังใช้เสาอากาศหมายถึงหมายถึงผู้ชมที่ยังไม่มีโอกาสซื้อเครื่องรับสัญญาณแบบไร้เสา
           สมาคมฯ ได้สรุปภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ดาวเทียมช่องปี 2556-2557 ว่าเป็นช่วงรอยต่อที่สำคัญอย่างมาก  เพราะเป็นช่วงที่สมาคมฯ ต้องสร้างความเข้าใจกับ กสทช. อย. และ สคบ. มากขึ้น  เพื่อที่จะขับเคลื่อนการกำกับและดูแลกันเองในกลุ่มสมาชิกให้เป็นผล   และยังเป็นช่วงเวลาที่ กสทช. พิจารณาว่าจะอนุมัติช่องรายการแต่ละช่องต่อไปอีก 14 ปีหรือไม่