หนึ่งปีแรกของสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมสมัยที่สอง
ดร. นิพนธ์ นาคสมภพ
สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมประชุมสามัญประจำปีที่ 4 เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2556 โดยสมาคมได้สรุปผลงานระดับมหาภาคเพื่อความอยู่รอดของ ทั้งด้านกฎหมาย เทคนิค และเทคโนโลยี
ด้านกฎหมาย ตามที่ พรบ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ทีวีดาวเทียมถูกตีความให้มีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับเคเบิลทีวีทั้งที่ทีวีดาวเทียมส่วนใหญ่เป็นฟรีทีวี ทั้งนี้เป็นเพราะช่วงร่างพรบ. ยังไม่มีองค์กรไหนทำความเข้าใจกับองค์กรที่ยกร่างว่า ฟรีทีวีผ่านดาวเทียมคืออะไร
ผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมจึงได้รวมตัวกันก่อตั้งเป็นชมรมเมื่อปี 2551 และได้จดทะเบียนเป็นเป็นสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2553 ซึ่งกรรมการสมาคมได้ช่วยกันพยายามชี้แจงและสร้างความเข้าใจกับองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กสทช. กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และตลอดจนองค์กรอิสระต่างๆ
เพื่อให้ทีวีดาวเทียมเข้าไปอยู่บนพื้นที่ของ กสทช. อย่างสง่างามแบบอารยะประเทศ
ต่อมา ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนพิเศษ 157 หน้า 47 เรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ.2555 ลงประกาศ กสทช. นิยามคำว่า”การให้บริการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่” หมายความว่า การให้บริการส่งข่าวสารสาธารณะหรือรายการไปยังเครื่องรับที่สามารถรับชมหรือรับฟังการให้บริการนั้นๆ ได้ ซึ่งไม่ต้องขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์
ให้นิยามคำว่า “การบอกรับสมาชิก” หมายความว่าบริการโทรทัศน์ที่ผู้ใช้บริการประสงค์จะรับบริการดังกล่าวตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด โดยผู้ให้บริการไม่ประสงค์จะให้บริการเป็นการทั่วไป ซึ่งจะมีค่าบริการหรือไม่ก็ตาม
เมื่อนำนิยามทั้งสองมารวมกันก็จะพบว่าทีวีดาวเทียมมีพื้นที่ของตนเองใน กสทช. เป็น “โทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ที่ไม่มีการบอกรับสมาชิกหรือไม่มีเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด”
รอบปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ กสทช. ประกาศหลักเกณฑ์ต่างๆ หลายฉบับ โดยมีหลักเกณฑ์หลายข้อเป็นหลักเกณฑ์ที่ทางสมาคมฯ เสนอให้แก้ไขปรับปรุง เช่น
1. การขอใบอนุญาต การพิจารณาอนุญาตให้บริการโทรทัศน์จากร่างประกาศเดิม กำหนดไว้ให้เป็นเรื่องพิจารณารวม 5 ขั้นตอน สมาคมเสนอว่าการพิจารณาทุกขั้นตอนต้องใช้เวลาทำให้ล่าช้าและยังเปิดโอกาสให้มีการทุจริตได้ง่าย
ในประกาศหลักเกณฑ์การอนุญาต 2555 กสทช. ได้แก้ไขปรับปรุงไว้ในหมวด ๑ ข้อ ๑๐ ๑๑ และ๑๒ หลักเกณฑ์และวิธีการขอรับใบอนุญาต ให้ลดขั้นตอนลงเหลือ 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนการตรวจรับตรวจสอบ ขั้นตอนการวิเคราะห์และเสนอความเห็น และขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่ง 3 ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 6 เดือน
2. หลักฐานสิทธิทางปัญญา ร่างเดิมผู้ประกอบการต้องนำส่งหลักฐานเกี่ยวกับสิทธิในทางทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะเป็นปัญหาที่ผู้รับใบอนุญาตต้องส่งหลักฐานจำนวนมากโดยเฉพาะช่องรายการที่มีผังรายการแพร่ภาพรายการที่มีลิขสิทธิ์เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นภาระกับ กสทช. ที่ต้องเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัยและมีความรัดกุมมากน้อยเพียงไร เพราะหลักฐานดังกล่าวล้วนเป็นความลับทางธุรกิจ
กสทช. ได้ประกาศโดยปรับข้อความไว้ในหมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของผู้รับใบอนุญาต ข้อ๑๔ (๗.๓) การส่งหลักฐานการแพร่ภาพความว่า “เอกสาร หลักฐาน หรือหนังสือรับรองการแพร่ภาพหรือกระจายเสียงของรายการที่ไม่มีลักษณะเป็นการขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง”
ข้อความ “หรือหนังสือรับรองการแพร่ภาพ” ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลให้ผู้รับใบอนุญาตตัดขั้นตอนยุ่งยากส่งเฉพาะรายชื่อและข้อมูลรายการที่มีลิขสิทธิ์ ซึ่งก็จะไม่เป็นภาระในการเก็บรักษาของ กสทช. อีกทางหนึ่งด้วย
3. การจำกัดนาทีโฆษณา พรบ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดให้ฟรีทีวีโฆษณาได้ 12.5 นาที โทรทัศน์ไม่จำกัดคลื่นความถี่หรือเคเบิลทีวีโฆษณาได้ 6 นาที และตีความว่าโทรทัศน์ดาวเทียมคือโทรทัศน์ไม่จำกัดคลื่นความถี่โฆษณาได้ 6 นาที
การจำกัดเวลาโฆษณานี้ สมาคมฯ ได้เริ่มร้องขออย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งชมรมจนถึงปัจจุบัน โดยให้เหตุผลว่าโทรทัศน์ดาวเทียมโฆษณาได้โดยไม่จำกัดเวลาโฆษณา เนื่องจากการกำหนดเวลาโฆษณาเป็นประกาศยุคที่ผู้ชมไม่มีรีโมทคอนโทรลและมีช่องรายการให้ชมเพียง4-5ช่อง แต่วันนี้เปลี่ยนไปแล้ว ผู้ชมมีช่องรายการให้ชมเป็นหลายร้อยช่องและพร้อมเปลี่ยนช่องได้ทันทีที่ต้องการด้วยรีโมทคอนโทรล
สมาคมฯ เห็นว่า การกำหนดเวลาไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็จะทำให้มีหน่วยงานติดตามเฝ้าระวังเกิดขึ้นเพื่อจับผิดนับเวลาและตีความว่า “รายการ” เป็น “โฆษณา” หรือไม่
กสทช. ได้เพิ่มข้อความในประกาศหมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของผู้รับใบอนุญาต ข้อ๑๔ (๑๖.๓)เวลาโฆษณา ความว่า “การให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ที่ไม่มีการบอกรับสมาชิกหรือเรียกเก็บค่าบริการอื่น การหารายได้จากการโฆษณาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด”
หมายความว่าคณะกรรมการยังไม่ได้กำหนดนาทีที่โฆษณาของโทรทัศน์ดาวเทียม
4. อายุใบอนุญาต การอนุญาต(ร่าง)เดิมกำหนดไว้เป็น 1+2+11 หรือ 3 ขั้นตอน คือ ทดลองออกอากาศ 1 ปี ใบอนุญาต 2 ปี และต่ออีก 11 ปี
สมาคมฯ ร้องขอว่าระยะเวลาการอนุญาตนี้มีความสำคัญยิ่งต่อการวิเคราะห์สถานะการเงิน เมื่อช่องทีวีดาวเทียมต้องการเงินเพื่อลงทุนเพิ่มหรือเข้าตลาดหลักทรัพย์
กสทช. ปรับหมวด ๒ ข้อ๑๗ (๑) ให้การขออนุญาตเหลือ 2 ขั้นตอน (1+14) ความว่า “กรณีการยื่นขอรับใบอนุญาตสำหรับบริการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่เป็นครั้งแรกให้มีอายุใบอนุญาตหนึ่งปี และการยื่นคำขออนุญาตใหม่ในกรณีที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ หากไม่ปรากฏว่าเคยละเมิดต่อเงื่อนไขการอนุญาตการให้บริการกิจการกระจายเสียง ให้ได้รับใบอนุญาตอายุไม่เกินสิบสี่ปี
เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2555 เป็นวันที่สมาคมฯ ต้องจารึกว่า พวกเราได้ร่วมกันยื่นใบสมัครขออนุญาตโดยพร้อมเพรียงกัน 90 ช่อง และพร้อมกันนั้นก็ได้ยื่นหนังสือร้องขอให้แก้ไขระเบียบไปด้วย โดยมีสาระสำคัญคือการพิจารณาการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนและค่าธรรมเนียม
พรบ. ประกอบกิจการ ๒๕๕๑ มาตรา ๒๒ กำหนด “ให้คณะกรรมการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทางธุรกิจต้องนำส่งเงินรายได้เข้ากองทุนตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ซึ่งต้องไม่เกินร้อยละสองของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายที่ได้รับจากการโฆษณาทั้งทางตรงและทางอ้อมและรายได้อื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการโทรทัศน์ตามที่อนุญาต”
กสทช. ประกาศค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตประกอบกิจการ ๒๕๕๕ข้อ ๑๗ กำหนด “ให้ผู้รับใบอนุญาต ชำระค่าธรรมเนียมรายปีในอัตราร้อยละสองของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย โดยให้ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ในการประเมินค่าธรรมเนียมรายปีที่ต้องชำระ และจัดทำรายละเอียด การคำนวณค่าธรรมเนียมรายปีตามที่ผู้รับใบอนุญาตประเมินยื่นให้สำนักงาน กสทช.”
สมาคมขอให้ กสทช. พิจารณาปรับปรุงวิธีการเก็บค่าธรรมเนียมและเงินเข้ากองทุนรวมแล้วร้อยละ 4 ของรายได้ เป็นการเก็บแบบขั้นบันไดและพิจารณาที่มาของค่าธรรมเนียมจากจำนวนผู้ชมอีกส่วนหนึ่งด้วย
สำหรับปีแรก กสทช. ยังไม่ได้กำหนดเงินเข้ากองทุน แต่มีประกาศค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ตามตารางที่ ๒[i] ให้ 5 ล้านบาทแรกจ่ายร้อยละ 1.5 เกิน 5 ล้านบาทขึ้นไปจ่ายร้อยละ 2 นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มจะลดหย่อนให้รายการที่เป็นประโยชน์ในระดับชาติและท้องถิ่น
ด้านเทคโนโลยี กสทช. ได้ประกาศเลือก โทรทัศน์ดิจิตอล ระบบ DVB T2 และข่าวการกำหนดให้มีโทรทัศน์ภาคพื้นดิน 48 ช่อง มีผลให้ธุรกิจเคเบิลและจานรับสัญญาณดาวเทียมชะลอตัว ส่วนสมาชิกสมาคมฯ สงสัยว่าจะมีผลกระทบตลาดโทรทัศน์ดาวเทียมหรือไม่เพียงไร
สมาคมฯ เชื่อว่ามีผลกระทบเฉพาะช่องรายการบางประเภทแต่ไม่มาก นอกจากนี้สมาคมฯยังได้ศึกษาแนวทางการปรับตัวด้านเทคโนโลยีเพื่อให้กิจการโทรทัศน์ดาวเทียมเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะมีโทรทัศน์ดิจิตอลภาคพื้นดินเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม
ขณะเดียวกันผู้ประกอบการโทรทัศน์ดาวเทียมก็ต้องมีความพร้อมที่จะก้าวไปสู่ระบบดิจิตอล สมาคมจึงเตรียมสำรวจสัดส่วนของขนาดหน้าจอเครื่องรับโทรทัศน์ เพื่อแจ้งให้สมาชิกทราบว่า ควรปรับสัญญาณภาพจาก ขนาด 4:3 ไปเป็นขนาด 16:9 นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีกิจกรรมจัดสัมมนาให้ความรู้ทั้งด้านเทคโนโลยี รายการ และการแข่งขันในตลาด
ด้านเศรษฐกิจการตลาด สมาคมฯ พยายามอย่างมาก ในการผลักดันให้มีรายงานสถิติผู้ชมโทรทัศน์ที่น่าเชื่อถือจากวิธีการรับสัญญาณประเภทต่างๆ ตลอดมาตั้งแต่เริ่ม วันนี้โทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลทีวีมีสถิติผู้ชมจาก 2 สำนัก คือรายงานประจำสัปดาห์ของบริษัทเนลสัน ซึ่งใช้มาตรวัดเป็นเครื่องมือเก็บจากตัวอย่าง 820 บ้าน และรายงานเวลาจริงของพีเอสไอ ซึ่งอ่านจากชิพที่ติดไปกับกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ดาวเทียม 1,200 บ้าน
การสำรวจสถิติผู้ชมนี้ สมาคมได้ร้องขอให้ กสทช. เป็นเจ้าภาพในการสำรวจผู้ชมทุกประเภท ทั้งโทรทัศน์ภาคพื้นดิน โทรทัศน์ดาวเทียม และเคเบิลทีวี เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือจากอุตสาหกรรมโฆษณามากขึ้น ส่วน กสทช. ก็ได้ประโยชน์โดยนำไปเป็นข้อมูลอ้างอิงในการพิจารณาเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมและกองทุนวิจัยที่ผู้ประกอบการโทรทัศน์เต็มใจอีกด้วย
เพราะทันทีที่ผู้ซื้อโฆษณาเชื่อว่าโทรทัศน์ดาวเทียมช่องไหนก็ตามมีผู้ชมมาก ย่อมหมายความว่าช่องนั้นจะมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายได้จากการขายโฆษณา
ด้านเศรษฐกิจการลงทุน กิจการโทรทัศน์ดาวเทียมของไทยปีนี้เป็นธุรกิจที่น่าสนใจระดับต้นๆ สมาคมจึงได้รับการติดต่อจากสถาบันการเงินและธุรกิจโทรทัศน์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อขอข้อมูลรายละเอียดและขอให้จัดบรรยายเพื่อประกอบการวิเคราะห์กว่า 20 สถาบัน
ข้อมูลสำคัญที่สมาคมแจ้งให้สถาบันการเงินรับทราบวันนี้ คือ ความแตกต่างของฐานะทางสังคม และเศรษฐกิจของผู้ชมโทรทัศน์ ระหว่างผู้ที่มีอำนาจการใช้จ่ายของผู้ชมโทรทัศน์วันนี้คือผู้ชมโทรทัศน์ในโลกไร้เสา เพราะผู้ชมที่ยังใช้เสาอากาศหมายถึงหมายถึงผู้ชมที่ยังไม่มีโอกาสซื้อเครื่องรับสัญญาณแบบไร้เสา
สมาคมฯ ได้สรุปภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ดาวเทียมช่องปี 2556-2557 ว่าเป็นช่วงรอยต่อที่สำคัญอย่างมาก เพราะเป็นช่วงที่สมาคมฯ ต้องสร้างความเข้าใจกับ กสทช. อย. และ สคบ. มากขึ้น เพื่อที่จะขับเคลื่อนการกำกับและดูแลกันเองในกลุ่มสมาชิกให้เป็นผล และยังเป็นช่วงเวลาที่ กสทช. พิจารณาว่าจะอนุมัติช่องรายการแต่ละช่องต่อไปอีก 14 ปีหรือไม่
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น