อาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2556 เวลา 15:00 น. นาทีที่สำนักโพลล์ไทยต้องจดจำ
ดร. นิพนธ์ นาคสมภพ
คนทีวีเชื่อว่าการนำเสนอรายการเลือกตั้งเป็นงานที่องค์กรข่าวประเภทวิทยุโทรทัศน์ และออนไลน์ต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นงานที่เปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนเป็นรูปธรรมว่าองค์กรไหนรวดเร็ว แม่นยำ และถูกต้องมากกว่ากัน
การประกาศทำนายผลทันทีที่ปิดหีบเลือกตั้งมีความหมายอย่างยิ่ง บางช่องให้ความสำคัญถึงกับเคาท์ดาวน์หรือขานนาทีที่จะถึง 15.00 น. เหมือนขึ้นปีใหม่ เพราะคนทีวีเชื่อว่าเป็นนาทีที่แจ้งข่าวได้ “เร็วที่สุด” และถ้าผลการทำนายช่องไหนทำนายพลาดไม่เกินร้อยละ 5 ก็นำไปทำเป็นข่าวต่อเนื่องว่าเป็นช่องที่รายงานใกล้เคียง “ความเป็นจริงมากที่สุด”
การนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยรายงานผลการเลือกตั้งได้รวดเร็วเท่าไรก็จะทำให้ผู้ชมติดตามช่องนั้นมาก และถ้าใครยืนยันผลได้ก่อนอย่างถูกต้องก็จะได้รับความน่าเชื่อถือ
จำได้ว่าครั้งแรกที่ผมเข้าไปยุ่งเรื่องการวิจัยผลเลือกตั้งสมัยที่คุณประสิทธิ์ หิตะนันท์ เป็น ผอ.
อสมท. ได้ชวนคุณสุทธิชัย หยุ่น หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น มาเป็นพันธมิตรทำเอ็กซิท โพลล์ ชวนคุณสหัส ตรีทิพยบุตร จากธนาคารกรุงไทยเป็นพันธมิตร ทำรายการรายงานผลเลือกตั้งส.ส.ครั้งที่ 19 เมื่อ 13 กันยายน 2535
ต่อจากนั้นเหมือนเป็นประเพณีที่ชาว อสมท. ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งอย่างมากเพราะเป็นรายการหนึ่งในไม่กี่รายการที่ช่อง 9 ได้รับความสนใจจากผู้ชมมากกว่าผู้ชมช่องอื่นที่เสนอรายการอื่นในวันเลือกตั้ง
การเลือกตั้งครั้งต่อๆ มา พันธมิตรทำเอ็กซิทโพลล์เปลี่ยนจากเนชั่นเป็นดุสิตและต่อด้วยเอแบค ในการเลือกตั้ง สว. เมื่อ 4 มีนาคม 2543 ส่วนคุณสหัสจากกรุงไทยยังคงเป็นผู้ประมวลรายงานผลหลัง 15.00 น.
จำได้ว่าหลัง 15.00 น. ผู้สมัคร สว. กทม. ที่เอแบคทำนายว่าจะได้เป็น สว. เกือบทั้ง 18 ท่าน มารวมตัวกันเพื่อรอดูรายงานผลการนับคะแนนจริงของกรุงไทยที่ห้องส่ง อสมท.
การเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อ 6 มกราคม 2544 เป็นวันที่ผมจดจำและนำมาเล่าขานเป็นกรณีศึกษาประกอบการบรรยายตลอดมา นาทีนั้นใครก็อยากรู้ก่อนว่าพรรคไทยรักไทยจะครองเสียงข้างมากตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ และผลการเลือกตั้งที่มี ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน เป็นครั้งแรกจะออกมาอย่างไร
ขณะนั้นผมเป็น ผอ. สำนักข่าวไทยที่รับนโยบายจาก ดร. สรจักร เกษมสุวรรณ ผอ.
อสมท. ให้จัดรายการเลือกตั้งให้เป็นรายการสำคัญและยิ่งใหญ่ โดยสรุปกันว่าจะร่วมกันจัดรายการสด “๕๐๐ สู่สภา”
ผมได้ประสานงานกับพันธมิตรชุดที่ประสบความสำเร็จเมื่อวันเลือกตั้ง สว. คือ ดร.นพดล กรรณิกา เอแบคโพลล์ รับผิดชอบทำนายผล 15.00 น. คุณสหัส ธนาคารกรุงไทย รับผิดชอบรายงานผลหลัง 15.00 น. และคุณกำแหง ภริตานนท์ จากเดลินิวส์ รับส่งความเคลื่อนไหวในการเลือกตั้งทั่วประเทศ
การวางแผนรายการ “๕๐๐ สู่สภา” เกือบล่มเพราะ ดร. นพดล แจ้งค่าใช้จ่ายว่าการทำเอ็กซิทโพลล์เลือกตั้งทั่วประเทศให้ได้ผลเพื่อรายงานอย่างถูกต้องเวลา 15.00 น. ใช้เงิน 18 ล้าน ดร. สรจักร ขอเจรจาต่อรองให้เอแบครับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตนเอง ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศอีก 10 ล้าน อสมท. เป็นผู้ออก
ค่าใช้จ่ายนี้เป็นเรื่องใหม่ที่เข้าใจยากว่าทำไมต้องเสียเงินขนาดนั้น ผอ. สรจักร จึงนำเรื่องขออนุมัติจาก กก. อสมท. ซึ่ง กก. เองก็มีการอภิปรายพอควรและอนุมัติโดยให้เหตุผลว่า “ถ้าระเบียบวิธีวิจัยถูกต้อง ค่าใช้จ่าย 10 ล้านบาท ไม่แพง”
แปลง่ายๆ ว่าถ้าจำนวน สส. ผิดจากการเลือกตั้งจริงไม่เกินร้อยละ 5 ราคานี้ไม่แพง แต่ถ้าผิดมากกว่านี้ก็ต้องรับผิดชอบกันเอง
6 มกราคม 2544 เวลา 15:00 น. คือนาทีที่ผมและเพื่อนร่วมงานต้องจดจำว่า
อสมท. เป็นแหล่งข่าวแหล่งเดียวที่ทำนายผลได้ใกล้เคียงที่สุดว่าไทยรักไทยได้ 241 เสียง และประกาศเวลา 20.30 น. ว่าไทยรักไทยได้ 254 เสียง เป็นตัวเลขที่ ตรงกับจำนวน ส.ส. ไทยรักไทยที่มหาดไทยประกาศอีกสองวันต่อมา ส่วนโพลล์สำนักอื่นวันนั้นทำนายผิดเกินกว่าร้อยละ 10
หลังจากการเลือกตั้ง สส. รายการข่าวภาคค่ำของช่อง 9 มีโฆษณาเพิ่มมากขึ้นจนรู้สึกได้ว่าเป็นผลพวงจากความน่าเชื่อถือจากงานเลือกตั้ง ดร. นพดล ได้ทุนไปศึกษาต่อด้านการทำโพลล์เลือกตั้งของสหรัฐฯ และมีโอกาสสัมผัสกับ “GALLUP " สำนักโพลล์ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐฯ ส่วนผมได้ไปดูการเตรียมการจัดรายการวันเลือกตั้งของบีบีซีที่ลอนดอน และได้สังเกตการทำโพลล์ที่ NOP ทำให้บีบีซี เมื่อ 7 มิถุนายน 2544 ครั้งนั้นเอ็กซิทโพลล์ของ NOP ต่ำกว่าคะแนนจริงร้อยละ 1.23 ขณะที่ MORI โพลล์ทำให้ไอทีวีของอังกฤษจ้างโพลล์คนละสำนักทำนายสูงกว่าคะแนนจริงร้อยละ 0.95
ที่เขียนอย่างนี้เพราะเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2556 เวลา 15:00 น. เป็นนาทีที่คนทำข่าวและคนทำโพลล์ของไทยต้องจดจำว่าผู้ชมเปลี่ยนจากความศรัทธาเป็นหมดความเชื่อถือ
วันนั้นเอ็กซิทโพลล์ 3 สำนัก ทำนายผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกทม. พลาดหมดทั้งสองคำถามว่า ใครคือผู้ว่ากทม. และจำนวนคะแนนที่ได้ก็ผิดเพี้ยนเกินกว่าร้อยละ 5 โดยเฉพาะบ้านสมเด็จที่ทีวีพูลให้ความไว้วางใจสนับสนุนค่าใช้จ่าย เคยให้สัมภาษณ์ก่อนการเลือกตั้งว่าผิดไม่เกินร้อยละ 3 แต่การทายผล พล.อ.พงศพัศ มากไป 0.76 และสุขุมพันธุ์น้อยไปร้อยละ 20.25
ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ช่วงหลังปิดหีบก่อนทราบคะแนนจริงว่า “ให้รอดูผลคะแนนก่อนยังไม่รับว่าแพ้หรือชนะ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็นโพลล์ไหนแม่นสักแห่ง”
สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป คงมีองค์กรข่าวให้ความสำคัญกับนิด้าโพลล์มากขึ้น เพราะเป็นโพลล์เดียวที่ทายก่อนวันเลือกตั้งว่า ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ ชนะด้วยคะแนนที่ทำนายไว้คลาดเคลื่อนประมาณร้อยละ 5
ส่วนสำนักอื่นต้องจดจำวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2556 เวลา 15:00 น. ว่าได้ทำลายความน่าเชื่อถือของโพลล์ให้มีมลทิลไว้อย่างไร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น