วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ตกลงเราคุยกันถึง DVB-T2, DVB-Sหรือ DVB-C ..เขียนเมื่อ พ.ค.2556


ตกลงเราคุยกันถึง DVB-T2, DVB-S, หรือ DVB-C
ข่าวทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินเป็นข่าวเหมือนคลื่นซัดชายทะเลเป็นระลอก ซ้ำแล้วซ้ำอีกมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่  คนที่คิดจะเปลี่ยนเสาทีวีเป็นจานรับทีวีดาวเทียมหรือต่อสายเคเบิลเข้าบ้านส่วนหนึ่งถึงกับลังเล  คนที่คิดจะซื้อทีวีเครื่องใหม่ก็ลังเลไม่น้อยไปกว่ากัน
ผมได้พูดคุยกับคนขายจานดาวเทียมกับคนขายสมาชิกเคเบิลท้องถิ่นตอบเป็นเสียงเดียวกันว่านอกจากยอดขายไม่เพิ่มแล้วยังทำท่าจะตกอีกด้วย  ส่วนเครื่องรับทีวีระบบดิจิตอลในห้างหลายรุ่นติดราคาไว้ถูกเหมือนราคาในเอ้าท์เลท  ผู้คนจำนวนมากยังลังเลที่จะซื้อทีวีเครื่องใหม่  ส่วนเสาอากาศที่ถึงเวลาเปลี่ยนก็ต้องชะลอไว้ก่อน  เพราะข่าวดิจิตอลทีวีสร้างความสับสนให้กับคนธรรมดามาก
ทางด้าน กสทช.  พ.อ. ดร. นที ศุกลรัตน์ ประธาน กทช. ก็ได้ลงนามประกาศมาตรฐานทางเทคนิคสําหรับการให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล 2555 ออกมาแล้วว่า
การให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลที่ใช้ระบบการส่งสัญญาณด้วยคลื่นความถีที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (free-to-air) โดยอาศัยระบบ Second Generation Digital Terrestrial Television Broadcasting System (DVB-T2)
DVB-T2 เป็นนวัตกรรมของทีวีระบบดิจิตอลภาคพื้นดินที่ กสทช. เลือกให้เป็นระบบที่มาแทนฟรีทีวีระบบอนาล็อคภาคพื้นดิน  หรือเข้าใจง่ายๆ ว่าเป็นเทคโนโลยีดิจิตอลที่จะมาแทนช่อง 3  5  7  9  และ 11  และไทยพีบีเอส  ซึ่งเป็นฟรีทีวีอนาล็อคแบบดั้งเดิม
ระบบดิจิตอลเองก็มีความคมชัดต่างกัน  กสทช. เลือกความคมชัดมาตรฐาน  (SD: Standard Definition)  เพื่อแพร่ภาพคู่ขนานกันไปทั้งระบบอนาล็อคทั้ง 6 ช่อง    เพื่อให้องค์กรที่จะบริการสาธารณะ 9 ช่อง  ให้องค์กรบริการท้องถิ่น 9 ช่อง  รวมเป็น 24 ช่อง
เตรียมช่อง SD. ไว้ให้องค์กรธุรกิจประมูลอีก 17 ช่อง  แบ่งเป็นรายการทั่วไป 7 ช่อง  รายการข่าว 7 ช่อง และรายการครอบครัว 3 ช่อง นอกจากนี้ยังเตรียมช่องคมชัดสูงหรือไฮเดฟ (HD: High Definition)  ให้องค์กรธุรกิจประมูลอีก 7 ช่อง  รวมเตรียมการประมูลทั้งหมด 24 ช่อง
กสทช. หวังว่าการประมูลคลื่นความถี่ดิจิตอลภาคพื้นดินนี้จะมีรายได้มาเป็นทุนสนับสนุนผู้ที่ต้องการซื้อกล่องปรับสัญญาณ (Set-top-box) เพราะผู้ชมจะชมทีวีภาคพื้นดินได้ต้องมีเสารับสัญญาณนอกบ้าน กล่องปรับสัญญาณในบ้าน และเครื่องรับทีวีแบบจอกว้าง
 กสทช. กำหนดให้เครื่องรับทีวีภาคพื้นดินมีสัดส่วนจอภาพ 2 แบบ คือ แบบเดิมขนาด 4:3 แบบจอกว้างขนาด 16:9 และมีสัญญาณภาพ 2 มาตรฐาน  คือ
 มาตรฐานความคมชัดปกติ (SD) กําหนดให้มีความละเอียด 720x576 แบบ interlace (576i) ที่มีอัตราเฟรม (frame rate) 25 ภาพต่อวินาทีและอัตราส่วนภาพ (aspect ratio) 16:9 และ 4:3
             มาตรฐานความคมชัดสูง (HD) กําหนดให้มีความละเอียด 1920x1080 แบบ interlace (1080i) ที่มีอัตราเฟรม (frame rate) 25 ภาพต่อวินาทีและอัตราส่วนภาพ (aspect ratio) 16:9 หรือมีความละเอียด 1280x720  แบบ progressive (720p) ที่มีอัตราเฟรม (frame rate) 50 ภาพต่อวินาทีและอัตราส่วนภาพ (aspect ratio) 16:9”    
            ผู้คนส่วนใหญ่ทราบว่าดิจิตอลทีวีดีกว่าอนาล็อคเพราะจะได้ภาพที่สดใสชัดคมขึ้น อาการภาพซ้อนมัวพร่าซ่าเป็นเม็ดวิ่งหรือเต้นแบบทีวีดั้งเดิมหรือที่เรียกว่าอนาล็อคจะหายไป  แต่ถ้าสัญญาณดิจิตอลแรงไม่พอภาพก็จะโหว่เหลี่ยมๆ เหมือนกระเบื้องโมเสกหลุด ภาพโหว่จะเกิดขึ้นง่ายเมื่อภาพมีความเคลื่อนไหวมาก เช่น ถ่ายทอดฝูงชน
 แต่ผู้คนไม่น้อยคิดว่าดิจิตอลทีวี  หมายถึง DVB-T2 หรือฟรีทีวีภาคพื้นดิน โดยลืมนึกไปว่าทีวีอีก 2 รูปแบบ คือ ทีวีดาวเทียมและเคเบิลก็ต้องพัฒนาไปสู่ระบบดิจิตอลเหมือนกัน
           ผมสอบถาม ดร. ถวิล  พึ่งมา[1] ในการสัมมนาทิศทางวิทยุโทรทัศน์ไทยสู่ยุคดิจิตอลที่วุฒิสภาจัดว่าถ้าทีวีทั้ง 3 รูปแบบแพร่ภาพด้วยระบบดิจิตอลเหมือนกัน คือ ฟรีทีวีภาคพื้นดิน DVB-T2 ฟรีทีวีผ่านดาวเทียม DVB-S แพร่ภาพระบบ DVB เหมือนกัน  การรับสัญญาณจะต่างกันหรือ เหมือนกันตรงไหน 
             คำตอบคือ ความชัดเจนเหมือนกัน  แต่โทรทัศน์ดิจิตอลภาคพื้นมีข้อจำกัดในการรับสัญญาณมากกว่าโทรทัศน์ดาวเทียม
             ถ้าย้อนไปดูข่าวเมื่อเดือนมกราคม 2556 ก็จะพบว่าช่อง 5 อยู่ในระหว่างการทดลองแพร่ภาพ SD ดิจิตอลกับฟรีทีวีภาคพื้นดินทั้ง 6 ช่องในกรุงเทพและปริมณฑล โดยออกอากาศรายการคู่ขนานไปกับทีวีภาคพื้นดินแบบดั้งเดิมทุกช่อง  การรับชมต้องอยู่ในอาณาบริเวณที่สัญญาณแพร่ภาพจากเสาอากาศภาคพื้นดินส่งไปถึง ต้องมีเสาอากาศหนวดกุ้ง และต้องมีทีวีที่รับระบบ  DVB-T2  หรือถ้าเป็นทีวีในบ้านปกติต้องติดตั้งกล่องรับสัญญาณ (set-top-box) มาตรฐาน DVB-T2   
             ก่อนหน้านี้ฟรีทีวีผ่านดาวเทียมส่งด้วยสัญญาณ SD มานานแล้วเพราะประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าแต่ไม่เป็นข่าว ผู้ชมที่ต้องการชมฟรีทีวีผ่านดาวเทียมที่มีคุณภาพแบบ SD ต้องมีกล่องรับสัญญาณ DVB-S เพื่อส่งต่อเข้าเครื่องรับทีวีที่รับดิจิตอลได้   
คุณมานพ โตการค้า ประธานกรรมการบริหาร  IPM  จานส้ม  ผู้ให้บริการเครือข่ายฟรีทีวีผ่านดาวเทียมย่าน KU Band  ให้รายละเอียดว่า  จานส้มได้แพร่ภาพเป็น  SD อยู่แล้วกว่าร้อยช่อง ผู้ชมที่มีกล่องรับสัญญาณ IPM DVB-S รับได้อยู่แล้ว  และถ้าบ้านไหนติดกล่องรับสัญญาณแบบ IPM DVB-S2 จะรับ HD  ได้อีกกว่า 20 ช่อง
คุณนภาศักดิ์ โคตรวิบูลย์  กรรมการบริหาร PSI จานโปร่งดำ  ผู้ให้บริการเครือข่ายฟรีทีวีผ่านดาวเทียมย่าน C Band  แจ้งว่า “PSI แพร่ภาพเป็น SD ทั้งหมดอยู่แล้ว และมีโครงการที่จะแพร่ภาพ HD ปลายปีนี่  บ้านไหนจะรับ HD  ก็ต้องเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณจาก PSI DVB-S เป็นกล่อง DVB-S2”
ส่วนเคเบิลหรือเปย์ทีวีของไทยแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ  คือ กลุ่มแรกคือทรูส่งภาพแบบ SD  มานานแล้วและส่ง HD ไปอีก  17 ช่อง   และกลุ่มที่สองเป็นเคเบิลท้องถิ่น
สมาชิกที่ต้องการชมต้องเป็นสมาชิกแพลตทินัมแพคเกจ โดยเสียค่าสมาชิกเดือน  2,300 บาท  ได้ดูทั้ง HD และ SD  อีก 119 ช่อง   ทรูจะเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณรุ่นใหม่ให้  สมาชิกต้องมีเครื่องรับทีวีแบบ LCD  LED หรือ Plasmaที่รับ HD ได้  แต่ถ้าไม่เอา HD เลือกเฉพาะ SD 115 ช่อง  ก็จะเสียค่าสมาชิกเดือนละ 1,700 บาท ถ้าเน้นเฉพาะบางประเภทก็มีให้เลือกระหว่าง 300-800 บาทต่อเดือน 
กลุ่มที่สองคือเคเบิลท้องถิ่น เป็นเคเบิลทีวีที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2523 ก่อนที่จะมีสัญญาณดิจิตอล  กิจการส่วนใหญ่จึงยังคงเป็นเครื่องรับส่งแบบทีวีดั้งเดิม
คุณเกษม อินทร์แก้ว  ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมเคเบิลแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า เรื่องดิจิตอลนี้ต้องแยกเป็นสองกลุ่ม  กลุ่มแรกที่เป็นสมาชิกของสมาคมขณะนี้ได้เริ่มส่งภาพด้วย SD ไปบ้างแล้วไม่ถึงร้อยละ 10  ส่วนที่เหลือยังเป็นระบบอนาล็อค  อีกส่วนหนึ่งได้รวมตัวกันตั้งเป็น CTH ส่งรายการออกไปเป็น SD กว่าร้อยช่อง  และทดลองส่ง HD อีก10 ช่อง  เข้าใจว่าจะสมบูรณ์ก่อนกลางปีนี้  ส่วนค่าบริการมีหลายระดับ  เริ่มต้นที่  SD  เดือนละประมาณ 350 บาท  สมาชิกที่ต้องการรับสำหรับ HD เพิ่มเป็นเดือนละ 400 บาท  ถ้าต้องการชมรายการพิเศษ ก็มี Premium Package ให้เลือก  
คุณภานุวัสส์   ตั้งศักดิ์สถิตย์  นายกสมาคมการค้าผู้ประกอบการเคเบิ้ลทีวี  เคเบิลในกรุงเทพส่วนหนึ่งส่งด้วยระบบ SD อยู่แล้ว  บางศูนย์พร้อมที่จะส่ง HD แล้ว  ส่วนต่างจังหวัดที่ส่ง HD แล้วก็มี เช่น ภูเก็ต  ส่วนค่าสมาชิกปัจจุบันไม่เกินเดือนละ 300 บาท  แต่มีแนวโน้มว่าจะลดลงอีกครึ่งหนึ่ง  หมายความว่าสมาชิกจะได้ชมรายการดิจิตอลที่เป็นฟรีทีวีทั้งหมดส่วนหนึ่ง และมีรายการอีกส่วนหนึ่งให้เลือกชมโดยเสียค่าบริการเพิ่ม
สำหรับผู้ชมที่เตรียมซื้อทีวีเครื่องใหม่ก็หาจอแบบ  4 ต่อ 3  ยาก  กลายเป็นของเก่าหายากราคาไม่ถูก  ที่มีอยู่ตามร้านจะเป็นจอทีวีแบบกว้างที่มีสัดส่วน 16 ต่อ 9 แบบ  ที่สามารถเปลี่ยนไปรับภาพที่มีสัดส่วน 4 ต่อ 3 ก็ได้
 คาดว่าต้นปี 2557  ผู้ชมในประเทศไทยส่วนใหญ่จะมีทีวี แบบ LCD  LED หรือ Plasma สัดส่วน 16 ต่อ 9  ทุกบ้าน   เพราะทุกบ้านมีโอกาสเลือกรับ SD และ HD ได้ถึง 3 ทาง คือ ฟรีทีวีภาคพื้นดิน (DVB-T2)  ฟรีทีวีผ่านดาวเทียม (DVB-S หรือ DVB-S2) และเคเบิลทีวี  (DVB-C หรือ DVB-C2)  เพราะทั้ง 3 ระบบต้องพัฒนาไปพร้อมๆ


[1]   ถวิล พึ่งมา  วิทยากรในการสัมมนาเรื่อง ทิศทางวิทยุโทรทัศน์ไทยสู่ยุคดิจิตอล จัดโดยคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา,  อาคารรัฐสภา 2, วันที่ 4 เมษายน 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น