วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

X- Ray ประกาศบริการโทรทัศน์ โครงข่าย และบริการสิ่งอำนวยความสะดวก ..เขียนเมื่อ มิ.ย.2556

X- Ray ประกาศบริการโทรทัศน์ โครงข่าย และบริการสิ่งอำนวยความสะดวก
ดร. นิพนธ์ นาคสมภพ
 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. จัดพิธีมอบใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ในกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ไปเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2555  ให้ผู้ประกอบกิจการจำนวน 632 ใบอนุญาต เป็นใบอนุญาตช่องรายการดาวเทียม 301 ช่อง  และใบอนุญาตเครือข่าย  331 ราย  มีอายุ 15 ปี  
ประกาศ กสทช. เรื่องใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ 2555 หมวด 2 อ้างถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้รับใบอนุญาต  ในข้อ ๑๒ ขอบเขตและเงื่อนไขการอนุญาต (๑๐) ความว่า “ผู้รับใบอนุญาตต้องให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์แก่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์จากคณะกรรมการเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้เป็นผลให้ศูนย์เคเบิลได้สอบถามช่องรายการทีวีดาวเทียมกันจำนวนมากว่ามีหรือไม่มีใบอนุญาต เพราะเกรงว่าถ้านำช่องที่ไม่มีใบอนุญาตไปเผยแพร่ในโครงข่ายก็จะถูกเพ่งเล็งและยกเลิกใบอนุญาตในที่สุด 
คำถามนี้ตอบไม่ยาก  ถ้าต้องการทราบว่าใครส่งชื่อเข้าไปขอใบอนุญาตบ้าง  ใครได้รับอนุญาตแล้ว ใครยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ทั้งบริการโทรทัศน์  บริการโครงข่าย และบริการสิ่งอำนวยความสะดวก ก็เปิดเว็บไซต์ กสทช. เข้าไปตรวจสอบได้ที่ http://broadcast.nbtc.go.th/en_GB/web/guest/liccustomer   
ส่วนช่องรายการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีที่ยังไม่ได้ขออนุญาต  ทาง กสท. ประกาศว่าจะขยายเวลาให้ยื่นขอรับใบอนุญาตได้จนถึง 30 มิถุนายน 2556  หมายความว่าอย่างช้าที่สุด กสท. จะให้ใบอนุญาตไม่เกินกลางเดือนมกราคม 2557  ทางโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลจึงยังไม่ค่อยได้เข้มงวดกับใบอนุญาต
ทีวีดาวเทียมที่ได้รับใบอนุญาตหนึ่งปีจะหมดสิ้นเดือนมกราคม 2557  “จะต้องยื่นขออนุญาตใหม่กับ กสทช. ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งร้อยแปดสิบวัน”  หรือภายในเดือนกรกฎาคม 2556  “หากไม่ปรากฏว่าเคยละเมิดต่อเงื่อนไขการอนุญาตการให้บริการกิจการกระจายเสียง ให้ได้รับใบอนุญาตอายุไม่เกินสิบสี่ปี”       
การจัดรายการทีวีดาวเทียมต้องมีรายการที่เป็นข่าว รายการข่าว เล่าข่าว และวิเคราะห์ข่าว รายการสนทนาปัญหา เหตุการณ์ปัจจุบัน ความคิดเห็นโต้แย้งกันในสังคม  รายการที่สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ประชาชนในชุมชนโดยส่งเสริมให้มีที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้า 

ส่วนโครงข่ายที่ตกลงนำช่องรายการทีวีดาวเทียมไปแพร่ภาพในโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลของตนแล้ว  “จะพักหรือหยุดการให้บริการไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ หรือรายการจะที่มีลักษณะตามมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง”
 “ห้ามไม่ให้แพร่ภาพรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีการกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจาร หรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง”
“กรณีที่มีภัยพิบัติหรือมีเหตุฉุกเฉิน หรือกรณีซึ่งมีความจําเป็นเพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะผู้รับใบอนุญาตต้องให้บริการแพร่ภาพหรือกระจายเสียง แจ้งข่าวหรือเตือนภัยให้ประชาชนทราบเมื่อรัฐหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องร้องขอ หรือตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด”
ปกติเมื่อมีภัยพิบัติโครงข่ายทีวี เคเบิล และช่องรายการ  ก็ให้การสนับสนุนและร่วมมือในฐานะนักวิชาชีพสื่อสารอยู่แล้ว  แต่ถ้ามีหน่วยงานเข้ามาสั่งการคงต้องมีการระวังไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสทำโฆษณาชวนเชื่อซ้ำรอยแบบ ศปภ. ดอนเมืองอีก
ประการสำคัญ ทั้งโครงข่ายทีวี เคเบิล และช่องรายการ  ต้องระมัดระวัง  คือ การนำส่งเงินรายปีส่ง กสทช 2 ส่วน  ส่วนแรกเป็นเงินเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่เกินร้อยละ 2 
ส่วนที่สองเป็นค่าทำเนียมรายปีให้ กสทช.  รายได้ 5 ล้านแรก  คิดร้อยละ 1.5   ส่วนที่เกิน 5 ล้าน คิดร้อยละ 2  โดยผู้รับใบอนุญาตจะต้องเป็นผู้ประเมินจัดทำรายละเอียด และยื่นให้สำนักงาน กสทช.  แล้วเสร็จภายในระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันครบกําหนดชําระค่าธรรมเนียม
มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับใบอนุญาตสละสิทธิในการขอรับใบอนุญาต

สัมปทานทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินลงทุนเท่าไร ..เขียนเมื่อ มิ.ย.2556

สัมปทานทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินลงทุนเท่าไร  
นิพนธ์  นาคสมภพ
            ข่าวการสัมมนา  “Thailand in View 2013” ทำให้คนโทรทัศน์ทั่วโลกหันมาให้ความสนใจข่าว การประมูลทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน ด้วยความงวยงงสงสัยว่า  เมื่อไม่มีประเทศไหนทำกันแล้วประเทศไทยจะเป็นประเทศนำร่องเป็นประเทศแรกหรือไง
งานสัมมนาของ CASBAA เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม เริ่มต้นด้วยการสรุปรายงานการสำรวจผู้ชมโทรทัศน์ประเภทไม่ใช้เสาที่ซึ่งมีมากว่า 25 ปี  แล้วมาโตอย่างพรวดพราดจากปี 2548 และเป็นที่คาดหมายว่าปี 2555 คือปีที่ผู้ชมจะชมผ่านทั้งเคเบิลและดาวเทียมรวมกันเป็นสื่อที่ไม่ใช้เสาอากาศมากกว่าร้อยละ 95  แต่คุณสินธุ์ เภตรารัตน์  รายงานว่า  2556  มีผู้ชมเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 64  ทั้งนี่ไม่รวมโทรทัศน์ที่อยู่ใน หอพัก ตึกสูง หรือที่สาธารณะ
จากกราฟที่คุณสินธุ์นำมาแสดงพบว่า  เมื่อปี 2550 บ้านในเมืองต่างจังหวัดชมทีวีไร้สายถึงร้อยละ 32  ในขณะที่นอกเมืองชมเพียงร้อยละ 6 ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ที่ว่าสถานการณ์ร้อนแรงทางการเมืองจุดประกายให้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองต่างจังหวัดหันมาชมโทรทัศน์ไร้สายมากขึ้น 
ส่วนปี 2555 บ้านนอกเมืองมีผู้ชมทีวีไร้เสาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นร้อยละ 66 ทั้งที่ปี 2554 มีเพียงร้อยละ 44 ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ที่ว่าปี 2555 เป็นปีที่จานรับสัญญาณดาวเทียมลดราคาลง  จนเสาอากาศแบบอนาล็อกขายไม่ออกต้องปิดกิจการ  


         เกือบปีที่ผ่านมาผู้ประกอบกิจการเคเบิลและบริการติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียมต่างยอมรับกันว่าปีกว่าๆ ที่ผ่านมายอดลูกค้าเฉื่อยลง  ไม่พุ่งแรงเหมือนหลายๆ ปีที่ผ่านมา  เมื่อทบทวนสถานการณ์ที่ผ่านมาก็จะพบว่ามีกระแสต้านที่เป็นผลให้กิจการเคเบิลและดาวเทียมเฉื่อยอย่างน้อย  2  เรื่อง  คือกระแส ยูโร 2012 จอดำ และกระแสโทรทัศน์ ดิจิตอล(ภาคพื้นดิน) 
เมื่อกลางปีที่แล้ว(2555) ผู้ชมโทรทัศน์ที่ไม่ใช้เสาหนวดกุ้งและก้างปลาส่วนหนึ่งไม่ได้ชมการถ่ายทอดสดฟุตบอล ยูโร 2012 ผ่านช่อง 3  ช่อง 5  และ ช่อง 9  ทั้งที่ทั้ง 3  ช่องนี้เป็นโทรทัศน์ที่บริการมวลชนทั้งประเทศไม่ใช่โทรทัศน์บอกรับสมาชิก  แล้วก็มีข่าวตามออกมาให้คนที่ต้องการชมฟุตบอลกลับไปซื้อหนวดกุ้งจากร้านสะดวกซื้อ  
พอข่าวหนวดกุ้งเบาลงกระแสข่าว ดิจิตอล(ภาคพื้นดิน) ก็มีผ่านหูทุกวันจนผู้ชมทางบ้านเข้าใจว่า  ดิจิตอลคือทีวีแบบใหม่ที่กำลังจะเข้ามาแทนทีวีที่บ้าน ไม่ว่าจะมาแทนทีวีที่รับสัญญาณจากเสาหนวดกุ้งและก้างปลา  แทนจานรับสัญญาณดาวเทียม หรือแทนเคเบิลทีวี 
วันนี้ผู้ชมเข้าใจว่า  ทีวีดิจิตอล  คือทีวีภาคพื้นดินแบบเดิม จากช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 และช่อง ทีวีไทย  แปลงร่างให้สัญญาณภาพชัดขึ้น  แล้วก็มีช่องรายการชัดและชมฟรี เพิ่มขึ้นมาอีกสี่ห้าสิบช่อง   ไม่ใช่ช่อง ทีวีดาวเทียม หรือ เคเบิลทีวี  เพราะทั้ง ทีวีดาวเทียม และ เคเบิลทีวี ยังไม่ยอมเรียกตัวเองว่าเป็น  ทีวีดิจิตอล 
ร้านขายเครื่องรับโทรทัศน์วันนี้เปลี่ยนสินค้าในร้านของตนเองหมดแล้ว  จะไปหาทีวีขนาดปกติ 4 ต่อ 3 ไม่ได้แล้ว  เพราะมีแต่ทีวีจอกว้างขนาด 16 ต่อ 9  ปรับตัวเองหมดแล้ว  ส่วนรายการต่างประเทศปัจจุบันปรับหน้าจอเป็นภาพขนาด 14 ต่อ 9 เพื่อให้ทีวีรุ่นเก่า 4 ต่อ 3 รับชมได้แต่ไม่ได้ส่วนภาพจะผอมกว่าปกติ  กับรุ่นใหม่ 16 ต่อ 9 รับชมได้แต่อ้วนหน่อย  
ส่วนเคเบิลหรือจานดาวเทียมบางรายก็มีกล่อง (Condition Access หรือ CA Box) เพื่อเปลี่ยนระบบดิจิตอลให้ลูกค้ารายที่มีโทรทัศน์ดิจิตอลแล้ว  แต่บางรายก็วางแผนและกำหนดแล้วว่าจะเริ่มต้นวันไหน
สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย) ก็กำลังศึกษาว่าจะเริ่มเปลี่ยนขนาดจอภาพเป็น 16 ต่อ 9 พร้อมกันวันไหนดี  เพราะถ้าสมาชิกของสมาคมพร้อมใจกันเปลี่ยนขนาดของจอวันไหน  หมายถึงทีวีร้อยกว่าช่องเปลี่ยนเป็นจอ 16 ต่อ 9  
            แม้ว่าทั้งวงการกำลังก้าวผ่านจากระบบอนาล็อกไปสู่ดิจิตอล  แต่คนในวงการโทรทัศน์กลุ่มใหญ่ก็ยังกังวลว่าแล้วโทรทัศน์ดิจิตอลภาคพื้นดินจะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ชมให้หันไปรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินกันหมดหรือไม่
             หากจะเปรียบเทียบความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างโทรทัศน์ระบบดิจิตอลที่รับทางจานรับดาวเทียมและที่รับทางสัญญาณภาคพื้นดินก็จะพบว่าวิธีการแพร่ทั้งสองวิธีจะได้ภาพที่คมชัดเหมือนกัน  และมีข้อที่ได้เปรียบเสียเปรียบกันอยู่บ้าง เช่น
 เทคโนโลยี  ทีวีภาคพื้นดินมีขั้นตอนการแพร่ภาพมากกว่าทีวีดาวเทียมเพราะต้องมีอุปกรณ์รับสัญญาณจากดาวเทียมและส่งขึ้นเสาเพื่อแพร่สัญญาณภาพแนวระนาบพื้นต่อไปให้ผู้ชมอีกทอดหนึ่ง  จึงมีขีดจำกัดในกรณีที่อุปกรณ์เครื่องรับอยู่ในป่าคอนกรีตที่มีตึกสูงล้อมรอบ หรือไม่มีเสาส่งแพร่สัญญาณภาพในอาณาบริเวณที่มีผู้อาศัยอยู่น้อยในถิ่นกันดาล
แต่ข้อจำกัดนั้นเป็นอุปสรรคเฉพาะผู้ชมที่ต้องการเปลี่ยนจากเสาอนาล็อกเป็นอุปกรณ์เครื่องรับทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน 48 ช่อง
ส่วนผู้ชมส่วนใหญ่ที่มีทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีอยู่แล้ว เพียงเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณก็มีโอกาสเลือกชมรายการได้ทั้งช่องรายการที่รับชมเป็นประจำอยู่แล้วและได้ชมทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินเพิ่มขึ้นอีก 48 ช่อง
            ยกระดับช่องสัญญาณทีวี  การสัมมนา “Thailand in View 2013”  ช่วง “The Neighborhood is Getting Crowded - Digital Terrestrial Licensing and its effects on the CabSat Ecosystem” ได้เสวนากันถึงสัมปทานทีวีภาคพื้นดินที่จะเกิดขึ้น 48 ช่อง  จะมีผลต่อกิจการ โทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลอย่างไร   วิทยากร 3 ท่าน  คือ  อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ  จากเครือเนชั่น  พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล จากเครืออาร์เอส  และสมพันธ์ จารุมิลินท  จาก ทรู วิชั่น  ล้วนแสดงความจำนงที่จะเข้าประมูลเป็นเจ้าของสัมปทานทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน 
วิทยากรทั้ง 3 ท่าน เป็นบุคคลที่มีผลให้ภาพของช่องรายการทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินปรากฏออกมาชัดเจนขึ้นว่านอกจากผู้ชมจะได้ชมทีวีอนาล็อกที่พัฒนาเป็นดิจิตอลแล้วยังจะได้ชมรายการทีวีดีๆ ทีมีคุณภาพจากกลุ่มทุนรายใหญ่ๆ ทั้งที่มีทั้งการถ่ายทอดสดกีฬาระดับโลกและกลุ่มข่าว 
การลงทุน  ทีวีดิจิตอลทั้งทีวีดาวเทียมและทีวีภาคพื้นดินต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขึ้นดาวเทียมเท่ากัน  คือ ถ้าเป็นระบบ HD หรือแบบความคมชัดสูง ต้องเสียประมาณเดือนละ 4-6 ล้านบาท ต่อเดือน  ถ้าเป็นระบบ  SD หรือความคมชัดมาตรฐาน ต้องเสียประมาณเดือนละ 1-2 ล้านบาท 
นอกจากค่าดาวเทียมแล้วโทรทัศน์ภาคพื้นดินต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าโทรทัศน์ดาวเทียมอีก 2 จำนวน คือ ค่าเครือข่ายและค่าสัมปทาน  ระหว่าง 7.81 ล้านบาท ถึง 45.03 ล้านบาท ดังนี้
ค่าบริการเครือข่ายปลายทาง  เป็นค่าบริการของผู้บริการเครือข่ายที่รับภาพจากดาวเทียมแล้วแพร่ภาพต่อไปถึงบ้านที่มีเครื่องรับสัญญาณภาคพื้นดิน  ซึ่งทางบ้านต้องติดตั้งเครื่องรับ อาจเป็นเสาหรือเป็นแผ่นฟิล์ม  ตารางแสดงค่าเครือข่ายฯ ด้านตั้งช่อง (1)  แสดงให้เห็นถึงระดับความคมชัดมี 2 แบบ คือ HD และ SD  และตารางตั้ง (3)  แสดงค่าเครือข่ายปลายทางที่ประมาณการว่าค่าบริการช่อง HD ต้องจ่ายเดือนละประมาณ 15 ล้านบาท  ส่วนช่อง SD ต้องจ่ายเดือนละ 5 ล้านบาท

ตารางแสดงค่าเครือข่ายและค่าสัมปทานต่อเดือนของทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน
(ล้านบาท)
ความ
คมชัด
(1)
ประเภท
รายการ
(2)
เครือข่ายปลายทาง
(3)
ราคาเริ่มประมูล
(4)
คืนทุน+ดอกเบี้ย 7.5 % ต่อเดือน
จ่ายเพิ่ม
15 ปี
(5)
10 ปี
(6)
5 ปี
(7)
ต่อเดือน
(8)
HD (8)
ทั่วไป
15.
1,510.
14.00
17.92
30.03
45.03
SD (9)
ทั่วไป
 5.
  380.
3.52
4.51
7.61
12.61
SD (10)
ข่าว
 5.
  220.
2.04
2.61
4.49
9.49
SD (11)
เยาวชน
 5.
   140.
1.30
1.66
2.81
7.81
  
ค่าสัมปทานคลื่นความถี่  ตารางตั้ง (4) แสดงเป็นจำนวนเงินหน่วยล้านบาท  ซึ่งเป็นราคาการเริ่มต้นประมูลที่กำหนดมูลค่าตามความคมชัดและประเภทรายการ  ตารางตั้ง (5) (6) และ (7) เป็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายคืนทุนพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ทั้งนี่เพราะปกติธนาคารจะให้กู้ในอัตราร้อยละ 7 แต่ถ้าเป็นกิจการเล็กอาจจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 0.5 ถึงร้อยละ 2. (on top) 
เมื่ออ่านตารางนอน HD (8)  อ่านได้ว่าเป็นช่องความคมชัดสูงเผยแพร่รายการประเภททั่วไป  มีราคาประมูลเริ่มต้นที่ 1,510 ล้านบาท  ถ้าประมูลได้ในราคาเริ่มต้นและมีเป้าหมายให้คืนทุนในช่วงเวลา 5 ปี และเสียดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี  จะต้องจ่ายค่าสัมปทาน 30,030,000  บาทต่อเดือนตามตารางตั้ง (7)
เมื่อรวมค่าเครือข่ายและค่าสัมปทานแล้ว HD จะมีรายจ่ายมากกว่าทีวีดาวเทียมคมชัดสูงประมาณช่องละ 45,030,000. บาท ต่อเดือน  ส่วน SD ช่องรายการทั่วไป จะมีรายจ่ายมากกว่าประมาณ 12,610,000. บาท ต่อเดือน
             สมมติฐานที่กำหนดขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นราคาประมูลซึ่งอาจจะสูงกว่านี้  ดอกเบี้ยเงินทุนอาจจะสูงหรือต่ำกว่านี้  และ ค่าใช่จ่ายต่อเดือนก็จะต้องเปลี่ยนไปจากตารางที่แสดง  ส่วนจะเปลี่ยนไปเท่าไร  เข้าโปรแกรมง่าย ๆ ทาง Google ครับ  โดยคลิกเข้าไปที่ http://www.freesplans.com/FP_home/Calculation_loan.asp   แล้วกรอกจำนวนเงินที่ประมูลได้ในช่องวงเงินกู้  พร้อมทั้งอัตราดอกเบี้ย  และระยะเวลาที่ต้องการคืนทุน  ก็จะได้คำตอบในช่องเงินค่างวดที่ต้องผ่อนชำระว่าจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนที่เป็นสัมปทานความถี่   แล้วเอาไปบวกกับค่าบริการเครือข่ายปลายทางก็จะได้คำตอบจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายเพิ่มจากทีวีดาวเทียมแต่ละเดือน


 

                                                คำนวณเงินงวด



วงเงินกู้                                           บาท
อัตราดอกเบี้ย                                                 %
ระยะเวลาผ่อนชำระ                                        ปี
เงินค่างวดที่ต้องผ่อนชำระ          บาท/เดือน 

           
   ข้อควรระวังสำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ  ถ้าต้องการผ่อนมากกว่า 5 ปี  ควรต้องทบทวนให้ดีกับนวัตกรรมที่จะเข้ามา  โดยเฉพาะการรับชมผ่านอินเตอร์เน็ต

             เจ้าของกิจการทีวีดาวเทียมหรือเคเบิลที่วิตกว่าทีวีภาคพื้นดินจะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งผู้ชมไปมากหรือไม่  คงตอบว่าต้องมีส่วนแน่นอน  แต่จะเป็น 48 ในกว่า 300 ช่อง  เพราะผู้ชมไม่ได้สนใจว่าวิธีการส่งจะเป็นอย่างไร  แต่เขาสนใจว่าจะได้ชมรายการอะไร  ถ้าช่องทีวีดาวเทียมหรือเคเบิลมั่นใจว่ามีรายการที่ผู้ชมต้องการชมก็ไม่จำเป็นต้องวิตกไปด้วย 
          สมมติให้ทีวีอนาล็อกปัจจุบันเป็นตลาด อตก. ส่วนทีวีดาวเทียมและเคเบิลเป็นตลาดจตุจักร  อีก 5 ปี ตลาด อตก. ต้องปิด  กสทช. จึงคิดที่จะสร้างตลาดใหม่ยกระดับเป็นตลาดติดแอร์  มีสินค้า อตก. ไปอยู่ครบและมีสินค้าคุณภาพจากจตุจักรและที่อื่น ๆ ไปอยู่รวมกันให้เลือกซื้อมากกว่า อตก. 8 เท่า แต่ตลาดจะติดหรือไม่คงต้องพูดว่า 
          “การลงทุนมีความเสียง

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

แคสบ้าจัดสัมมนา มุมมองทีวีไทย2013 ..เขียนเมื่อ เม.ย.2556


CASBAA: Cable & Satellite Broadcasting Association of Asia (แคสบ้า)  สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลแห่งเอเชีย เกิดจากผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ผู้ผลิต ช่องรายการ ผู้บริการเครือข่าย ผู้โฆษณา และผู้จัดจำหน่ายรายการทั่วเอเชีย รวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้ประสบการณ์ และนำกลับไปปรับใช้ ให้เข้ากันกับความก้าวหน้าของโลกปัจจุบัน
 แคสบ้ามีสมาชิกเป็นสถาบันชั้นนำทั่วโลกกว่า 130 องค์กร   เมื่อต้นปี 2554  ทราบว่ามีผู้ชมๆ โทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ จึงได้จัดสัมมนาร่วมกับสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม(ประเทศไทย)  โดยใช้ชื่อว่า THAILAND IN VIEW SEMINAR 2011”  
            วันนี้มีโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลขอขึ้นทะเบียน กว่า 600 ช่อง  และ กสทช. กำลังผลักดันให้มีโทรทัศน์ดิจิตอลภาคพื้นดินอีก 48 ช่อง  แคสบ้าจึงได้จัดสัมมนาเป็นครั้งที่สองในหัวข้อเดียวกับครั้งแรก คือ มุมมองประเทศไทย 2013  เพื่อให้สมาชิกได้รู้จักอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยมากขึ้น  
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  เป็นผู้เปิดการสัมมนาเมื่อปี 2011 ได้กล่าวไว้ว่าโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลเป็นมิติใหม่ที่นำเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระในมุมที่แตกต่างกัน  จึงเชื่อว่าโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับผู้แสดงความคิดเห็นในศตวรรษที่ 21  นโยบายของรัฐบาลก็ให้การสนับสนุนให้สื่อสามารถทำงานได้โดยไม่มีแรงกดดันหรือคุกคาม แต่สื่อเองจำเป็นต้องสร้างมาตรการและกรอบการกำกับดูแลตัวเองให้เหมาะสม  เพราะอิสระต้องมาพร้อมๆ กับความรับผิดชอบในสังคมประชาธิปไตย 
2013  แคสบ้าเชิญนายกรัฐมนตรีมาเปิดงานเช่นกัน  แต่เป็น ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วนแนวคิดของรัฐบาลเพื่อไทยจะต่างกับประชาธิปัตย์อย่างไร  คงทราบกันในวันที่ 30 พฤษภาคม 2556 ซี่งเป็นวันเปิดสัมมนา
            การสัมมนา 2011 เริ่มจากข้อมูลผู้ชมโดยคุณสินธุ์ เภตรารัตน์   MD. ของ AGB Nielsen Media Research   สรุปภาพรวมผู้ชมทีวีไร้เสาตั้งแต่ปี 2000 – 2005 ว่าตัวเลขผู้ชมขึ้นทีละนิด  แล้วมาเริ่มพุ่งแรงขึ้นตั้งแต่ 2006 ทำให้มีผู้ชมทีวีไร้เสามากกว่าร้อยละ 50 ในปี 2010 หมายถึงมีทีวีไม่น้อยกว่า 22 ล้านเครื่อง เฉลี่ยเปิดชมรายการผ่านจานดาวเทียมและเคเบิลราวๆ เครื่องละ 4 ชั่วโมง ต่อวัน
            2013 มีโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลกว่า 600 ช่อง  ผู้ชมจะเปลี่ยนพฤติกรรมมานั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์มากขึ้นหรือไม่  คงได้ทราบกันในช่วงเช้าของงานสัมมนา
            2011  แคสบ้าได้ถกถึง พรบ. การประกอบกิจการโทรทัศน์  2551  และ พรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ 2553  โดยที่ยังไม่มี กสทช. วันนั้นเราคุยกันถึงการหารายได้วิธีต่างๆ มากกว่าการพึ่งพารายได้จากบริษัทโฆษณา  เราพูดถึงความสำคัญของช่องข่าวที่ทำให้โทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลพลิกประวัติศาสตร์
            วันนี้เรามี กสทช. และได้เลือก DVB T2  ให้เป็นระบบการแพร่ภาพโทรทัศน์ภาคพื้นดิน 48 ช่อง  โดยจัดสรรให้ระบบดิจิตอลมาตรฐาน (SD) แพร่ภาพคู่ขนานกับฟรีทีวีอนาล็อค  6 ช่อง คัดสรรองค์กรต่างๆ บริการสาธารณะและท้องถิ่น 18 ช่อง  และจัดสรรให้ประมูล  24 ช่อง โดยแบ่งเป็นดิจิตอลระบบความละเอียดสูง (HD) เพื่อทำธุรกิจทั่วไป 7 ช่อง  และ (SD)  17 ช่อง  เป็นรายการทั่วไป 7 ช่อง  รายการข่าวและสาระ 7 ช่อง และรายการสำหรับครอบครัว 3 ช่อง
หมายถึงเมื่อเรามีโทรทัศน์ทุกระบบทั่วประเทศกว่า 700 สถานี เศรษฐกิจของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ทั้งระบบจะเป็นอย่างไร แคสบ้าเชิญเพื่อนร่วมอาชีพมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์  4 กลุ่มด้วยกัน 
กลุ่มแรกเป็นวิสัยทัศน์ของโทรทัศน์ไทยประกอบด้วย  นิพนธ์ นาคสมภพ จากสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม,  อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ จากเนชั่น และศุภจี สุธรรมพันธุ์ จากไทยคม 
กลุ่มที่สองเป็นเรื่องการเงินทั้งระบบว่าโทรทัศน์จะมีเงินจากไหน โดยวรรณี  รัตนพล สมาคมมีเดียฯ,  อ่อนอุษา ลำเลียงพล  สมาคมโฆษณาฯ,  Nilufar Fowler จาก Mindshare,  Nadia Hwang  จาก Turner , อนุวัฒน์ เฉลิมไชย จาก SCG, และ ธารี ประศาสน์วินิจฉัย  จาก ยูนิลีเวอร์  
กลุ่มที่สามคุยกันถึงรายการตามกระแสนิยม  ประกอบด้วยสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ จาก อาร์เอส, Ashley Jordan  จาก Fashion One  และ Augustus Dulgoro  จาก ITV Studios 
กลุ่มที่สี่เจาะลึกลงไปถึงธุรกิจฟุตบอล  เพื่อหาคำตอบว่าเป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นสำหรับโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลจริงหรือ  โดยจิรเดช นุตสถิตย์ จากซีทีเอช-พรีเมียรลีค ,ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม จาก แกรมมี่-ฟุตบอลยูโร,  สุระพล สีประเสริฐ จากสมาคมเคเบิล,  Adrian New จากสโมสรฟุตบอลเชลซี ,  Rick  Abhakorn  จาก FOX Sports  และ Ramez Sheikh จาก Universal   
           หลังจากคุยกันถึงทิศทางการเจริญเติบโตแล้ว ปิดท้ายด้วยปัญหาระดับมหภาคหนักๆ  สองเรื่อง  ที่มีผลต่ออุตสาหกรรมอย่างมาก  คือ  เรื่องกฎระเบียบของภาครัฐ และนวัตกรรมเทคโนโลยี
วันนี้กฎระเบียบส่วนใหญ่ของไทยยังเป็นแนวคิดการบังคับควบคุมและลงโทษ มากกว่าการกำกับดูแลตัวเอง  แต่จะพัฒนาไปอย่างไร ผู้ที่จะตอบได้ คือ กสทช.  สุภิญญา กลางณรงค์,   พนา ทองมีอาคม จากกองทุนพัฒนาเพื่อประโยชน์สาธารณะ  และ Joe Welch  ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายการสื่อสารในภูมิภาคเอเชีย
            ส่วนเรื่องเทคโนโลยีคงไม่มีใครปฎิเสธว่าอุตสาหกรรมโทรทัศน์ต้องพร้อมที่จะเข้าสู่โลกของดิจิตอลไม่ใช่อนาล็อค  แต่ไม่แน่ว่าผู้ชมจะเลือกดิจิตอลภาคพื้นดิน  ดิจิตอลดาวเทียม หรือดิจิตอลทางสาย  ผู้ที่จะให้ข้อมูลเรื่องนี้คือสุระ เกนทะนะศิล  และทินกร เทียนประทุม   
             นอกจากนี้แคสบ้าได้เชิญสุทธิชัย หยุ่น  มาเปิดใจในช่วงกลางวันและเชิญนที ศุกลรัตน์มาปิดท้ายรายการ

อยากเห็นเป็นรูปธรรมมากกว่าการลงนามบันทึกข้อตกลง ..เขียนเมื่อ พ.ค.2556


อยากเห็นเป็นรูปธรรมมากกว่าการลงนามบันทึกความตกลง
ดร. นิพนธ์  นาคสมภพ
 สคบ. จัดพิธีลงนามบันทึกความตกลงการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน 10 แห่ง ไปเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2556  เพื่อสร้างความเข้าใจในการบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน  และเพื่อให้โทรทัศน์ทุกช่องได้ดำเนินการให้ถูกต้อง
 หน่วยงานที่ลงนามประกอบด้วย  กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  กสทช. อย.  สคบ. สมาคมโฆษณาฯ สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมฯ สมาคมผู้ประกอบการเคเบิลฯ สมาคมเคเบิลฯ ไทยคม และ ดีทีวี โดยมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งเผยแพร่ความรู้เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค จะแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูลข่าวสาร ฐานข้อมูลและความคิดเห็นเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและอุปสรรค์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงาน ให้เกิดความคล่องตัวและรวดเร็ว  จะสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในอำนาจของแต่ละหน่วยงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และอาจจัดตั้งคณะทำงานร่วมประกอบด้วยผู้แทนทั้ง 10 แห่ง และผู้เชี่ยวชาญด้านที่เกี่ยวข้อง
หลังจากการลงนามร่วมกัน  ทั้ง อย. สคบ. และสมาคมโฆษณาฯ  ได้จัดเสวนาต่อซึ่งผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้รับใบอนุญาตช่องรายการโทรทัศน์ทั้งดาวเทียมและเคเบิล จึงเก็บมาเล่าให้ฟ้ง   
 อาหารและยา  ภญ. ศรีนวล กรกชกร  รองเลขา อย. ได้อธิบายถึงความปลอดภัย อันตรายและการเยียวยาที่ผู้บริโภคจะได้รับจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากยา เครื่องมือแพทย์ และอาหาร  ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าปากทุกชนิดและที่ไม่เข้าปากแต่มีผลต่อร่างกายและจิตใจบางชนิดต้องขออนุญาต
 ข้อมูลสำคัญที่คนทีวีต้องรู้คือการโฆษณายาแผนปัจจุบันและยาแผนโบราณที่ใช้สำหรับบำรุงร่างกาย ด้วยวิธีขายผ่านศูนย์รับโทรศัพท์และขายตรงทำไม่ได้
ส่วนการผลิตงานโฆษณาอาหารและยา อย่างน้อยต้องเข้าใจว่า
ถ้อยคำที่ห้ามใช้ในการโฆษณา    คำพูดที่ใช้ในโฆษณาอาหารและถูกห้ามมาแล้ว คือ  คำที่กล่าวอ้างถึงคุณภาพที่มีความหมายว่า ที่สุด ยอด วิเศษ ดีเลิศ เด็ดขาด  ศักดิ์สิทธิ์ หรือมหัศจรรย์ และคำพูดที่ทับถมเปรียบเทียบ  ผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่ใช่ยาห้ามแสดงสรรพคุณว่ามีฤทธิ์ในการบำบัด บรรเทา รักษา หรือ ป้องกันโรค เพราะคำเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าเป็น  ยา 
           โรคที่ห้ามไม่ให้โฆษณา   บางโรคที่ทางการแพทย์เห็นว่าการโฆษณามีผลให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงต่อชีวิตมากขึ้นก็จะไม่ให้ใช้ในการโฆษณา เช่น เบาหวาน มะเร็ง  เอดส์  อัมพาต วัณโรค โรคเรื้อน โรคหรืออาการของโรคของสมอง หัวใจ ปอด ตับ ม้าม และไต  
             บุคคลที่ห้ามโฆษณา   ห้ามนำบุคลากรทางการแพทยและสาธารณสุข หรือทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นบุคคลดังกล่าวเป็นผู้แนะนำ รับรอง หรือเป็นผู้แสดงแบบ  
            เอกสารต้องตรวจสอบ  เอกสารประกอบการโฆษณาคือใบอนุญาตโฆษณา  เป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนเผยแพร่  อาหารและยารายที่ไม่มีเอกสารการอนุญาตประกอบเป็นความผิดโดยเจตนาของผู้ทำการโฆษณาโดยตรง  แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือเอกสารอนุญาตโฆษณาทั้งอาหารและยาปลอมหรือเนื้อหาที่โฆษณาไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาต 
            ผลิตภัณฑ์ประกอบฉาก  หลายครั้งที่ผมเห็นพิธีกรโฆษณาแนะนำผลิตภัณฑ์ถูกต้องทุกอย่าง   แต่ข้างๆ ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องล้อมรอบด้วยอาหารหรือยานำเข้าที่ไม่เคยขอแม้แต่จดแจ้ง ใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร 
          หากไม่แน่ใจว่าเอกสารการอนุญาตโฆษณาเป็นของจริงหรือไม่  ให้ตรวจสอบกับอย. ก่อน  โดยโทรไปที่สายด่วน อย. 1556
            ผู้บริโภค   คุณบัณฑิต ตั้งประเสริฐ รองเลขา สคบ. ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการคุ้มครองผู้บริโภค  ได้ชี้แจงถึงกฎหมายซึ่งสรุปได้ว่าสื่อ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหารายการ ข้อเขียน หรือโฆษณา  ต้องไม่กล่าวเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญเพื่อประโยชน์ทางการค้า  ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค สิทธิของผู้บริโภคที่ต้องดูแลมี  5 ประการ คือ  สิทธิ์ในการบริโภคข่าวสาร  อิสรภาพในการรับข่าวสาร  ความปลอดภัยในการรับข่าวสาร  ความเป็นธรรมในการทำสัญญา  และการชดเชยค่าเสียหาย
            การดูแลผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเน้นไปที่โฆษณา  เพราะวัตถุประสงค์ของการโฆษณาคือสร้างความต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภค  ซึ่งโฆษณานั้นจะต้องไม่ใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม ทั้งนี้ไม่ว่าข้อความดังกล่าวนั้นจะเป็นข้อความที่เกี่ยวกับแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือลักษณะของสินค้าหรือบริการ ตลอดจนการส่งมอบ การจัดหา หรือการใช้สินค้าหรือบริการ     
             คุณทรงศิริ จุมพล  รก. ผอ. คุ้มครองผู้บริโภค ชี้แจงว่า ผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาเกินจริงนั้นไม่ได้เป็นเพียงข้อกล่าวหา  แต่เป็นสิ่งที่ผู้โฆษณาต้องพิสูจน์ว่าทำได้จริง การโฆษณากรณีที่เป็นการลด แลก แจก แถม เสี่ยงโชค ชิงรางวัล เหล่านี้ต้องขออนุญาต  การโฆษณาให้สั่งซื้อสินค้าทางโทรทัศน์ต้องมีทะเบียนใบอนุญาตขายตรง  
            คุณวิทวัส ชัยปาณี นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโฆษณา ให้ความเห็นว่าโทษที่ทาง อย. และ สคบ.  ลงโทษเป็นโทษที่ไม่มาก เช่น จับได้ปรับ 5,000. บาท  แต่ความจริงเป็นการปรับรายวัน หลายๆ วันก็เป็นแสนเป็นล้านก็เคยมี  โฆษณาบางชิ้นไม่น่าจะผิดกฎหมายแต่ก็ผิดจนได้ เช่น เครื่องเล่น  DVD เล่นแผ่นผีได้ แต่ก็มีถ้อยคำจำนวนมากที่ตัดสินยาก  ต้องดูที่เจตนา    
              โทรทัศน์บางรายการเห็นว่าทั้ง อย. และ สคบ. เข้มงวดกับโฆษณาจึงเอาใจใส่ไม่ให้โฆษณาผิดกฎหมาย เลี่ยงเอาไปไว้ในบางส่วนของรายการ  ไม่ว่าจะเอาไว้ในช่วงโฆษณาหรือช่วงรายการก็มีความผิดเหมือนกันเพราะถือว่าเป็นเนื้อหาที่ให้ประชาชนเห็นหรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ในทางการค้าสื่อโฆษณา
              ผมเชื่อว่าการลงนามบันทึกความตกลงครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่จะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อ
           เจ้าภาพลงมือปฏิบัติมากกว่าเอาบันทึกไปเก็บไว้ในลิ้นชัก
           ต้องถ่ายอำนาจให้สมาคมวิชาชีพแต่ละแขนงไปพร้อมกับหน้าที่ๆ ให้เขาไปกำกับกันเอง
           ตั้งศูนย์ที่ปรึกษาวิชาชีพที่มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการแพร่ภาพและเสียง (one stop service)
          วางแผนต่อเนื่องส่งเสริมและแนะนำสินค้าที่มีในตลาดให้ผู้บริโภครู้จักและเกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่เลือกบริโภคมีคุณค่าสมราคา

หลักฐานสำคัญที่จะให้หรือไม่ให้ใบอนุญาต14ปี ..เขียนเมื่อ มิ.ย.2556


หลักฐานสำคัญที่จะให้หรือไม่ให้ใบอนุญาต  14 ปี
ดร. นิพนธ์  นาคสมภพ
การขึ้นทะเบียนให้ใบอนุญาต 1 ปี  ช่องรายการทีวีดาวเทียมและเคเบิล น่าจะเสร็จสิ้นครบทั้ง  632 ราย ภายในเดือนมิถุนายน 2556 ตามที่ พ.อ. ดร. นที ศุกลรัตน์  กสทช. ประกาศให้คำมั่นก่อนหน้านี้ แต่เมื่อครบกำหนด 1 ปี จะต่อให้อีก 14 ปีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กสทช.
การต่อหรือไม่ต่อใบอนุญาตนั้นขึ้นอยู่กับว่าแต่ละช่องจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำกับการประกอบกิจการอย่างไร   และมีหลักฐานสำคัญอะไรที่จะปฎิเสธการต่ออายุตามหลักเกณฑ์และวิธีการขอรับใบอนุญาต
 ผมเชื่อว่าสิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือคุณสมบัติของกรรมการหรือบุคคลผู้มีอำนาจกระทำการผูกพันว่าถูกเพิกถอนใบอนุญาตดาวเทียมและเคเบิลหรือไม่  และที่มีคุณลักษณะต้องห้ามตาม “หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์”  หมวด ๑ ข้อ ๗  (๓)  หรือไม่
         ผู้ขอรับใบอนุญาต กรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลผู้มีอํานาจกระทําการผูกพันผู้ขอรับใบอนุญาต ต้องไม่เคยถูกศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดว่ามีโทษทางอาญาซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์.....  ภายในระยะเวลาสองปีก่อนการยื่นขอรับใบอนุญาต
 หลักฐานการกระทำผิดหลักเกณฑ์ที่พิสูจน์ได้ง่าย คือ การกระทำผิดด้วยการเผยแพร่รายการและโฆษณาอาหาร ยา และคุณภาพของผลิตภัณฑ์  ส่วนหลักฐานที่พิสูจน์ได้ยากคือการพิจารณาความร่วมมือระดับมหภาค  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง การศึกษา วัฒนธรรม หรือการปกครองในระบอบประชาธิปไตย   
สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.  แถลงเมื่อ 6 กุมภาพันธ์  2556  ว่า
“โทรทัศน์ดาวเทียมที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว 8 สถานี  ปล่อยให้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เช่น เครื่องสำอาง อาหารเสริม กาแฟลดความอ้วน เครื่องมือแพทย์ โฆษณาในลักษณะโอ้อวดเกินจริง และมีผลิตภัณฑ์บางชนิดไม่มีใบรับรอบจากองค์การอาหารและยา (อย.) และถ้าศาลตัดสินว่าผิดก็จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันที"  
          ต่อมาเมื่อ  21 กุมภา  กสทช. ได้ส่งจดหมายไปยังผู้ประกอบการช่องรายการดาวเทียมจำนวน 90 ราย ห้ามโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง  และได้ตรวจพบว่ามีโทรทัศน์อีก 11 ช่อง โฆษณาไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ วัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง และมีรายการที่มีลักษณะเนื้อหาสาระที่เข้าข่ายมาตรา 37 แห่งพ.ร.บ.ประกอบกิจการ  2551  ที่ว่า
  ห้ามมิให้ออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีการกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจาร หรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง
 สคบ. ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความตกลงการดำเนินงานร่วมกันระหว่าง สคบ. กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน 10 แห่ง  โดยมีสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลทีวี  ไปเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2556  เพื่อสร้างความเข้าใจในการบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน  และเพื่อให้โทรทัศน์ทุกช่องได้ดำเนินการให้ถูกต้อง
หลังจากการลงนามร่วมกัน  ทั้ง อย. และ สคบ. ได้มีการเสวนาเพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้รับใบอนุญาต
             อาหารและยา  คุณศรีนวล กรกชกร  รองเลขา อย. ได้อธิบายถึงความปลอดภัย อันตรายและการเยียวยา  ที่ผู้บริโภคจะได้รับจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบริโภคที่เข้าปากทุกชนิดและที่ไม่เข้าปากแต่มีผลต่อร่างกายและจิตใจบางชนิด   ซึ่งแบ่งได้เป็น  3 หมวด  คือ  
1)  หมวดที่ห้ามโฆษณา ประกอบด้วยยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท
2)  หมวดที่ต้องขออนุญาตโฆษณา ประกอบด้วยยา เครื่องมือแพทย์ และอาหาร 
3)  หมวดที่ไม่ต้องขออนุญาตโฆษณา เช่น เครื่องสำอาง น้ำยาล้างจาน น้ำยาไล่แมลงหรือปลวก ต้องไม่โฆษณาให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญว่าสามารถบำบัด บรรเทารักษาโรค หรือมีผลต่อโครงสร้างร่างกาย
          ข้อควรระวังที่คนทีวีผิดกฎเหล็กกันมาก  คือ  ยาแผนปัจจุบันและยาแผนโบราณ จะขายตรงและขายผ่านศูนย์รับโทรศัพท์ไม่ได้ หากจะโฆษณาขายยาต้องขออนุญาต อย. ก่อน เมื่อได้รับอนุญาตอย่างไรแล้ว จึงโฆษณาไปตามที่ได้รับอนุญาตอย่าไปเพิ่มเติมตัดตอน หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างใดย่างหนึ่งโดยเด็ดขาด
              อย. สรุปว่า เฉพาะพฤศจิกายน  2555  เดือนเดียวดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดพรบ.อาหาร 59 ราย และ พรบ.ยา 17 ราย  คดีส่วนหนึ่งเป็นเรื่องนึกไม่ถึงว่าอาหารที่เรายอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อสุขภาพกลับเป็นอันตราย เช่น  บล็อกโคลี่ กะหล่ำปลีสีม่วง แครอทแห้ง และแก้วมังกรสด ซึ่งเป็นอาหารนำเข้ามีสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตกค้าง  ซอฟเค้กและมะเขือเทศอบแห้งมีวัตถุกันเสีย เกินปริมาณที่กำหนด ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือปริมาณวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล (โซเดียมไซคลาเมต) ไม่ได้มาตรฐาน อาจเป็นสารก่อมะเร็ง
   ตลอดปี 2555  อย. ลงโทษช่องโทรทัศน์ดาวเทียมโดยการปรับการโฆษณาคุณประโยชน์อาหารโดยไม่ได้รับอนุญาตกว่า 33 ราย ปรับรายละ 1,000 8,000 บาท  และอีก 2 ราย  ปรับ 120,000บาท  และ 160,000 บาท  ทั้งสองรายโฆษณาขายยาประเภทสมุนไพรผง ยาเม็ด และแคปซูล  ที่มีเลขทะเบียน อย. ทำการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตและอ้างสรรพคุณอันเป็นเท็จ เช่น การบำรุงร่างกายให้แข็งแกร่ง บำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค  
  ผมเคยถามผู้บริหารของ อย. ว่าทำไมถึงคุมเข้มถึงขนาดให้รายละเอียดส่วนที่เป็นความรู้ไม่ได้ คำตอบก็คือไม่ใช่เรื่องของประโยชน์ทางการค้าแต่เป็นเรื่องของโอกาสในการมีชีวิตอยู่ต่อไป  เพราะถ้าเกิดความเข้าใจผิดว่าสามารถป้องกันหรือรักษาได้ผู้บริโภคก็จะละเลยสิ่งที่ควรและไม่ควรปฏิบัติต่อชีวิตและร่างกาย
คนที่ชอบกินขนมหวานทุกคืนแล้วเข้าใจว่าดื่ม กิน หรือมีกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วไม่เป็นเบาหวาน อย่างน้อยก็จะระวังตนเองน้อยลง เพิ่มขนมหวานให้ตัวเอง ที่น่ากลัวมากคือ ไม่ตรวจร่างกาย และไม่ทำตามคำสั่งแพทย์จนถึงระดับที่ไม่สามารถรักษาได้ 
คนทำโฆษณาเองก็ต้องรู้ว่าโฆษณาอย่างไรต้องขออนุญาต อะไรไม่ต้องขออนุญาต  เช่น  
          ถ้อยคำที่ห้ามใช้ในการโฆษณา    คำพูดที่ใช้ในโฆษณาอาหารและถูกห้ามมาแล้ว คือ  คำที่กล่าวอ้างถึงคุณภาพที่มีความหมายว่า ที่สุด ยอด วิเศษ ดีเลิศ เด็ดขาด  ศักดิ์สิทธิ์ หรือมหัศจรรย์ และคำพูดที่ทับถมเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์อื่น  ส่วนอาหารเสริมห้ามไม่ให้แสดงสรรพคุณว่ามีฤทธิ์ในการบำบัด บรรเทา รักษา หรือ ป้องกันโรค เพราะคำเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าเป็น  ยา 
            โรคที่ห้ามไม่ให้โฆษณา   บางโรคที่ทางการแพทย์เห็นว่าการโฆษณามีผลให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงต่อชีวิตมากขึ้นก็จะไม่ให้ใช้ในการโฆษณา เช่น เบาหวาน มะเร็ง  เอดส์  อัมพาต วัณโรค โรคเรื้อน โรคหรืออาการของโรคของสมอง หัวใจ ปอด ตับ ม้าม และไต  
             บุคคลที่ห้ามโฆษณา   ห้ามนำบุคลากรทางการแพทยและสาธารณสุข หรือทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นบุคคลดังกล่าวเป็นผู้แนะนำ รับรอง หรือเป็นผู้แสดงแบบ  แต่สำหรับยาห้ามใช้บุคคลใดก็ตามมารับรอง หรือยกย่องสรรพคุณโดยเด็ดขาด
            เอกสารต้องตรวจสอบ  เอกสารประกอบการโฆษณาอาหารและยา คือใบอนุญาตโฆษณาต้องตรวจสอบก่อนเผยแพร่ว่าไม่ใช่ของปลอม  บทพูดพิธีกรในสาระสำคัญของยา อาหาร และเครื่องมือแพทย์ ไม่ควรเกินเลยกว่าที่ได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้น
            ผลิตภัณฑ์ประกอบฉาก  หลายครั้งที่ผมเห็นพิธีกรโฆษณาแนะนำผลิตภัณฑ์ถูกต้องทุกอย่าง   แต่ข้างๆ ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องล้อมรอบด้วยอาหารหรือยานำเข้าที่ไม่เคยขอแม้แต่จดแจ้ง ใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร 
          หากไม่แน่ใจว่าเอกสารการอนุญาตโฆษณาเป็นของจริงหรือไม่  ให้ตรวจสอบกับอย. ก่อน  โดยโทรเข้าสายด่วนที่ 1556
            ผู้บริโภค   คุณบัณฑิต ตั้งประเสริฐ รองเลขา สคบ. ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการคุ้มครองผู้บริโภค  ได้ชี้แจงถึงกฎหมายซึ่งสรุปได้ว่าสื่อ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหารายการ ข้อเขียน หรือโฆษณา  ต้องไม่กล่าวเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญเพื่อประโยชน์ทางการค้า  ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค สิทธิของผู้บริโภคที่ต้องดูแลมี  5 ประการ คือ 
1)      สิทธิ์ในการบริโภคข่าวสาร 
2)      อิสรภาพในการรับข่าวสาร 
3)      ความปลอดภัยในการรับข่าวสาร 
4)      ความเป็นธรรมในการทำสัญญา  และ
5)      การชดเชยค่าเสียหาย
           การดูแลผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเน้นไปที่โฆษณา  เพราะวัตถุประสงค์ของการโฆษณาคือสร้างความต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภค  ซึ่งโฆษณานั้นจะต้องไม่ใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม ทั้งนี้ไม่ว่าข้อความดังกล่าวนั้นจะเป็นข้อความที่เกี่ยวกับแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือลักษณะของสินค้าหรือบริการ ตลอดจนการส่งมอบ การจัดหา หรือการใช้สินค้าหรือบริการ 
                ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม คือ ข้อความที่เป็นเท็จ หรือเกินความจริง  ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ  ข้อความที่เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการไม่ว่าจะกระทำโดยใช้หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันไม่เป็นความจริงหรือเกินความจริงหรือไม่ก็ตาม
                ข้อความที่เป็นการสนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมาย หรือศีลธรรม หรือนำไปสู่การเสื่อมเสียวัฒนธรรมของชาติ ข้อความที่ทำให้เกิดการแตกแยก เสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน   
              แต่ถ้าโฆษณาความไม่จริงและบุคคลทั่วไปสามารถเข้าใจได้ว่าข้อความโฆษณาดังกล่าวไม่อาจเป็นความจริงได้อย่างแน่แท้ก็ไม่ถือว่าเป็นข้อความที่ต้องห้ามในการโฆษณา
              คุณวิทวัส ชัยปาณี นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโฆษณา ให้ความเห็นว่า
              “โทษที่ทาง อย. และ สคบ.  ลงโทษเป็นโทษที่ไม่มาก เช่น จับได้ปรับ 5,000. บาท  แต่ความจริงเป็นการปรับรายวัน หลายๆ วันก็เป็นแสนเป็นล้านก็เคยมี  โฆษณาบางชิ้นไม่น่าจะผิดกฎหมายแต่ก็ผิดจนได้ เช่น เครื่องเล่น  DVD เล่นแผ่นผีได้ แต่ก็มีถ้อยคำจำนวนมากที่ตัดสินยาก  ต้องดูที่เจตนา“  
              โทรทัศน์บางรายการเห็นว่าทั้ง อย. และ สคบ. เข้มงวดกับโฆษณาจึงเอาใจใส่ไม่ให้โฆษณาผิดกฎหมาย  แต่เลี่ยงเอาไปไว้ในบางส่วนของรายการ  แต่ไม่ว่าจะเอาไว้ในช่วงโฆษณาหรือช่วงรายการก็มีความผิดเหมือนกัน  เพราะคำว่าโฆษณา ตาม พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 หมายถึง
                        การกระทำการไม่ว่าโดยวิธีการใดๆ ให้ประชาชนเห็นหรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ในทางการค้าสื่อโฆษณา หมายความว่า สิ่งที่ใช้เป็นสื่อในการโฆษณา เช่น หนังสือพิมพ์สิ่งพิมพ์วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ไปรษณีย์โทรเลขโทรศัพท์หรือป้าย
            คุณทรงศิริ จุมพล  รก. ผอ. คุ้มครองผู้บริโภค ชี้แจงว่า
            ผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาเกินจริงนั้นไม่ได้เป็นเพียงข้อกล่าวหา  แต่เป็นสิ่งที่ผู้โฆษณาต้องพิสูจน์ว่าทำได้จริง การโฆษณากรณีที่เป็นการลด แลก แจก แถม เสี่ยงโชค ชิงรางวัล เหล่านี้ต้องขออนุญาต  การโฆษณาให้สั่งซื้อสินค้าทางโทรทัศน์ต้องมีทะเบียนใบอนุญาตขายตรง”  
            สำหรับเนื้อหารายการอื่นๆ ที่มีการถกเถียงและมีความเห็นต่างกันมากคือเรื่องลามกอนาจารหาข้อยุติได้ยาก  เพราะสื่อลามกอนาจาร คือ สื่อที่มีเนื้อหารายการหรือโฆษณาที่ผู้พบเห็นแล้วมีความรู้สึกน่าอุจาดบัดสี น่าอับอาย เป็นสื่อที่แสดงออกในรูปของภาพเปลือยมนุษย์ ภาพอวัยวะเพศทั้งหญิงและชาย หรือภาพการร่วมเพศ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้พบเห็นเกิดความใคร่ทางกามารมณ์    
            สรุปได้ว่าหลักฐานสำคัญที่น่าจะนำมาพิจารณาเพื่อปฎิเสธไม่ออกใบอนุญาตใบอนุญาตโทรทัศน์ดาวเทียมหรือเคเบิล 14 ปี คือ หลักฐานการเผยแพร่รายการหรือโฆษณาที่แสดงให้เห็นถึงเจตนาหาประโยชน์กับผู้ชมโดยไม่คำนึงถึงอันตราย