สัมปทานทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินลงทุนเท่าไร
นิพนธ์ นาคสมภพ
ข่าวการสัมมนา “Thailand in View 2013”
ทำให้คนโทรทัศน์ทั่วโลกหันมาให้ความสนใจข่าว “การประมูลทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน” ด้วยความงวยงงสงสัยว่า
เมื่อไม่มีประเทศไหนทำกันแล้วประเทศไทยจะเป็นประเทศนำร่องเป็นประเทศแรกหรือไง
งานสัมมนาของ CASBAA
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม เริ่มต้นด้วยการสรุปรายงานการสำรวจผู้ชมโทรทัศน์ประเภทไม่ใช้เสาที่ซึ่งมีมากว่า
25 ปี แล้วมาโตอย่างพรวดพราดจากปี 2548
และเป็นที่คาดหมายว่าปี 2555 คือปีที่ผู้ชมจะชมผ่านทั้งเคเบิลและดาวเทียมรวมกันเป็นสื่อที่ไม่ใช้เสาอากาศมากกว่าร้อยละ
95 แต่คุณสินธุ์ เภตรารัตน์ รายงานว่า 2556 มีผู้ชมเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ
64 ทั้งนี่ไม่รวมโทรทัศน์ที่อยู่ใน หอพัก
ตึกสูง หรือที่สาธารณะ
จากกราฟที่คุณสินธุ์นำมาแสดงพบว่า เมื่อปี 2550 บ้านในเมืองต่างจังหวัดชมทีวีไร้สายถึงร้อยละ
32 ในขณะที่นอกเมืองชมเพียงร้อยละ 6
ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ที่ว่าสถานการณ์ร้อนแรงทางการเมืองจุดประกายให้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองต่างจังหวัดหันมาชมโทรทัศน์ไร้สายมากขึ้น
ส่วนปี 2555
บ้านนอกเมืองมีผู้ชมทีวีไร้เสาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นร้อยละ 66 ทั้งที่ปี 2554
มีเพียงร้อยละ 44 ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ที่ว่าปี 2555 เป็นปีที่จานรับสัญญาณดาวเทียมลดราคาลง จนเสาอากาศแบบอนาล็อกขายไม่ออกต้องปิดกิจการ
เกือบปีที่ผ่านมาผู้ประกอบกิจการเคเบิลและบริการติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียมต่างยอมรับกันว่าปีกว่าๆ
ที่ผ่านมายอดลูกค้าเฉื่อยลง
ไม่พุ่งแรงเหมือนหลายๆ ปีที่ผ่านมา
เมื่อทบทวนสถานการณ์ที่ผ่านมาก็จะพบว่ามีกระแสต้านที่เป็นผลให้กิจการเคเบิลและดาวเทียมเฉื่อยอย่างน้อย 2
เรื่อง คือกระแส “ยูโร 2012 จอดำ” และกระแสโทรทัศน์ “ดิจิตอล(ภาคพื้นดิน)”
เมื่อกลางปีที่แล้ว(2555)
ผู้ชมโทรทัศน์ที่ไม่ใช้เสาหนวดกุ้งและก้างปลาส่วนหนึ่งไม่ได้ชมการถ่ายทอดสดฟุตบอล “ยูโร 2012” ผ่านช่อง 3 ช่อง 5 และ
ช่อง 9 ทั้งที่ทั้ง 3
ช่องนี้เป็นโทรทัศน์ที่บริการมวลชนทั้งประเทศไม่ใช่โทรทัศน์บอกรับสมาชิก แล้วก็มีข่าวตามออกมาให้คนที่ต้องการชมฟุตบอลกลับไปซื้อหนวดกุ้งจากร้านสะดวกซื้อ
พอข่าวหนวดกุ้งเบาลงกระแสข่าว
“ดิจิตอล”(ภาคพื้นดิน)” ก็มีผ่านหูทุกวันจนผู้ชมทางบ้านเข้าใจว่า ดิจิตอลคือทีวีแบบใหม่ที่กำลังจะเข้ามาแทนทีวีที่บ้าน
ไม่ว่าจะมาแทนทีวีที่รับสัญญาณจากเสาหนวดกุ้งและก้างปลา แทนจานรับสัญญาณดาวเทียม
หรือแทนเคเบิลทีวี
วันนี้ผู้ชมเข้าใจว่า “ทีวีดิจิตอล” คือทีวีภาคพื้นดินแบบเดิม
จากช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 และช่อง ทีวีไทย แปลงร่างให้สัญญาณภาพชัดขึ้น แล้วก็มีช่องรายการชัดและชมฟรี เพิ่มขึ้นมาอีกสี่ห้าสิบช่อง ไม่ใช่ช่อง “ทีวีดาวเทียม” หรือ “เคเบิลทีวี” เพราะทั้ง “ทีวีดาวเทียม” และ “เคเบิลทีวี”
ยังไม่ยอมเรียกตัวเองว่าเป็น “ทีวีดิจิตอล”
ร้านขายเครื่องรับโทรทัศน์วันนี้เปลี่ยนสินค้าในร้านของตนเองหมดแล้ว จะไปหาทีวีขนาดปกติ 4 ต่อ 3 ไม่ได้แล้ว เพราะมีแต่ทีวีจอกว้างขนาด 16 ต่อ 9 ปรับตัวเองหมดแล้ว ส่วนรายการต่างประเทศปัจจุบันปรับหน้าจอเป็นภาพขนาด
14 ต่อ 9 เพื่อให้ทีวีรุ่นเก่า 4 ต่อ 3 รับชมได้แต่ไม่ได้ส่วนภาพจะผอมกว่าปกติ กับรุ่นใหม่ 16
ต่อ 9 รับชมได้แต่อ้วนหน่อย
ส่วนเคเบิลหรือจานดาวเทียมบางรายก็มีกล่อง
(Condition Access หรือ CA Box) เพื่อเปลี่ยนระบบดิจิตอลให้ลูกค้ารายที่มีโทรทัศน์ดิจิตอลแล้ว แต่บางรายก็วางแผนและกำหนดแล้วว่าจะเริ่มต้นวันไหน
สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม
(ประเทศไทย) ก็กำลังศึกษาว่าจะเริ่มเปลี่ยนขนาดจอภาพเป็น 16 ต่อ 9
พร้อมกันวันไหนดี เพราะถ้าสมาชิกของสมาคมพร้อมใจกันเปลี่ยนขนาดของจอวันไหน หมายถึงทีวีร้อยกว่าช่องเปลี่ยนเป็นจอ 16 ต่อ
9
แม้ว่าทั้งวงการกำลังก้าวผ่านจากระบบอนาล็อกไปสู่ดิจิตอล แต่คนในวงการโทรทัศน์กลุ่มใหญ่ก็ยังกังวลว่าแล้วโทรทัศน์ดิจิตอลภาคพื้นดินจะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ชมให้หันไปรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินกันหมดหรือไม่
หากจะเปรียบเทียบความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างโทรทัศน์ระบบดิจิตอลที่รับทางจานรับดาวเทียมและที่รับทางสัญญาณภาคพื้นดินก็จะพบว่าวิธีการแพร่ทั้งสองวิธีจะได้ภาพที่คมชัดเหมือนกัน และมีข้อที่ได้เปรียบเสียเปรียบกันอยู่บ้าง
เช่น
เทคโนโลยี ทีวีภาคพื้นดินมีขั้นตอนการแพร่ภาพมากกว่าทีวีดาวเทียมเพราะต้องมีอุปกรณ์รับสัญญาณจากดาวเทียมและส่งขึ้นเสาเพื่อแพร่สัญญาณภาพแนวระนาบพื้นต่อไปให้ผู้ชมอีกทอดหนึ่ง จึงมีขีดจำกัดในกรณีที่อุปกรณ์เครื่องรับอยู่ในป่าคอนกรีตที่มีตึกสูงล้อมรอบ
หรือไม่มีเสาส่งแพร่สัญญาณภาพในอาณาบริเวณที่มีผู้อาศัยอยู่น้อยในถิ่นกันดาล
แต่ข้อจำกัดนั้นเป็นอุปสรรคเฉพาะผู้ชมที่ต้องการเปลี่ยนจากเสาอนาล็อกเป็นอุปกรณ์เครื่องรับทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน
48 ช่อง
ส่วนผู้ชมส่วนใหญ่ที่มีทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีอยู่แล้ว
เพียงเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณก็มีโอกาสเลือกชมรายการได้ทั้งช่องรายการที่รับชมเป็นประจำอยู่แล้วและได้ชมทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินเพิ่มขึ้นอีก
48 ช่อง
ยกระดับช่องสัญญาณทีวี การสัมมนา “Thailand in View 2013” ช่วง “The
Neighborhood is Getting Crowded - Digital Terrestrial Licensing and its
effects on the CabSat Ecosystem” ได้เสวนากันถึงสัมปทานทีวีภาคพื้นดินที่จะเกิดขึ้น
48 ช่อง จะมีผลต่อกิจการ
โทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลอย่างไร วิทยากร 3 ท่าน
คือ อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ จากเครือเนชั่น พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล จากเครืออาร์เอส และสมพันธ์ จารุมิลินท จาก ทรู วิชั่น
ล้วนแสดงความจำนงที่จะเข้าประมูลเป็นเจ้าของสัมปทานทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน
วิทยากรทั้ง 3 ท่าน
เป็นบุคคลที่มีผลให้ภาพของช่องรายการทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินปรากฏออกมาชัดเจนขึ้นว่านอกจากผู้ชมจะได้ชมทีวีอนาล็อกที่พัฒนาเป็นดิจิตอลแล้วยังจะได้ชมรายการทีวีดีๆ
ทีมีคุณภาพจากกลุ่มทุนรายใหญ่ๆ ทั้งที่มีทั้งการถ่ายทอดสดกีฬาระดับโลกและกลุ่มข่าว
การลงทุน ทีวีดิจิตอลทั้งทีวีดาวเทียมและทีวีภาคพื้นดินต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขึ้นดาวเทียมเท่ากัน คือ ถ้าเป็นระบบ HD หรือแบบความคมชัดสูง
ต้องเสียประมาณเดือนละ 4-6 ล้านบาท ต่อเดือน ถ้าเป็นระบบ
SD หรือความคมชัดมาตรฐาน ต้องเสียประมาณเดือนละ 1-2
ล้านบาท
นอกจากค่าดาวเทียมแล้วโทรทัศน์ภาคพื้นดินต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าโทรทัศน์ดาวเทียมอีก
2 จำนวน คือ ค่าเครือข่ายและค่าสัมปทาน
ระหว่าง 7.81 ล้านบาท ถึง 45.03 ล้านบาท ดังนี้
ค่าบริการเครือข่ายปลายทาง
เป็นค่าบริการของผู้บริการเครือข่ายที่รับภาพจากดาวเทียมแล้วแพร่ภาพต่อไปถึงบ้านที่มีเครื่องรับสัญญาณภาคพื้นดิน
ซึ่งทางบ้านต้องติดตั้งเครื่องรับ
อาจเป็นเสาหรือเป็นแผ่นฟิล์ม ตารางแสดงค่าเครือข่ายฯ
ด้านตั้งช่อง (1) แสดงให้เห็นถึงระดับความคมชัดมี
2 แบบ คือ HD และ SD และตารางตั้ง (3) แสดงค่าเครือข่ายปลายทางที่ประมาณการว่าค่าบริการช่อง
HD ต้องจ่ายเดือนละประมาณ 15 ล้านบาท ส่วนช่อง SD ต้องจ่ายเดือนละ
5 ล้านบาท
|
ตารางแสดงค่าเครือข่ายและค่าสัมปทานต่อเดือนของทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน
(ล้านบาท)
|
|||||||
|
ความ
คมชัด
(1)
|
ประเภท
รายการ
(2)
|
เครือข่ายปลายทาง
(3)
|
ราคาเริ่มประมูล
(4)
|
คืนทุน+ดอกเบี้ย 7.5 % ต่อเดือน
|
จ่ายเพิ่ม
|
||
|
15 ปี
(5)
|
10 ปี
(6)
|
5 ปี
(7)
|
ต่อเดือน
(8)
|
||||
|
HD (8)
|
ทั่วไป
|
15.
|
1,510.
|
14.00
|
17.92
|
30.03
|
45.03
|
|
SD (9)
|
ทั่วไป
|
5.
|
380.
|
3.52
|
4.51
|
7.61
|
12.61
|
|
SD (10)
|
ข่าว
|
5.
|
220.
|
2.04
|
2.61
|
4.49
|
9.49
|
|
SD (11)
|
เยาวชน
|
5.
|
140.
|
1.30
|
1.66
|
2.81
|
7.81
|
ค่าสัมปทานคลื่นความถี่ ตารางตั้ง (4) แสดงเป็นจำนวนเงินหน่วยล้านบาท ซึ่งเป็นราคาการเริ่มต้นประมูลที่กำหนดมูลค่าตามความคมชัดและประเภทรายการ ตารางตั้ง (5) (6) และ
(7) เป็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายคืนทุนพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ทั้งนี่เพราะปกติธนาคารจะให้กู้ในอัตราร้อยละ
7 แต่ถ้าเป็นกิจการเล็กอาจจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 0.5 ถึงร้อยละ 2. (on top)
เมื่ออ่านตารางนอน HD
(8) อ่านได้ว่าเป็นช่องความคมชัดสูงเผยแพร่รายการประเภททั่วไป มีราคาประมูลเริ่มต้นที่ 1,510 ล้านบาท ถ้าประมูลได้ในราคาเริ่มต้นและมีเป้าหมายให้คืนทุนในช่วงเวลา
5 ปี และเสียดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี
จะต้องจ่ายค่าสัมปทาน 30,030,000 บาทต่อเดือนตามตารางตั้ง (7)
เมื่อรวมค่าเครือข่ายและค่าสัมปทานแล้ว
HD จะมีรายจ่ายมากกว่าทีวีดาวเทียมคมชัดสูงประมาณช่องละ
45,030,000. บาท ต่อเดือน ส่วน SD ช่องรายการทั่วไป
จะมีรายจ่ายมากกว่าประมาณ 12,610,000. บาท ต่อเดือน
สมมติฐานที่กำหนดขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นราคาประมูลซึ่งอาจจะสูงกว่านี้ ดอกเบี้ยเงินทุนอาจจะสูงหรือต่ำกว่านี้ และ
ค่าใช่จ่ายต่อเดือนก็จะต้องเปลี่ยนไปจากตารางที่แสดง ส่วนจะเปลี่ยนไปเท่าไร เข้าโปรแกรมง่าย ๆ ทาง Google ครับ โดยคลิกเข้าไปที่ http://www.freesplans.com/FP_home/Calculation_loan.asp แล้วกรอกจำนวนเงินที่ประมูลได้ในช่องวงเงินกู้ พร้อมทั้งอัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาที่ต้องการคืนทุน ก็จะได้คำตอบในช่องเงินค่างวดที่ต้องผ่อนชำระว่าจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนที่เป็นสัมปทานความถี่
แล้วเอาไปบวกกับค่าบริการเครือข่ายปลายทางก็จะได้คำตอบจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายเพิ่มจากทีวีดาวเทียมแต่ละเดือน
คำนวณเงินงวด
วงเงินกู้ บาท
อัตราดอกเบี้ย %
ระยะเวลาผ่อนชำระ ปี
เงินค่างวดที่ต้องผ่อนชำระ บาท/เดือน
ข้อควรระวังสำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ ถ้าต้องการผ่อนมากกว่า 5 ปี ควรต้องทบทวนให้ดีกับนวัตกรรมที่จะเข้ามา โดยเฉพาะการรับชมผ่านอินเตอร์เน็ต
เจ้าของกิจการทีวีดาวเทียมหรือเคเบิลที่วิตกว่าทีวีภาคพื้นดินจะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งผู้ชมไปมากหรือไม่ คงตอบว่าต้องมีส่วนแน่นอน แต่จะเป็น 48 ในกว่า 300 ช่อง
เพราะผู้ชมไม่ได้สนใจว่าวิธีการส่งจะเป็นอย่างไร แต่เขาสนใจว่าจะได้ชมรายการอะไร
ถ้าช่องทีวีดาวเทียมหรือเคเบิลมั่นใจว่ามีรายการที่ผู้ชมต้องการชมก็ไม่จำเป็นต้องวิตกไปด้วย
สมมติให้ทีวีอนาล็อกปัจจุบันเป็นตลาด
อตก. ส่วนทีวีดาวเทียมและเคเบิลเป็นตลาดจตุจักร
อีก 5 ปี ตลาด อตก. ต้องปิด กสทช.
จึงคิดที่จะสร้างตลาดใหม่ยกระดับเป็นตลาดติดแอร์
มีสินค้า อตก. ไปอยู่ครบและมีสินค้าคุณภาพจากจตุจักรและที่อื่น ๆ ไปอยู่รวมกันให้เลือกซื้อมากกว่า
อตก. 8 เท่า แต่ตลาดจะติดหรือไม่คงต้องพูดว่า
“การลงทุนมีความเสียง”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น