วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

X- Ray ประกาศบริการโทรทัศน์ โครงข่าย และบริการสิ่งอำนวยความสะดวก ..เขียนเมื่อ มิ.ย.2556

X- Ray ประกาศบริการโทรทัศน์ โครงข่าย และบริการสิ่งอำนวยความสะดวก
ดร. นิพนธ์ นาคสมภพ
 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. จัดพิธีมอบใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ในกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ไปเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2555  ให้ผู้ประกอบกิจการจำนวน 632 ใบอนุญาต เป็นใบอนุญาตช่องรายการดาวเทียม 301 ช่อง  และใบอนุญาตเครือข่าย  331 ราย  มีอายุ 15 ปี  
ประกาศ กสทช. เรื่องใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ 2555 หมวด 2 อ้างถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้รับใบอนุญาต  ในข้อ ๑๒ ขอบเขตและเงื่อนไขการอนุญาต (๑๐) ความว่า “ผู้รับใบอนุญาตต้องให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์แก่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์จากคณะกรรมการเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้เป็นผลให้ศูนย์เคเบิลได้สอบถามช่องรายการทีวีดาวเทียมกันจำนวนมากว่ามีหรือไม่มีใบอนุญาต เพราะเกรงว่าถ้านำช่องที่ไม่มีใบอนุญาตไปเผยแพร่ในโครงข่ายก็จะถูกเพ่งเล็งและยกเลิกใบอนุญาตในที่สุด 
คำถามนี้ตอบไม่ยาก  ถ้าต้องการทราบว่าใครส่งชื่อเข้าไปขอใบอนุญาตบ้าง  ใครได้รับอนุญาตแล้ว ใครยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ทั้งบริการโทรทัศน์  บริการโครงข่าย และบริการสิ่งอำนวยความสะดวก ก็เปิดเว็บไซต์ กสทช. เข้าไปตรวจสอบได้ที่ http://broadcast.nbtc.go.th/en_GB/web/guest/liccustomer   
ส่วนช่องรายการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีที่ยังไม่ได้ขออนุญาต  ทาง กสท. ประกาศว่าจะขยายเวลาให้ยื่นขอรับใบอนุญาตได้จนถึง 30 มิถุนายน 2556  หมายความว่าอย่างช้าที่สุด กสท. จะให้ใบอนุญาตไม่เกินกลางเดือนมกราคม 2557  ทางโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลจึงยังไม่ค่อยได้เข้มงวดกับใบอนุญาต
ทีวีดาวเทียมที่ได้รับใบอนุญาตหนึ่งปีจะหมดสิ้นเดือนมกราคม 2557  “จะต้องยื่นขออนุญาตใหม่กับ กสทช. ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งร้อยแปดสิบวัน”  หรือภายในเดือนกรกฎาคม 2556  “หากไม่ปรากฏว่าเคยละเมิดต่อเงื่อนไขการอนุญาตการให้บริการกิจการกระจายเสียง ให้ได้รับใบอนุญาตอายุไม่เกินสิบสี่ปี”       
การจัดรายการทีวีดาวเทียมต้องมีรายการที่เป็นข่าว รายการข่าว เล่าข่าว และวิเคราะห์ข่าว รายการสนทนาปัญหา เหตุการณ์ปัจจุบัน ความคิดเห็นโต้แย้งกันในสังคม  รายการที่สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ประชาชนในชุมชนโดยส่งเสริมให้มีที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้า 

ส่วนโครงข่ายที่ตกลงนำช่องรายการทีวีดาวเทียมไปแพร่ภาพในโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลของตนแล้ว  “จะพักหรือหยุดการให้บริการไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ หรือรายการจะที่มีลักษณะตามมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง”
 “ห้ามไม่ให้แพร่ภาพรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีการกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจาร หรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง”
“กรณีที่มีภัยพิบัติหรือมีเหตุฉุกเฉิน หรือกรณีซึ่งมีความจําเป็นเพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะผู้รับใบอนุญาตต้องให้บริการแพร่ภาพหรือกระจายเสียง แจ้งข่าวหรือเตือนภัยให้ประชาชนทราบเมื่อรัฐหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องร้องขอ หรือตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด”
ปกติเมื่อมีภัยพิบัติโครงข่ายทีวี เคเบิล และช่องรายการ  ก็ให้การสนับสนุนและร่วมมือในฐานะนักวิชาชีพสื่อสารอยู่แล้ว  แต่ถ้ามีหน่วยงานเข้ามาสั่งการคงต้องมีการระวังไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสทำโฆษณาชวนเชื่อซ้ำรอยแบบ ศปภ. ดอนเมืองอีก
ประการสำคัญ ทั้งโครงข่ายทีวี เคเบิล และช่องรายการ  ต้องระมัดระวัง  คือ การนำส่งเงินรายปีส่ง กสทช 2 ส่วน  ส่วนแรกเป็นเงินเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่เกินร้อยละ 2 
ส่วนที่สองเป็นค่าทำเนียมรายปีให้ กสทช.  รายได้ 5 ล้านแรก  คิดร้อยละ 1.5   ส่วนที่เกิน 5 ล้าน คิดร้อยละ 2  โดยผู้รับใบอนุญาตจะต้องเป็นผู้ประเมินจัดทำรายละเอียด และยื่นให้สำนักงาน กสทช.  แล้วเสร็จภายในระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันครบกําหนดชําระค่าธรรมเนียม
มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับใบอนุญาตสละสิทธิในการขอรับใบอนุญาต

สัมปทานทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินลงทุนเท่าไร ..เขียนเมื่อ มิ.ย.2556

สัมปทานทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินลงทุนเท่าไร  
นิพนธ์  นาคสมภพ
            ข่าวการสัมมนา  “Thailand in View 2013” ทำให้คนโทรทัศน์ทั่วโลกหันมาให้ความสนใจข่าว การประมูลทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน ด้วยความงวยงงสงสัยว่า  เมื่อไม่มีประเทศไหนทำกันแล้วประเทศไทยจะเป็นประเทศนำร่องเป็นประเทศแรกหรือไง
งานสัมมนาของ CASBAA เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม เริ่มต้นด้วยการสรุปรายงานการสำรวจผู้ชมโทรทัศน์ประเภทไม่ใช้เสาที่ซึ่งมีมากว่า 25 ปี  แล้วมาโตอย่างพรวดพราดจากปี 2548 และเป็นที่คาดหมายว่าปี 2555 คือปีที่ผู้ชมจะชมผ่านทั้งเคเบิลและดาวเทียมรวมกันเป็นสื่อที่ไม่ใช้เสาอากาศมากกว่าร้อยละ 95  แต่คุณสินธุ์ เภตรารัตน์  รายงานว่า  2556  มีผู้ชมเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 64  ทั้งนี่ไม่รวมโทรทัศน์ที่อยู่ใน หอพัก ตึกสูง หรือที่สาธารณะ
จากกราฟที่คุณสินธุ์นำมาแสดงพบว่า  เมื่อปี 2550 บ้านในเมืองต่างจังหวัดชมทีวีไร้สายถึงร้อยละ 32  ในขณะที่นอกเมืองชมเพียงร้อยละ 6 ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ที่ว่าสถานการณ์ร้อนแรงทางการเมืองจุดประกายให้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองต่างจังหวัดหันมาชมโทรทัศน์ไร้สายมากขึ้น 
ส่วนปี 2555 บ้านนอกเมืองมีผู้ชมทีวีไร้เสาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นร้อยละ 66 ทั้งที่ปี 2554 มีเพียงร้อยละ 44 ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ที่ว่าปี 2555 เป็นปีที่จานรับสัญญาณดาวเทียมลดราคาลง  จนเสาอากาศแบบอนาล็อกขายไม่ออกต้องปิดกิจการ  


         เกือบปีที่ผ่านมาผู้ประกอบกิจการเคเบิลและบริการติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียมต่างยอมรับกันว่าปีกว่าๆ ที่ผ่านมายอดลูกค้าเฉื่อยลง  ไม่พุ่งแรงเหมือนหลายๆ ปีที่ผ่านมา  เมื่อทบทวนสถานการณ์ที่ผ่านมาก็จะพบว่ามีกระแสต้านที่เป็นผลให้กิจการเคเบิลและดาวเทียมเฉื่อยอย่างน้อย  2  เรื่อง  คือกระแส ยูโร 2012 จอดำ และกระแสโทรทัศน์ ดิจิตอล(ภาคพื้นดิน) 
เมื่อกลางปีที่แล้ว(2555) ผู้ชมโทรทัศน์ที่ไม่ใช้เสาหนวดกุ้งและก้างปลาส่วนหนึ่งไม่ได้ชมการถ่ายทอดสดฟุตบอล ยูโร 2012 ผ่านช่อง 3  ช่อง 5  และ ช่อง 9  ทั้งที่ทั้ง 3  ช่องนี้เป็นโทรทัศน์ที่บริการมวลชนทั้งประเทศไม่ใช่โทรทัศน์บอกรับสมาชิก  แล้วก็มีข่าวตามออกมาให้คนที่ต้องการชมฟุตบอลกลับไปซื้อหนวดกุ้งจากร้านสะดวกซื้อ  
พอข่าวหนวดกุ้งเบาลงกระแสข่าว ดิจิตอล(ภาคพื้นดิน) ก็มีผ่านหูทุกวันจนผู้ชมทางบ้านเข้าใจว่า  ดิจิตอลคือทีวีแบบใหม่ที่กำลังจะเข้ามาแทนทีวีที่บ้าน ไม่ว่าจะมาแทนทีวีที่รับสัญญาณจากเสาหนวดกุ้งและก้างปลา  แทนจานรับสัญญาณดาวเทียม หรือแทนเคเบิลทีวี 
วันนี้ผู้ชมเข้าใจว่า  ทีวีดิจิตอล  คือทีวีภาคพื้นดินแบบเดิม จากช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 และช่อง ทีวีไทย  แปลงร่างให้สัญญาณภาพชัดขึ้น  แล้วก็มีช่องรายการชัดและชมฟรี เพิ่มขึ้นมาอีกสี่ห้าสิบช่อง   ไม่ใช่ช่อง ทีวีดาวเทียม หรือ เคเบิลทีวี  เพราะทั้ง ทีวีดาวเทียม และ เคเบิลทีวี ยังไม่ยอมเรียกตัวเองว่าเป็น  ทีวีดิจิตอล 
ร้านขายเครื่องรับโทรทัศน์วันนี้เปลี่ยนสินค้าในร้านของตนเองหมดแล้ว  จะไปหาทีวีขนาดปกติ 4 ต่อ 3 ไม่ได้แล้ว  เพราะมีแต่ทีวีจอกว้างขนาด 16 ต่อ 9  ปรับตัวเองหมดแล้ว  ส่วนรายการต่างประเทศปัจจุบันปรับหน้าจอเป็นภาพขนาด 14 ต่อ 9 เพื่อให้ทีวีรุ่นเก่า 4 ต่อ 3 รับชมได้แต่ไม่ได้ส่วนภาพจะผอมกว่าปกติ  กับรุ่นใหม่ 16 ต่อ 9 รับชมได้แต่อ้วนหน่อย  
ส่วนเคเบิลหรือจานดาวเทียมบางรายก็มีกล่อง (Condition Access หรือ CA Box) เพื่อเปลี่ยนระบบดิจิตอลให้ลูกค้ารายที่มีโทรทัศน์ดิจิตอลแล้ว  แต่บางรายก็วางแผนและกำหนดแล้วว่าจะเริ่มต้นวันไหน
สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย) ก็กำลังศึกษาว่าจะเริ่มเปลี่ยนขนาดจอภาพเป็น 16 ต่อ 9 พร้อมกันวันไหนดี  เพราะถ้าสมาชิกของสมาคมพร้อมใจกันเปลี่ยนขนาดของจอวันไหน  หมายถึงทีวีร้อยกว่าช่องเปลี่ยนเป็นจอ 16 ต่อ 9  
            แม้ว่าทั้งวงการกำลังก้าวผ่านจากระบบอนาล็อกไปสู่ดิจิตอล  แต่คนในวงการโทรทัศน์กลุ่มใหญ่ก็ยังกังวลว่าแล้วโทรทัศน์ดิจิตอลภาคพื้นดินจะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ชมให้หันไปรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินกันหมดหรือไม่
             หากจะเปรียบเทียบความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างโทรทัศน์ระบบดิจิตอลที่รับทางจานรับดาวเทียมและที่รับทางสัญญาณภาคพื้นดินก็จะพบว่าวิธีการแพร่ทั้งสองวิธีจะได้ภาพที่คมชัดเหมือนกัน  และมีข้อที่ได้เปรียบเสียเปรียบกันอยู่บ้าง เช่น
 เทคโนโลยี  ทีวีภาคพื้นดินมีขั้นตอนการแพร่ภาพมากกว่าทีวีดาวเทียมเพราะต้องมีอุปกรณ์รับสัญญาณจากดาวเทียมและส่งขึ้นเสาเพื่อแพร่สัญญาณภาพแนวระนาบพื้นต่อไปให้ผู้ชมอีกทอดหนึ่ง  จึงมีขีดจำกัดในกรณีที่อุปกรณ์เครื่องรับอยู่ในป่าคอนกรีตที่มีตึกสูงล้อมรอบ หรือไม่มีเสาส่งแพร่สัญญาณภาพในอาณาบริเวณที่มีผู้อาศัยอยู่น้อยในถิ่นกันดาล
แต่ข้อจำกัดนั้นเป็นอุปสรรคเฉพาะผู้ชมที่ต้องการเปลี่ยนจากเสาอนาล็อกเป็นอุปกรณ์เครื่องรับทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน 48 ช่อง
ส่วนผู้ชมส่วนใหญ่ที่มีทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีอยู่แล้ว เพียงเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณก็มีโอกาสเลือกชมรายการได้ทั้งช่องรายการที่รับชมเป็นประจำอยู่แล้วและได้ชมทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินเพิ่มขึ้นอีก 48 ช่อง
            ยกระดับช่องสัญญาณทีวี  การสัมมนา “Thailand in View 2013”  ช่วง “The Neighborhood is Getting Crowded - Digital Terrestrial Licensing and its effects on the CabSat Ecosystem” ได้เสวนากันถึงสัมปทานทีวีภาคพื้นดินที่จะเกิดขึ้น 48 ช่อง  จะมีผลต่อกิจการ โทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลอย่างไร   วิทยากร 3 ท่าน  คือ  อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ  จากเครือเนชั่น  พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล จากเครืออาร์เอส  และสมพันธ์ จารุมิลินท  จาก ทรู วิชั่น  ล้วนแสดงความจำนงที่จะเข้าประมูลเป็นเจ้าของสัมปทานทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน 
วิทยากรทั้ง 3 ท่าน เป็นบุคคลที่มีผลให้ภาพของช่องรายการทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินปรากฏออกมาชัดเจนขึ้นว่านอกจากผู้ชมจะได้ชมทีวีอนาล็อกที่พัฒนาเป็นดิจิตอลแล้วยังจะได้ชมรายการทีวีดีๆ ทีมีคุณภาพจากกลุ่มทุนรายใหญ่ๆ ทั้งที่มีทั้งการถ่ายทอดสดกีฬาระดับโลกและกลุ่มข่าว 
การลงทุน  ทีวีดิจิตอลทั้งทีวีดาวเทียมและทีวีภาคพื้นดินต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขึ้นดาวเทียมเท่ากัน  คือ ถ้าเป็นระบบ HD หรือแบบความคมชัดสูง ต้องเสียประมาณเดือนละ 4-6 ล้านบาท ต่อเดือน  ถ้าเป็นระบบ  SD หรือความคมชัดมาตรฐาน ต้องเสียประมาณเดือนละ 1-2 ล้านบาท 
นอกจากค่าดาวเทียมแล้วโทรทัศน์ภาคพื้นดินต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าโทรทัศน์ดาวเทียมอีก 2 จำนวน คือ ค่าเครือข่ายและค่าสัมปทาน  ระหว่าง 7.81 ล้านบาท ถึง 45.03 ล้านบาท ดังนี้
ค่าบริการเครือข่ายปลายทาง  เป็นค่าบริการของผู้บริการเครือข่ายที่รับภาพจากดาวเทียมแล้วแพร่ภาพต่อไปถึงบ้านที่มีเครื่องรับสัญญาณภาคพื้นดิน  ซึ่งทางบ้านต้องติดตั้งเครื่องรับ อาจเป็นเสาหรือเป็นแผ่นฟิล์ม  ตารางแสดงค่าเครือข่ายฯ ด้านตั้งช่อง (1)  แสดงให้เห็นถึงระดับความคมชัดมี 2 แบบ คือ HD และ SD  และตารางตั้ง (3)  แสดงค่าเครือข่ายปลายทางที่ประมาณการว่าค่าบริการช่อง HD ต้องจ่ายเดือนละประมาณ 15 ล้านบาท  ส่วนช่อง SD ต้องจ่ายเดือนละ 5 ล้านบาท

ตารางแสดงค่าเครือข่ายและค่าสัมปทานต่อเดือนของทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน
(ล้านบาท)
ความ
คมชัด
(1)
ประเภท
รายการ
(2)
เครือข่ายปลายทาง
(3)
ราคาเริ่มประมูล
(4)
คืนทุน+ดอกเบี้ย 7.5 % ต่อเดือน
จ่ายเพิ่ม
15 ปี
(5)
10 ปี
(6)
5 ปี
(7)
ต่อเดือน
(8)
HD (8)
ทั่วไป
15.
1,510.
14.00
17.92
30.03
45.03
SD (9)
ทั่วไป
 5.
  380.
3.52
4.51
7.61
12.61
SD (10)
ข่าว
 5.
  220.
2.04
2.61
4.49
9.49
SD (11)
เยาวชน
 5.
   140.
1.30
1.66
2.81
7.81
  
ค่าสัมปทานคลื่นความถี่  ตารางตั้ง (4) แสดงเป็นจำนวนเงินหน่วยล้านบาท  ซึ่งเป็นราคาการเริ่มต้นประมูลที่กำหนดมูลค่าตามความคมชัดและประเภทรายการ  ตารางตั้ง (5) (6) และ (7) เป็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายคืนทุนพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ทั้งนี่เพราะปกติธนาคารจะให้กู้ในอัตราร้อยละ 7 แต่ถ้าเป็นกิจการเล็กอาจจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 0.5 ถึงร้อยละ 2. (on top) 
เมื่ออ่านตารางนอน HD (8)  อ่านได้ว่าเป็นช่องความคมชัดสูงเผยแพร่รายการประเภททั่วไป  มีราคาประมูลเริ่มต้นที่ 1,510 ล้านบาท  ถ้าประมูลได้ในราคาเริ่มต้นและมีเป้าหมายให้คืนทุนในช่วงเวลา 5 ปี และเสียดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี  จะต้องจ่ายค่าสัมปทาน 30,030,000  บาทต่อเดือนตามตารางตั้ง (7)
เมื่อรวมค่าเครือข่ายและค่าสัมปทานแล้ว HD จะมีรายจ่ายมากกว่าทีวีดาวเทียมคมชัดสูงประมาณช่องละ 45,030,000. บาท ต่อเดือน  ส่วน SD ช่องรายการทั่วไป จะมีรายจ่ายมากกว่าประมาณ 12,610,000. บาท ต่อเดือน
             สมมติฐานที่กำหนดขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นราคาประมูลซึ่งอาจจะสูงกว่านี้  ดอกเบี้ยเงินทุนอาจจะสูงหรือต่ำกว่านี้  และ ค่าใช่จ่ายต่อเดือนก็จะต้องเปลี่ยนไปจากตารางที่แสดง  ส่วนจะเปลี่ยนไปเท่าไร  เข้าโปรแกรมง่าย ๆ ทาง Google ครับ  โดยคลิกเข้าไปที่ http://www.freesplans.com/FP_home/Calculation_loan.asp   แล้วกรอกจำนวนเงินที่ประมูลได้ในช่องวงเงินกู้  พร้อมทั้งอัตราดอกเบี้ย  และระยะเวลาที่ต้องการคืนทุน  ก็จะได้คำตอบในช่องเงินค่างวดที่ต้องผ่อนชำระว่าจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนที่เป็นสัมปทานความถี่   แล้วเอาไปบวกกับค่าบริการเครือข่ายปลายทางก็จะได้คำตอบจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายเพิ่มจากทีวีดาวเทียมแต่ละเดือน


 

                                                คำนวณเงินงวด



วงเงินกู้                                           บาท
อัตราดอกเบี้ย                                                 %
ระยะเวลาผ่อนชำระ                                        ปี
เงินค่างวดที่ต้องผ่อนชำระ          บาท/เดือน 

           
   ข้อควรระวังสำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ  ถ้าต้องการผ่อนมากกว่า 5 ปี  ควรต้องทบทวนให้ดีกับนวัตกรรมที่จะเข้ามา  โดยเฉพาะการรับชมผ่านอินเตอร์เน็ต

             เจ้าของกิจการทีวีดาวเทียมหรือเคเบิลที่วิตกว่าทีวีภาคพื้นดินจะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งผู้ชมไปมากหรือไม่  คงตอบว่าต้องมีส่วนแน่นอน  แต่จะเป็น 48 ในกว่า 300 ช่อง  เพราะผู้ชมไม่ได้สนใจว่าวิธีการส่งจะเป็นอย่างไร  แต่เขาสนใจว่าจะได้ชมรายการอะไร  ถ้าช่องทีวีดาวเทียมหรือเคเบิลมั่นใจว่ามีรายการที่ผู้ชมต้องการชมก็ไม่จำเป็นต้องวิตกไปด้วย 
          สมมติให้ทีวีอนาล็อกปัจจุบันเป็นตลาด อตก. ส่วนทีวีดาวเทียมและเคเบิลเป็นตลาดจตุจักร  อีก 5 ปี ตลาด อตก. ต้องปิด  กสทช. จึงคิดที่จะสร้างตลาดใหม่ยกระดับเป็นตลาดติดแอร์  มีสินค้า อตก. ไปอยู่ครบและมีสินค้าคุณภาพจากจตุจักรและที่อื่น ๆ ไปอยู่รวมกันให้เลือกซื้อมากกว่า อตก. 8 เท่า แต่ตลาดจะติดหรือไม่คงต้องพูดว่า 
          “การลงทุนมีความเสียง