วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

มุมมองโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิก และโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในประเทศไทย..เขียนเมื่อ ก.พ.54


มุมมองโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิก และโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในประเทศไทย
          เมื่อวันที 24 มกราคม 2554 ที่ผ่านมา สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย) ร่วมกับ สมาคมผู้ประกอบการโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลทีวีแห่งเอเชีย (Cable & Satellite Broadcasting Association of Asia : CASBAA) จัดการสัมมนา THAILAND IN VIEW SEMINAR 2011 เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัล เวิลด์ โดยมี ฯพณฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ : นายกรัฐมนตรีให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการสัมมนา
การสัมมนาในครั้งนี้ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดการสัมมนา โดยท่านได้กล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลซึ่งก็คือนโยบายของพรรค ในการสนับสนุนเรื่องการแสดงออกทางเสรีภาพของสื่อ เพื่อให้สื่อสามารถทำงานได้โดยไม่มีแรงกดดันหรือคุกคาม ซึ่งถ้าถามผมว่าอันนี้คือนโยบายของท่านไหม ผมบอกว่าใช่แต่ไม่ใช่นโยบายของท่านคนเดียว นี่คือนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้มีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 มาตรา 38, 39, 40 ออกมา ซึ่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ก็คือมาตรา 45, 46, 47   
          ถ้าเราดูเนื้อความมาตรา 45, 46 ให้ดีๆ มันมีเนื้อความว่า ทำอย่างไรที่จะให้สื่อเป็นเวทีสาธารณะ ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่ต้องไม่ล่วงเกินสิทธิและเสรีภาพของคนอื่น ใครจะมาสั่งปิดสื่อไม่ได้
          มาในปี 2550 จะมีเพิ่มอีกประเด็นคือ นักการเมืองไม่สามารถเข้ามายุ่งได้ (มาตรา 48)
            ท่านพูดเรื่อง เสรีภาพที่ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ อุตสาหกรรมนี้เป็นอุตสาหกรรมใหม่ แต่คำว่าใหม่นี้ท่านทราบมาว่ามีบ้านตามการสำรวจของนีลเซ็น ที่ดูอยู่ถึง 9.7 ล้านครัวเรือน เท่ากับเกือบครึ่งประเทศเลย มันเป็นช่องทางที่ทำให้มีการแสดงความคิดเห็นได้อย่างต่อเนื่อง แต่ในการแสดงความคิดเห็นนั้น ท่านบอกว่าต้องมีความรับผิดชอบ และความรับผิดชอบที่ท่านนายกฯ พูดในตอนนี้ต้องพูดถึงเรื่องการตรวจสอบและควบคุมตนเอง ซึ่งก็ได้มีการสนับสนุนให้มีกฎหมายออกมาแล้ว เพื่อที่จะจัดตั้งคณะกรรมการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทำงานของสื่อมวลชนภายใต้กรอบของจริยธรรม
            อีกเรื่องคือ บทบาทในเชิงสร้างสรรค์ของโทรทัศน์ดาวเทียม  การมีส่วนสนับสนุนการศึกษาให้เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศ เพราเป็นสื่อที่เข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด รวมถึงผู้คนที่อยู่ห่างไกลอีกด้วย
            ในขณะเดียวกัน นายกสมาคม CASSBAA คุณไซมอน ทวิสตัน ดาวีส์  พูดถึงการที่เขามาร่วมกับ สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม(ประเทศไทย) จัดงานในครั้งนี้ เพราะเขาเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพการเติบโตที่ต่อเนื่องและเร็วมาก มีมุมมองทางธุรกิจที่ดี จึงจัดงานนี้เพื่อเน้นให้เห็นเนื้อหาที่บ่งบอกถึงโอกาสที่จะผ่านอุปสรรคไปได้ด้วยดี
            สิ่งที่สำคัญอีกประการคือ บุคคลที่เชิญมาทั้งหมดเป็นผู้ที่สามารถจะเข้าถึงปัญหาและสาเหตุของปัญหาเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นข้อบังคับของรัฐ การเติบโตของธุรกิจ รูปแบบของโฆษณา การเผยแพร่ต่างๆ
            ต่อจากนั้นเป็นการบรรยายของ คุณสินธุ์ เภตรารัตน์ MD AGB Nielsen Media Research ซึ่งเนื้อหาก็เหมือนกับที่ผมเคยได้พูดไปแล้วหลายๆเรื่อง สรุปได้ว่าตัวแปรสำคัญที่ทำให้ดาวเทียมและเคเบิลเจริญเติบโตขึ้นมามีทั้งหมด 5 ข้อ
1. กฎหมายที่ยอมให้ดาวเทียมและเคเบิลมีโฆษณาได้  แม้ว่าตอนนี้ยังเป็นปัญหาถกเถียงกันอยู่ว่า ดาวเทียมจะมีโฆษณาได้แค่ 6 นาทีเท่าเคเบิลหรือควรจะเป็น 12 นาทีครึ่งกับฟรีทีวี หรือขณะนี้ควรจะตัดอันนี้ทิ้งไปให้โฆษณาได้ไม่จำกัด
(รูป)
2. นอกจากเคเบิลมีราคาถูกคือตั้งแต่ 50-350 บาทแล้ว จานรับสัญญาณดาวเทียมราคาก็ถูกด้วยเช่นกัน เสียครั้งเดียว ไม่ต้องจ่ายรายเดือน จานบางรุ่นแค่ 2-3 พันบาทก็สามารถดูได้เป็นร้อยช่องแล้ว
3. ขณะนี้มีเสาอากาศที่ค่อนข้างจะเสื่อมสภาพหรือหมดอายุมากมายทำให้เกิดโอกาสที่จะต้องเปลี่ยนเสา ซึ่งคงไม่มีใครคิดกลับไปติดเสาเพื่อรับได้สี่ห้าชองเหมือนเดิม แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นจาน ดูได้เป็นสิบๆช่อง ที่สำคัญราคาระหว่างเสากับจานก็ไม่ได้แตกต่างกันเลย
4. รายการโทรทัศน์ดาวเทียมตอนนี้มีความหลากหลาย และแต่ละช่องก็มีการจัดเตรียมรายการไว้เฉพาะเจาะจงสำหรับคนที่มีรสนิยมเดียวกัน
5. มีช่องไว้ให้เลือกมากมาย อย่างที่รู้ๆกันอยู่ ขณะนี้พูดได้เลยว่าเกือบ 200 ช่อง แล้วช่องที่มีเนื้อหาสาระที่คนเปิดดูมากๆมีมากถึง 40-50 ช่องแล้วในปัจจุบัน
สำหรับเนื้อหาจากการสัมมนาในครั้งนี้มีมากมาย เพราะมีการผลัดเปลี่ยนกันขึ้นร่วมเสวนาตลอดทั้งวัน ซึ่งจะทยอยนำมาคุยกันอีกในฉบับต่อๆไป แต่ตอนนี้ขอข้ามไปพูดถึงตอนจบที่ คุณอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปิดงานไว้ว่า พัฒนาการทางเทคโนโลยีมันเปลี่ยนไปมาก จากเสาทีวีสูงๆ จนกระทั่งวันนี้มีอะไรต่อมิอะไรที่จะมารับสัญญาณโทรทัศน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เน็ต มีจอโทรทัศน์ติดฝาผนังบ้าน แสดงให้เห็นว่าวันนี้การรับชมโทรทัศน์รับชมได้ง่ายมาก เมื่อโทรทัศน์เข้าถึงคนง่าย ข่าวสารความรู้ใหม่ๆมากมายส่งไปกับสัญญาณภาพที่เข้าถึงทุกกลุ่ม สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของงานสร้างสรรค์ที่เข้าถึงคนดูมากมาย เพียงแต่จะเข้าถึงใครเท่านั้นเอง และตัวท่านเองขณะนี้ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลให้เป็น ประธานคณะอนุกรรมการบริหารนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์  ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้อกับโทรทัศน์ดาวเทียมตรงที่ หนึ่งในสิบของงานนั้นคือ งานด้านแพร่ภาพและเสียง
จุดมุ่งหมายหลักคือ ทำอย่างไรที่จะให้ประเทศไทยมีงานสร้างสรรค์ด้านภาพและเสียงเกิดขึ้นมากๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการสร้างคน อย่างเช่นให้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นหนึ่งในการสร้างคนขึ้นมา เป็นทุนทางปัญญาส่งเสริมการผลิตทั้งในประเทศและส่งเสริมให้ต่างประเทศเข้ามาผลิตงานในประเทศไทย
สิ่งที่จะทำให้งานสร้างสรรค์เจริญก้าวหน้าได้ ต้องเห็นว่างานที่เขาคิดขึ้นมานั้นมีค่า เพราะฉะนั้นจะต้องดูแลงานที่คนคิดคนสร้างขึ้นมาด้วย การที่จะดูแลนั้นหมายถึง ดูแลสิทธิ์ ของงานที่สร้างขึ้นมาเสร็จแล้วไม่ให้มีการล่วงละเมิดกัน
ซึ่งเมืองไทยก็ได้ทำเรื่องนี้ไปบ้างพอสมควรแล้ว จนหนังสือ Managing Property Magazine ได้จัดให้ คุณอลงกรณ์ เป็น 1 ใน 50 ของผู้มีอิทธิพลทางด้านทรัพย์สินทางปัญญา
ท้ายที่สุดท่านบอกว่า สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม(ประเทศไทย) เป็นสมาคมที่ถือได้ว่าสอบผ่าน ดูได้จากไม่เพียงจะมีกิจกรรมเฉพาะในประเทศเท่านั้นขณะนี้ยังมีกิจกรรมร่วมกับต่างประเทศ ทำให้ต่างชาติหันมาสนใจเข้าร่วมทำงานกิจกรรมกับเรา อย่างเช่น CASBAA ที่มาร่วมกับเราในครั้งนี้ ซึ่งท่านก็ได้แสดงความชื่นชมมา
สำหรับงานต่อไปที่จะมีการจัดขึ้นอีกในปีนี้ก็คือ งาน Bangkok Broadcasting ซึ่งจะมีคุยกันใหม่ว่ามีการเตรียมงานกันอย่างไรให้ใหญ่กว่าเดิม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น