การวิเคราะห์เพื่อจัดตารางออกอากาศ
การจัดตารางที่ประสบความสำเร็จต้องความหมายตัวแปรที่เกี่ยวข้องตามสถานการณ์ได้ถูกต้อง
ว่ารายการที่กำหนดไว้ในตารางออกอากาศ
เป็นรายการที่ผู้ชมพึงพอใจและต้องการจะชมในช่วงวันและเวลาตามกำหนด
ถ้ามีช่องรายการคู่แข่งที่ผู้ชมสามารถเปิดเครื่องรับชมได้
การจัดตารางออกอากาศต้องนำรายการทั้งหมดมาเปรียบเทียบกันว่า
รายการไหนได้รับความพึงพอใจมากน้อยเพียงไร ความพึงพอใจของผู้ชมไม่หยุดนิ่ง
เปลี่ยนแปลงเสมอ บุคคลคนเดียวกันจะเคลื่อความพึงพอใจไปตามกระแสของกาลและเวลา
ดังนั้นการสำรวจความพึงพอใจของผู้ชมและการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อนำมาใช้ในการจัดตารางออกอากาศ
เพื่อให้สอดคล้องกับความพึงพอใจของผู้ชม จึงมีความจำเป็นตลอดมา
การจัดตารางออกอากาศเพื่อการค้า
ต้องทราบความต้องการของผู้โฆษณาด้วยว่ารายการที่จัดออกอากาศและมีผู้นิยม
เป็นผู้ชมกลุ่มที่ผู้โฆษณาต้องการจะเข้าถึงหรือไม่
และมีรายการอื่นออกอากาศตามสถานีต่างๆ พอเพียงกับปริมาณของโฆษณาหรือยัง
บทความนี้นำเสนอแนวความคิดในการนำผลการวิจัยผู้ชมและการวิจัยรายการ
มาใช้เป็นฐานในการพิจารณาการจัดตารางออกอากาศ และการศึกษาตัวแปรต่างๆ
ในการจัดตารางออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ที่มีการแข่งขัน
โดยมุ่งหวังให้ผู้อ่นได้เห็นความสำคัญของการนำงานวิจัยมาเป็นแนวทางในการจัดตารางออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ที่อยู่ในภาวะแข่งขัน
นิพนธ์ นาคสมภพ / ตุลาคม 2542
ตารางออกอากาศของสถานีวิทยุโทรทัศน์มีวงจรการเปลี่ยนแปลงรายการให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ชมตามวาระ
ฤดูกาล และสมัยนิยม
โดยมีข้อมูลการวิจัยรายการและวิจัยผู้ชมเป็นรายละเอียดในการพิจารณาสลับกันไป
เนื่องจากโทรทัศน์ในประเทศไทยมีการแข่งขันสูง ซึ่งต้องแข่งกับโทรทัศน์สาธารณะถึง 6
สถานี ต้องแข่งขันสถานีโทรทัศน์แบบบอกรับสมากชิกที่มีสมาชิกมากกว่า 300,000 ราย ล้วนแต่เป็นผู้ชมประเภทมีคุณภาพชีวิตสูงทั้งสิ้น
ผู้ชมรายการมีโอกาสเลือกชมรายการจากสถานีฯ
ต่างๆ ในแต่ละช่วงเวลามาก แต่ละสถานีอาจมีผู้ชมมาก ในขณะที่อีกสถานีมีผู้ชมน้อย
ดังนั้นการจัดตารางออกอากาศในระบบแข่งขันจึงต้องศึกษาตารางออกอากาศของคู่แข่ง
เพราะการออกอากาศในช่วงเวลาเดียวกันของสถานีโทรทัศน์ต่างๆ
มีรายการที่ผู้ชมต้องการชมในช่วงเวลาหนึ่งเวลาใดมากกว่าหรือน้อยกว่ากัน
และการเปลี่ยนแปลงตารางออกอากาศเป็นตัวแปรทำให้ความต้องการของผู้ชมแต่ละสถานีเคลื่อนไหวโดยเปลี่ยนการรับชมจากสถานีหนึ่งไปสู่สถานีที่พึงพอใจมากกว่า
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องวิเคราะห์ตารางออกอากาศของคู่แข่งเพื่อศึกษาสภาพการแข่งขันด้านรายการรวบยอด
พิจารณาทั้งรายการคู่แข่งและของตนเอง
เพื่อสรุปหาแนวโน้มความเคลื่อนไหวของส่วนแบ่งผู้ชมแต่ละรายการก่อนที่จะมีการจัดตารางออกอากาศ
การวิเคราะห์เพื่อจัดตารางออกอากาศสำหรับสถานีโทรทัศน์ที่ไม่มุ่งหวังทางการค้า
อาจใช้ข้อมูลการวิจัยรายการและผู้ชมมาวิเคราะห์เพียงสองประการ
แต่สถานีโทรทัศน์ที่มุ่งหวังทางการค้าจำเป็นต้องนำข้อมูลรายได้จากการโฆษณาแต่ละช่วงเวลามาพิจารณาด้วย
ทั้งนี้เพราะผู้ชมโทรทัศน์แต่ละกลุ่มมีอำนาจในการซื้อต่างกัน เช่น
ผู้ชมเด็กมีอำนาจซื้อต่ำกว่าผู้ชมที่เป็นผู้ใหญ่
ผู้ชมที่มีคุณภาพชีวิตสูงมีอำนาจซื้อมากกว่าผู้ชมที่มีรายได้น้อย
ดังนั้นการวิเคราะห์ตารางออกอากาศต้องศึกษาทั้งสถานภาพการจัดรายการของตนเองและคู่แข่งโดยเปรียบเทียบเพื่อสรุปแนวโน้มความเป็นไปได้ของส่วนแบ่งผู้ชม
(Audience
Share) และส่วนแบ่งการตลาด (Market Share)
ส่วนแบ่งผู้ชม เป็นการเปรียบเทียบผู้ชมให้เห็นอัตราส่วนของผู้ชมส่วนหนึ่งที่ชมโทรทัศน์สถานีใดสถานีหนึ่งเป็นร้อยละจากผู้ชมโทรทัศน์ทุกสถานีในช่วงเวลาเดียวกัน
การที่สถานีวิทยุโทรทัศน์มากกว่าหนึ่งสถานีออกอากาศพร้อมกัน
เป็นเหตุให้ผู้ชมที่เปิดโทรทัศน์ชมมีโอกาสเลือกชมรายการที่พึงพอใจมากมากกว่า
ซึ่งอาจเป็นสถานีคู่แข่ง
สถานีที่ผู้ชมพึงพอใจรายการมากกว่าจะมีส่วนแบ่งผู้ชมสูงกว่าสถานีอื่นซึ่งมีผู้ชมพึงพอใจรายการน้อยกว่า
สถานีไหนมีผู้ชมมากน้อยเท่าไรนั้นเมื่อเปรียบเทียบเป็นส่วนแบ่งผู้ชมร้อยละแล้วจะพิจารณาได้ชัดเจน
เช่น มีสถานีวิทยุโทรทัศน์ 6 สถานี ส่วนแบ่งผู้ชมที่เป็นกลางอยู่ที่ร้อยละ 16.67
ของผู้ชมทั้งหมด กรณีที่น้อยกว่า 16.67
หมายถึงความพึงพอใจของผู้ชมที่มีต่อรายการนั้นน้อยกว่าส่วนแบ่งที่น่าจะได้
การวิเคราะห์ตารางออกอากาศของคู่แข่งจากส่วนแบ่งผู้ชม
เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ของข้อมูลซึ่งเป็นรายละเอียดของรายการที่ออกอากาศไปแล้วที่มีส่วนใกล้เคียงกับรายการที่จะนำมาออกอากาศในด้านต่างๆ
ประกอบด้วย คุณภาพรายการ ปริมาณที่ออกอากาศ ความสัมพันธ์ของรายการข้างเคียง
ภาพพจน์ และค่านิยม
คุณภาพรายการ การศึกษาคุณภาพของรายการประเภทเดียวกันเป็นการเปรียบเทียบเนื้อหาสาระที่ผู้ชมพึงพอใจที่จะชมส่วนหนึ่ง
และรายการอื่นที่อยู่ในช่วงเวลาเดียวกันอีกส่วนหนึ่ง
ซึ่งเป็นผลให้การประเมินแนวโน้มสัดส่วนผู้ชมในสภาพที่เป็นไปได้
รายการประเภทเดียวกันนี้อาจอยู่ในช่วงเวลาต่างกัน
และมีผู้ชมในสัดส่วนที่ไม่เท่ากันทั้งในตารางออกอากาศของสถานีและคู่แข่ง
ทั้งนี้เพราะอิทธิพลของคุณภาพรายการข้างเคียง
การศึกษาส่วนแบ่งผู้ชมจากคุณภาพรายการส่วนนี้จะทำให้พบว่ารายการที่กำลังศึกษาได้รับความพึงพอใจมากหรือน้อยกว่ารายการไหน
ปริมาณที่ออกอากาศ การศึกษาปริมาณที่ออกอากาศเป็นการศึกษาพฤติกรรมของผู้ชมว่ามีความต้องการชมติดต่อถี่แค่ไหน
ต่อครั้ง ต่อวัน หรือต่อสัปดาห์
และพึงพอใจที่ชมนานแค่ไหนต่อครั้งที่ออกอากาศรายการแต่ละประเภท
เพื่อวิเคราะห์หาความพึงพอใจและข้อจำกัดในความกระตือรือร้นของผู้ชมที่จะติดตามรายการประเภทนั้นมากน้อยแค่ไหนในกรณีที่มีรายการออกอากาศน้อยชั่วโมง
เช่น เดือนละครั้งๆละ 30 นาที อาจมีผลให้ผู้ชมลืมที่จะติดตามชม
แต่ถ้ามีรายการประเภทนี้ทุกวันๆละ 2-3 ชั่วโมง
อาจมีผลให้ผู้ชมเบื่อและเลือกชมรายการที่น่าสนใจกว่า
ทั้งนี้เพราะความต้องการของผู้ชมที่มีต่อรายการแต่ละประเภทไม่เท่ากัน
รายการบางประเภทให้ความรู้เฉพาะบุคคลกลุ่มหนึ่ง อาจมีส่วนแบ่งผู้ชมร้อยละ 6
ของผู้ชมโทรทัศน์ต่อรายการสัปดาห์ละชั่วโมง เมื่อเพิ่มรายการเป็น 2
ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 1 ชั่วโมง ส่วนแบ่งผู้ชมอาจลดลงเหลือร้อยละ 4 ต่อครั้งของผู้ชมโทรทัศน์ในทำนองเดียวกัน
รายการประเภทบันเทิงซึ่งเป็นรายการสำหรับผู้ชมกลุ่มใหญ่
อาจมีส่วนแบ่งผู้ชมร้อยละ 10 ของผู้มีโทรทัศน์ต่อรายการสัปดาห์ละครึ่งชั่วโมง
เมื่อเพิ่มรายการเป็น 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละครึ่งชั่วโมง
ส่วนแบ่งผู้ชมอาจเพิ่มเป็นร้อยละ 20-30
ความสัมพันธ์ของรายการข้างเคียง การศึกษาเชิงเปรียบเทียบสถิติผู้ชมที่มีต่อรายการข้างเคียงของเวลาที่จะบรรจุการออกอากาศ
พบว่ามีอิทธิพลต่อรายการที่จะออกอากาศมาถึงร้อยละ 30 ของผู้ชมรายการก่อนหรือหลัง
เนื่องจากรายการประเภทเดียวกันอาจผลิตมาเพื่อผู้ชมคนละกลุ่ม หรือรายการคนละประเภทแต่ผลิตเพื่อผู้ชมกลุ่มเดียวกัน
เช่น รายการจัดเวลาออกอากาศไว้ในรายการกลุ่มหนึ่ง มีผู้ชมร้อยละ 3
ของผู้มีโทรทัศน์ เมื่อย้านรายการนั้นมาอยู่รวมกับรายการกลุ่มที่สอง
อาจมีผู้ชมเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 9 ของผู้มีโทรทัศน์ ทั้งนี้เพราะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของรายการข้างเคียงว่า
รายการกลุ่มหนึ่งเป็นรายการประเภทเดียวกันแต่ผู้ชมคนละกลุ่ม
และรายการกลุ่มสองอาจเป็นรายการประเภทเดียวกันแต่คุณภาพเดียวกัน
หรือรายการคนละประเภทแต่เป็นผู้ชมกลุ่มเดียวกัน
อาจเป็นไปได้ว่าเป็นความสัมพันธ์กับรายการของสถานีอื่นที่จบรายการพอดีและผู้ชมเปลี่ยนช่องมาชมรายการประเภทเดียวกันในช่วงจังหวะที่พอดี
กรณีที่เป็นรายการของสถานีเดียวกัน
เปรียบเทียบจากกลุ่มผู้ชมรายการก่อนและหลังรายการที่บรรจุใหม่ว่า
เป็นผู้ชมกลุ่มเดียวกับรายการที่จะนำมาบรรจุใหม่หรือไม่
ถ้าเป็นรายการของผู้ชมกลุ่มเดียวกัน
ผู้ชมจากรายการก่อนรายการนี้ก็จะพลอยชมรายการนี้ไปด้วย แต่ถ้าเป็นผู้ชมคนละกลุ่ม
ผู้ชมที่ชมรายการก่อนหน้านี้ก็จะเปลี่ยนไปชมรายการคู่แข่งที่ติดตามชมต่อจากรายการนี้เพื่อรอรายการต่อไป
แต่ถ้าเป็นผู้ชมคนละกลุ่มก็จะชมรายการของช่องอื่นไปจนกว่ารายการต่อไปจะเริ่มออกอากาศ
กรณีที่เป็นรายการคนละสถานี
เปรียบเทียบจากผู้ชมรายการก่อนและต่อจากรายการที่จะบรรจุใหม่ว่าเป็นผู้ชมกลุ่มเดียวกับรายการนี้หรือไม่
ถ้าเป็นผู้ชมกลุ่มเดียวกัน
ผู้ชมรายการก่อนรายการนี้อาจเปลี่ยนมาชมรายการนี้ได้เมื่อรายการก่อนรายการนี้ของช่องอื่นจบลง
และในทำนองเดียวกันผู้ชมอาจเปิดรายการนี้ชมเพื่อรอรายการต่อไปของสถานีอื่น
ความสามารถ ภาพพจน์ และค่านิยม การศึกษาสถานภาพของคู่แข่งในด้านต่างๆ
ที่เป็นจุดเด่น จุดด้อยของแต่ละสถานี ทั้งในด้านการปฎิบัติงานของสถานีต่างๆ
และการยอมรับของผู้ชม ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญของสถานีต่างๆ
ซึ่งสามารถทำให้ส่วนแบ่งของผู้ชมเปลี่ยนแปลงได้ด้วยความคล่องตัว รวดเร็ว
มีประสิทธิภาพ และได้รับความเชื่อถือ
ความคล่องตัว คือ
ความสามารถในการจัดเปลี่ยนตารางออกอากาศที่แต่ละสถานีมีความพร้อมต่างกัน
สถานีที่มีอัตราส่วนการจัดรายการเองมาก
มีความคล่องตัวมากกว่าสถานีที่อาศัยหน่วยงานอื่นมาร่วมจัดรายการ
ความรวดเร็ว คือ
ความสามารถในการจัดซื้อ จัดหา และผลิตรายการ มาบรรจุรายการออกอากาศได้รวดเร็ว
ทันพฤติกรรมของผู้ชมที่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ความรวดเร็วนี้ขึ้นอยู่กับการศึกษาแนวโน้มความพึงพอใจและพฤติกรรมของผู้ชมกับการวางแผนเตรียมรายการเพื่อนำมาบรรจุรายการออกอากาศ
ซึ่งความรวดเร็วนี้รวมไปถึงอำนาจการผลิตและอำนาจในการสรรหารายการของแต่ละสถานี
ประสิทธิภาพ คือ
ภาพพจน์ของสถานีที่สร้างเอกลักษณ์ขึ้นและผู้ชมส่วนใหญ่ยอมรับ เช่น
เอกลักษณ์ของบุคคล เช่น ผู้ประกาศ ผู้รายงานข่าว ผู้พากษ์ เอกลักษณ์ของรายการ เช่น
ความแปลกใหม่ และเทคโนโลยี ซึ่งเอกลักษณ์เหล่านี้ต้องสร้างระยะยาวและต่อเนื่อง
เพื่อให้ผู้ชมยอมรับ
ความเชื่อถือ คือ
ค่านิยมซึ่งเป็นความผูกพันของผู้ชมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่เห็นประโยชน์และยอมรับบริการของโทรทัศน์สถานีให้สถานีหนึ่ง
หรือช่วงเวลาใด้เวลาหนึ่งของสถานีนั้นๆ
จนเป็นความคุ้นเคยที่จะเปิดชมสถานีนั้นในช่วงเวลานั้น เช่น ช่วงรายการข่าว
รายการละคร หรือรายการสำหรับเยาวชน เป็นต้น
ความสามารถ ภาพพจน์ และค่านิยม
สามารถวัดได้จากส่วนแบ่งผู้ชมของผู้ชมรายการประเภทเดียวกันของแต่ละสถานี
และส่วนแบ่งของผู้ชมที่ปรวนแปรเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงตารางออกอากาศของสถานีใดสถานีหนี่ง
เช่น รายการประเภท ก. มีส่วนแบ่งผู้ชมร้อยละ 15-30 เมื่อออกอากาศในสถานี 1
และร้อยละ 20-60 เมื่อออกอากาศในสถานี 2 พบว่าสถานี 2 น่าจะมีความสามารถ ภาพพจน์
และค่านิยม มากกว่าสถานี 1 เมื่อนำรายการทั้งสองมาเปรียบเทียบกันแล้ว
จะสามารถวิเคราะห์ได้ว่ารายการของสถานี 2 นั้นมีจุดเด่นอะไรที่เหนือกว่าสถานี 1
การจัดตารางออกอากาศ ความทันสมัย
ภาพพจน์ หรือความเชื่อถือ และผลจากการวิเคราะห์ อาจทำให้สถานี 1 เลี่ยงที่จะจัดรายการประเภท
ก. ไปอยู่ในเวลาเดียวกันของสถานี 2 เพราะไม่สามารถชิงส่วนแบ่งผู้ชมจากสถานี 2
เมื่ออยู่เวลาเดียวกันได้ แต่ตรงกันข้ามสถานี 2 อาจจัดรายการประเภท ก.
ไปอยู่ในช่วงเวลาเดียวกับรายการประเภท ก. ของสถานี 1
เพื่อแย่งส่วนแบ่งผู้ชมของสถานี ก. ได้
ส่วนแบ่งตลาด หมายถึงการเปรียบเทียบรายได้ของแต่ละสถานีซึ่งมีรายได้ต่างกัน
เมื่อเปรียบเทียบเป็นร้อยละของทุกสถานีแล้ว
จะเห็นได้ว่าอัตราส่วนของมูลค่าโฆษณาของสถานีใด้สถานีหนึ่งเป็นร้อยละของมูลค่าโฆษณาของทุกสถานีรวมกันในช่วงเวลาให้เวลาหนึ่ง
หรือทุกช่วงเวลาของแต่ละสถานี โดยใช้มาตรฐานมูลค่าการโฆษณาเป็นสัดส่วนเปรียบเทียบโดยการนำเอาจำนวนนาทีที่โฆษณาในช่วงนั้น
(ไม่รวมนาทีโฆษณาที่แถมให้) คูณด้วยอัตราค่าโฆษณาสุทธิในช่วงเดียวกัน
(หักส่วนลดออกแล้ว)
การวิเคราะห์ตารางออกอากาศจากส่วนแบ่งตลาดจากมูลค่าโฆษณาของ
6 สถานี ช่วงเวลานี้ควรกำหนดส่วนแบ่งมาตรฐานเป็นส่วนแบ่งถัวเฉลี่ยร้อยละ 16.67
ต่อสถานี สถานีที่มีส่วนแบ่งตลาดน้อยกว่าต้องศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลง
ปรับปรุง พัฒนา และรักษาระดับสัดส่วนตลาดสำหรับการจัดตารางออกอากาศต่อไป
อาจเป็นการวิเคราะห์จากวงจรของส่วนแบ่งผู้ชมหรือวิเคราะห์จากวงจรขององค์ประกอบการตลาดส่วนอื่นๆ
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแตกต่างกัน 3 กรณี ระหว่างส่วนแบ่งผู้ชมและส่วนแบ่งการตลาด
กล่าวคือ
กรณี 1
ส่วนแบ่งการตลาดสูงกว่าส่วนแบ่งผู้ชม
หมายถึงตารางออกอากาศส่วนนี้เป็นส่วนที่มีประสิทธภาพทางการตลาดสูง
และการจัดตารางรายการออกอากาศยังมีผู้ต้องการชมน้อย
ควรมีสมมุติฐานการวิเคราะห์ไปในด้านวงจรของส่วนแบ่งผู้ชม
กรณี 2
ส่วนแบ่งการตลาดพอกับส่วนแบ่งผู้ชม หมายถึงการจัดตารางออกอากาศมีประสิทธิผลเท่ากันทั้งด้านตลาดและผู้ชม
ควรมีสมมุติฐานการวิเคราะห์ทั้งวรจรความต้องการขององค์ประกอบด้านการตลาดอื่นๆ
และวงจรส่วนแบ่งผู้ชมในด้านรายการ
กรณี 3
ส่วนแบ่งการตลาดน้อยกว่าส่วนแบ่งผู้ชม หมายถึงการจัดตารางออกอากาศมีประสิทธิภาพทางวงจรการตลาดด้อยกว่าด้านรายการและผู้ชม
จึงควรวิเคราะห์องค์ประกอบอื่นอันเป็นความต้องการของตลาด
ซึ่งมีอิทธิพลต่อการจัดตารางออกอากาศ
องค์ประกอบด้านการตลาดอื่น หมายถึง
การศึกษาแนวโน้มสภาพความต้องการของตลาดในด้านราคาการส่งเสริมตลาดและการจัดจำหน่าย
อัตราค่าโฆษณา หมายถึง
การศึกษาราคาค่าโฆษณาที่กำหนดไว้สำหรับการขายโฆษณาแต่ละรายการของแต่ละสถานี
โดยพิจารณาจากความต้องการของตลาด ซึ่งสามารถเปรียบเทียบอัตราค่าโฆษณาได้จากอัตราค่าโฆษณาของสถานีอื่นในเวลาออกอากาศเดียวกัน
และประเภทรายการเหมือนกัน
และในกรณีที่อัตราค่าโฆษณาหรือจำนวนผู้ชมรายการแตกต่างกัน
ต้องหาค่าเฉลี่ยบองแต่ละรายการมาพิจารณาเปรียบเทียบ
การหาค่าเฉลี่ยของรายการของบริษัทโฆษณาในประเทศไทย นิยมเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยต่อกลุ่มผู้ชม
โดยคำนวณจากอัตราค่าโฆษณา 30 วินาที
หารด้วยจำนนผู้ชมร้อยละของกลุ่มผู้ชมหากค่าเฉลี่ยสูง
จำเป็นต้องปรับอัตราค่าโฆษณาให้ลดลง หรือใช้กลยุทธ์การแถมมากขึ้น
การส่งเสริมตลาด หมายถึง
การศึกษาวิธีการรายละเอียดข้อมูลของรายการที่จัดไว้ในตารางออกอากาศ
ให้ผู้ชมและผู้ซื้อโฆษณาได้ทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรณรงค์สื่อก่อนที่จะออกอากาศ
เมื่อผู้ชมหรือผู้ซื้อโฆษณาเห็น
จะกระตุ้นให้ผู้ชมเฝ้าชมรายการนับแต่ครั้งแรกที่ออกอากาศมากขึ้น
และผู้ซื้อโฆษณาสามารถวางแผนโฆษณาได้ล่วงหน้าได้ก่อนที่จะเห็นรายการ
การจัดจำหน่าย หมายถึง
การศึกษาแนวทางในการที่จะนำเอาโฆษณาแต่ละรายการ
ซึ่งจัดอยู่ในตารางออกอากาศของสถานีวิทยุโทรทัศนืไปจำหน่ายให้ถึงมือผู้ต้องการโฆษณา
ซึ่งการจัดจำหน่ายบางรายการมีขั้นตอนการจัดจำหน่ายถึง 5
ขั้นตอนระหว่างผู้จัดรายการและผู้ซื้อโฆษณา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการจัดจำหน่ายของสถานีวิทยุโทรทัศน์และวิธีการซื้อของสถานีโทรทัศน์ส่วนใหญ่จะพิจารณาช่องทางจัดจำหน่าย
3 ช่องทาง คือ ช่องทางแรก จัดตารางออกอากาศแล้วให้ผู้จัดรายการจำหน่ายเอง ช่องทางที่สอง
สถานีโทรทัศน์จำหน่ายเอง ช่องทางสุดท้ายคือ การให้นายหน้าผู้ชำนาญการขายจำหน่ายอีกต่อหนึ่ง
วิธีการสั่งซื้อของลูกค้าส่วนใหญ่จะพิจารณาช่องทางการซื้อโฆษณา
2 ช่องทาง คือ ซื้อเองจากนายหน้าสถานีวิทยุโทรทัศน์หรือผู้จัดรายการ และการมอบหมายให้ตัวแทนโฆษณาซึ่งมีความรู้และความชำนาญในการจัดซื้อดำเนินการให้
ซึ่งส่วนใหญ่ตัวแทนโฆษณาจะเลือกรายการที่มีส่วนแบ่งผู้ชมสูงให้กับผู้ซื้อโฆษณา
ส่วนหนึ่งของบทความเรื่อง การใช้ข้อมูลวิจัยจัดตารางออกอากาศ
Niphon
Communication Study เพื่อการศึกษา ค้นคว้า
และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ทางด้านสื่อสารมวลชน
ผู้สนใจสามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่
http:/www.dlogger.com/profile/18363744462983120529
เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังก้าวเข้าสู่แวดวงโทรทัสน์ดาวเทียมที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น