กทช.
ส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ ด้วย พรบ. 2551 มาตรา 37
ดร. นิพนธ์
นาคสมภพ
ประชาชนหันมาให้ความสนใจมาตรา
37 ของพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.
๒๕๕๑ (พรบ.
51) มากเพราะเสมือนเป็นของขวัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ที่ พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ
กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) และประธานอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ
นำมาอ้างอิงประกอบการพิจารณาเนื้อหารายการดังถึง
2 รายการ คือ
ของขวัญส่งท้ายปีเก่า การถ่ายทอดสด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการแข่งขันเทิดพระเกียรติมวยไทยวอริเออร์ส ที่มาเก๊า ทางช่อง
11 เมื่อ 9 ธันวาคม 2555 กทช.
เห็นว่าเป็นรายการที่ไม่ขัดมาตรา 37
ของขวัญต้อนรับปีใหม่ รายการละครเหนือเมฆ 2 ยุติการแพร่ภาพวันที่ 4
มกราคม 2556 ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย ช่อง 3 นำละครเรื่องแรงปรารถนา มาออกอากาศตามที่ประกาศไว้ในเฟซบุ๊ค
อ้างว่าเป็นรายการที่ขัดมาตรา 37
มาตรา ๓๗ ห้ามมิให้ออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีการกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจาร
หรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง
ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ตรวจสอบและให้ระงับการออกอากาศรายการที่มีลักษณะตามวรรคหนึ่ง
หากผู้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการ
ให้กรรมการซึ่งคณะกรรมการมอบหมายมีอำนาจสั่งด้วยวาจา หรือเป็นหนังสือให้ระงับการออกอากาศรายการนั้นได้ทันที
และให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวโดยพลัน
ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเกิดจากการละเลยของผู้รับใบอนุญาตจริง
ให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขตามที่สมควร หรืออาจพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตก็ได้
กิจกรรมส่งท้ายปีเก่า เมื่อคืนวันที่ 9 ธันวาคม 2555 คนไทยได้ชม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานในพิธีเปิด “Muay Thai Warriors” หรือ “ศึกมวยไทยวอริเออร์สปีที่ 2 เทิดไท้องค์ราชัน” ในฐานะที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี
เป็นข่าวที่น่ายินดีแต่สื่อส่วนหนึ่งเห็นตรงข้าม
ทีนิวส์
โพสต์เวปเพจเมื่อ 21:18
น. ของวันที่ 9 ธันวา ว่า “ทักษิณโผล่จัดมวยไทยเฉลิมพระเกียรติที่มาเก๊า ช่อง 11 ถ่ายสดบอก
ปชช. ไปเฝ้าฯในหลวง 5 ธ.ค.ภาพเกินบรรยาย ยันไม่เคยลืมว่าเกิดใน ปท.ไทย ข้อกล่าวหาว่า "ไม่จงรักภักดี ไม่จริงเลย"
แค่เกมการเมือง อ้างคลิปในม็อบเสธ.อ้าย ตัดต่อเสียงตน”
ไทยโพสต์ โพสเวปเพจเมื่อ 00:00 น. เริ่มต้นวันที่ 10 ธันวา ว่า “.... ช่อง 11 ถ่ายทอดสด "นักโทษหนีคดี" เปิดงานมวยยิงสดผ่านหน้าจอจากมาเก๊า "สุรสิทธิ์-ชัยสิทธิ์"
ยืนประกบข้าง สบช่องฟอกตัวเป็นคนดี เทิดทูนสถาบัน โบ้ยคลิปเสียงเสธ.อ้ายตัดต่อ วราเทพรีบโยน
"ศันสนีย์" รับผิดชอบ”
10 ธันวา ข่าวที่ปรากฏส่วนใหญ่เป็นข่าวเชิงลบ เพราะ
พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นนักโทษหนีคดี ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถึง 2 คดี และถูกคดียึดทรัพย์อีก 4.6 หมื่นล้าน
12 ธันวา นายธีระพงษ์ โสดาศรี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ชี้แจงนางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ว่า “ขั้นตอนการถ่ายสดเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ตามปกติที่มีการดำเนินการ
ไม่ผิดระเบียบแต่อย่างใด”
20 ธันวา พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ ประธานอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ
กสทช สรุปความเห็นคณะอนุ ฯ ว่า “การที่ช่อง 11 ถ่ายทอดสด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ไม่ขัดมาตรา 37 ของ
พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 แต่อย่างใด”
28 ธันวา นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ เปิดเผยว่า “ช่อง
11 ไม่ยอมให้เวลาถ่ายทอดสดการชิงแชมป์โลกรุ่นมินิมัมเวทสมาคมมวยโลก ระหว่างเรียว มิยาซากิ
รองแชมป์โลกอันดับหนึ่งชาวญี่ปุ่น กับ “คนเหล็ก” พรสวรรค์ กระทิงแดงยิม อดีตแชมป์โลกชาวไทย เวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่
31 ธันวา ที่บอดี้เมกเกอร์ อารีน่า ในกรุงโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เพราะเกรงจะมีการสอดแทรกรายการคล้ายกับการถ่ายทอดสดมวยไทยจาก
มาเก๊า”
ช่อง
11
ลืมไปหรือไม่ว่าตัวเองมีเทคโนโลยีชะลอการแพร่ภาพให้ช้ากว่าเวลาจริงเพื่อการตรวจสอบก่อนออกอากาศได้ จึงได้นำเหตุการณ์มวยมาเก๊ามาเป็นเหตุผลให้คนไทยไม่ได้ชมมวยคืนส่งท้ายปีเก่า
ส่วน
พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ไม่เพียงแต่สามารถปรากฏตัวทางสื่อของไทยได้เท่านั้น น่าจะมีสิทธิยื่นขออนุญาตเป็นเจ้าของโครงข่าย
ช่องรายการ หรือบริการ ประกอบกิจการวิทยุและโทรทัศน์ได้ด้วยตัวเองอีกด้วย
ทั้งนี้เพราะประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ กำหนดไว้ในข้อ 7 (3) ว่า “ผู้ขอรับใบอนุญาต กรรมการ
ผู้จัดการ
หรือบุคคลผู้มีอำนาจกระทำการผูกพันผู้ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยถูกศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐและความผิดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต ภายในระยะเวลา
2 ปี ก่อนการยื่นขอรับใบอนุญาต”
กิจกรรมต้อนรับปีใหม่
ช่อง 3 ประกาศข้อความผ่านเว็บไซต์และประกาศทางโทรทัศน์ช่อง
3 เมื่อเย็นวันที่ 4 มกรา “ขออภัยท่านผู้ชมที่ต้องงดออกอากาศละครเรื่องเหนือเมฆ
2 มือปราบจอมขมังเวทย์ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเนื้อหาบางช่วงบางตอนที่ไม่เหมาะสมที่จะออกอากาศ
และเชิญชมละครเรื่องใหม่ "แรงปรารถนา" นำแสดงโดย ณเดช คูกิมิยะ และ
คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมสิริ เสนอคืนนี้เป็นตอนแรกเวลา 20.15 น."
เหนือเมฆ 2 เป็นละครหลังข่าวช่อง
3 แพร่ภาพวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา 20.30-22.45
น .เดิมมีกำหนดจะอวสานในวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม แต่ถูกสั่งให้ยุติการออกอากาศ ทางผู้จัดจึงขอนำเรื่องราว
3 ตอนที่เหลือของวันที่ 4-6 มกราคมนี้ มายำรวมกันให้เหลือเพียงตอนเดียวโดยตัดต่อเสร็จเมื่อวันที่
3 ส่งให้ช่อง 3 เพื่อแพร่ภาพในวันที่ 4 มกราคม แต่สุดท้ายไม่ได้แพร่ภาพ
5
มกรา พล.ท.พีระพงษ์ กล่าว ที่ผ่านมาช่อง 3 เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องรายการไทยแลนด์ก็อททาเลนท์มาแล้ว ในเรื่องเปลือยอกวาดภาพ
ซึ่งกรณีนี้ ทางช่อง 3 ก็คงตรวจสอบและเห็นว่าละครเรื่องเหนือเมฆอาจจะมีบางฉากบางตอนที่ขัดต่อมาตรา
37 จึงให้หยุดงดการแพร่ภาพ
วันเดียวกัน สุภิญญา
กลางณรงค์ กสทช. อีกท่านได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นส่วนตัวผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวถึงการยุติการออกอากาศเหนือเมฆว่า “จุดยืนส่วนตัวแล้วดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ทางช่อง
3 มีเจตนาเอามาตรา 37 มาใช้อ้างในกรณีนี้”
7
มกรา ประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว. สรรหา ได้หารือที่สภาฯ ว่า “จะเป็นฝีมือเหนือเมฆ
ใต้เมฆ หรือของใครก็ตาม แต่ในสังคมออนไลน์จำนวนแสนๆ นั้นรุมต่อต้าน ไม่เห็นด้วยต่อการยุติละครเรื่องดังกล่าว
เพราะเท่าที่ดูเนื้อหาละครถือว่าตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง เขายืนหยัดต่อต้านแต่คนชั่วคนโกงบ้านโกงเมืองและพิทักษ์คุณงามความดี
ไม่มีเนื้อหาส่อความรุนแรงหรือแม้กระทั่งกรณีไร่ส้มที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดแล้วก็ยังออกอากาศได้โดยไม่ถูกยับยั้ง”
สมชาย แสวงการ สว. สรรหา อีกท่านกล่าวฝากถึงผู้เกี่ยวข้องในวันเดียวกันว่า
“การแบนละครเรื่องนี้
เป็นการทำลายจิตใจพี่น้องประชาชนหลายล้าน ในโลกออนไลน์จำนวนล้านคลิปที่ไม่พอใจและล่าสุดโพลล์ระบุว่าไม่เชื่อว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”
8 มกรา บริสุทธิ์
บูรณะสัมฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ช่อง 3 เปิดเผยว่า " คงไม่มีการแถลงอะไร ...เราคิดว่าการใช้คำว่าไม่เหมาะสมเป็นการลงตัวแล้ว
แต่จะให้ลงรายละเอียดก็คงจะลงลำบาก ซึ่งเราก็เคยทำมาแล้วไม่ใช่ไม่เคยเพียงแต่ว่ามันไม่เป็นข่าว"
วันเดียวกัน สุภิญญา ได้กล่าวในการเสวนาที่ทางคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ
จัดขึ้นว่า
“กสทช. มีมติให้มีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนแล้ว
เพราะอำนาจการสั่งให้ยุติการออกอากาศ ตามมาตรา 37 ของ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เป็นอำนาจ
ของ กสทช. ไม่ใช่อำนาจของช่อง 3 หาก กสทช.ตรวจสอบเนื้อหาแล้วไม่พบว่าเกี่ยวข้องกับความมั่นคง
หรือไม่เหมาะสมในด้านอื่น กสทช. ก็จะแจ้งให้ช่อง 3 ออกอากาศให้ครบ”
ส่วนสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวในวันเดียวกันโดยการยื่นหนังสือถึง
กสทช. ร้องให้เอาผิดช่อง 3 โดยให้มีข้อสรุปและรายงานต่อสาธารณะชนภายใน
7 วัน ถ้าไม่ดำเนินการจะเดินหน้าฟ้องศาลปกครอง”
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมฯ
กล่าวว่า “การกระทำของช่อง 3 ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญจึงได้ร้องเรียนทาง
กสทช. ดำเนินการ 4 ข้อ คือ 1. สั่งให้ช่อง 3
นำละครเหนือเมฆตอนที่เหลืออยู่ทั้งหมดอากาศตามปกติในวันเวลาเดิมโดยไม่มีการตัดทอนบทหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหา 2. สั่งให้ช่อง 3 ชดเชยเยียวยาการกระทำการละเมิดต่อผู้ชม
3. ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนให้ได้ข้อสรุปพร้อมเสนอข้อเท็จจริง และ 4. สอบสวนการกระทำละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้บริโภคและลงโทษหรือเอาผิดโดยเพิกถอนใบอนุญาตช่อง
3”
8 มกรา วันเดียวกันพานทองแท้ ชินวัตร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ผมอยากให้ช่อง 3 อนุญาตให้ละครเหนือเมฆ
ออกอากาศตอนที่เหลือจนจบ ...ก่อนอื่นผมต้องขอออกตัวก่อนครับว่าไม่เคยดูละครเรื่องนี้ และไม่เคยคิดที่จะเอาเนื้อหาของละคร
ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองมาวิจารณ์เลย เพราะในชีวิตจริงแค่ดูละครการเมืองเรื่อง "ประชาธิปัตย์" เพียงอย่างเดียวก็ไม่ไหวจะเคลียร์แล้วครับ”
กสทช
สว. รัฐบาล และพานทองแท้ ต่างปรากฏตัวออกมาแสดงท่าที่ของตนเองว่าไม่ได้สั่งให้ช่อง
3 ระงับละครเหนือเมฆ ส่วนช่อง 3 เองก็พยายามแสดงความรับผิดชอบว่าดำเนินการเองแต่ไม่มีคนเชื่อ
แต่ก็แปลกที่
อสมท. ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงยังไม่ได้แสดงรับผิดชอบ เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและไม่ได้เกี่ยวข้อง ทั้งๆ
ที่เป็นผู้กำกับ ควบคุม ดูแล และเก็บเกี่ยวค่าสัมปทานช่อง 3 โดยตรง
กรณีศึกษาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปี
2556 เรื่องพฤติกรรมช่อง 11 และช่อง 3 ควรถือเป็นมาตรฐานที่โทรทัศน์ทุกช่องนำไปปฏิบัติ หรือ กทช. ควรจะทบทวนมาตรา 37 ให้เสร็จสิ้นและประกาศในปี
2556 ก่อนว่ากรณีดังกล่าวเกิดขึ้นกับโทรทัศน์ช่องไหน ช่องนั้นควรตัดสินเอง หรือให้
กทช. พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ข้อไหน อย่างไร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น