การวิจัยผู้ชมเพื่อจัดตารางออกอากาศ
การจัดตารางออกอากาศให้เป็นไปตามต้องการของผู้ชม
ส่วนใหญ่อาศัยข้อมูลการวิจัยผู้ชมช่วยตัดสินใจให้การจัดตารางออกอากาศเป็นตารางที่มีผู้ชมสูงสุด
โดยเฉพาะประเทศที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีจะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านการวิจัยเข้ามาใช้
เพื่อให้เวลาทุกนาทีที่แพร่ภาพออกอากาศตรงตามความปรารถนาของผู้ชมกลุ่มใหญ่ที่สุดในแต่ละช่วงเวลา
การวิจัยผู้ชมวิทยุโทรทัศน์เป็นงานที่ต้องสรุปผลการวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว
เพราะพฤติกรรมของผู้ชมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีการแข่งขันสูง
และรายการต่างๆ เป็นรายการที่แพร่ภาพแล้วผ่านเลย ไม่ได้นำมาแพร่ภาพซ้ำ
ผู้ชมไม่สามารถย้อนชมเหมือนการอ่านหนังสือ เว้นแต่จะอัดเทปไว้เฉพาะรายการสำคัญ
โดยเฉพาะผู้ชมไทยมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมความนิยมอย่างรวดเร็วตามความรู้สึกที่สัมผัสได้ทั้งตาและหู
แต่งานวิจัยโทรทัศน์เป็นเครื่องมือการจัดรายการที่จำเป็นเพราะเป็นสื่อที่มีผลตอบแทนทั้งในเชิงรายรับและรายจ่ายสูงกว่าสื่ออื่นๆ
ตลอดจนสถานีวิทยุโทรทัศน์ในแต่ละประเทศมีจำนวนจำกัด
( รูปดร.นิพนธ์ )
การวิจัยผู้ชมวิทยุโทรทัศน์
คือ รายงานข้อมูลรายละเอียดของการสำรวจจำนวนผู้ชมแต่ละ วัน เวลา สถานี และรายการ
ที่สามารถนำมาเป็นแนวทางในการตัดสินในพัฒนาการจัดตารางออกอากาศ
การลงทุนผลิตรายการและวางแผนโฆษณา
ซึ่งข้อมูลรายละเอียดได้มาจากการสำรวจหลายวิธีการ
แต่ละวิธีการใช้หลักสถิติเข้าไปเกี่ยวด้วย ด้วยเหตุนี้
การเลือกตัวอย่างจากผู้ชมจึงมีความสำคัญพอกับการออกแบบสอบถามให้ผู้ชมเข้าใจ เช่น
ถามว่า “คุณเคยชมรายการนี้ไหม” คุณอาจได้คำตอบว่า “ชม”
จากร้อยละ
50 ถึงร้อยละ 95 แต่ถ้าถามว่า “เมื่อคืนคุณชมรายการนี้หรือเปล่า”
คุณอาจได้คำตอบว่า
“ชม” ไม่ถึงร้อยละ 35 เป็นต้น
วิธีวิจัยผู้ชมวิทยุโทรทัศน์ที่ใช้กันมากในปัจจุบัน
มี 5 ระบบ ด้วยกัน คือ
ระบบโทรศัพท์ตอบรับ (the telephone
coincidental method)
ระบบทวนความจำ (Poster recall
method)
ระบบบันทึกประจำวัน (diary method)
ระบบบันทึกด้วยเครื่องมือ (mechanical meter
method)
ระบบมาตรวัดประชากร (people meter
method) เป็นการใช้เครื่องตรวจวัดอัตโนมัติ
ระบบโทรศัพท์ตอบรับ เป็นระบบที่สุ่มตัวอย่างจากผู้ใช้โทรศัพท์โดยโทรศัพท์ไปสอบถามว่ากำลังชมรายการอะไร
ช่องไหน ซึ่งเป็นระบบที่ได้ผลรวดเร็วเหมาะสำหรับข้อมูลการเปลี่ยนแปลงรายการใหม่
เพราะจะทราบได้ทันทีเมื่อรายการจบว่ามีผู้ชมมากน้อยกว่ารายการของสถานีอื่นเพียงได้
แต่ประเมินเป็นจำนวนผู้ชมไม่ได้ ซึ่งรวดเร็ว ประหยัด และเป็นที่นิยมมากในบางประเทศ
การสอบถามจำกัดจำนวนผู้ตอบและคำตอบ
เพราะคำตอบที่ดีอยู่ระหว่างเวลาที่กำลังดำเนินรายการ
และหลังจากดำเนินรายการไม่ควรเกิน 4 ชม.
เพราะถ้าปล่อยให้เวลานานกว่านั้นจะเป็นผลให้มีอิทธิพลอื่นๆ บิดเบือนคำตอบ
การสอบถามด้วยระบบโทรศัพท์ตอบรับสามารถวางหลังเกณฑ์เลือกตัวอย่างได้โดยดูรายละเอียดจากสมุดโทรศัพท์
และแบ่งเป็นเขตการรับชมโดยเลขหมาย 3 ตัวแรกของเบอร์โทรศัพท์ตัวอย่างเช่น เขต 245
ตัวอย่างอักษรนำหน้าชื่อ รวม 3 คน เป็นต้น
ระบบทวนความจำ เป็นจากสัมภาษณ์ทั่วไปจากรายการที่แพร่ภาพออกอากาศไปแล้ว
โดยให้ผู้ตอบรายงานความจำที่ผ่านมาว่า จำรายการสถานี วัน เวลา
ที่ออกอากาศได้หรือไม่ คำตอบที่ได้รับขึ้นอยู่กับความทรงจำของผู้ตอบ
ซึ่งวิธีนี้ต้องออกแบบสำรวจที่เด่นชัด ระบุชี่อรายการ เวลา และสถานีที่ออกไว้พร้อม
โดยมีรายละเอียดทุกๆ 15 นาที เพื่อที่จะได้บันทึกคำตอบได้สะดวก ถูกต้อง
และรวดเร็วยิ่งขึ้น ข้อมูล
รายละเอียดจากคำตอบเป็นแนวทางในการเปรียบเทียบความนิยมของรายการที่ออกอากาศในเวลาใกล้เคียงกันได้
และสามารถพิจารณาถึงความนิยม และประเมินสถานภาพในอนาคตได้อีกส่วนหนึ่งด้วยระบบทบทวนความจำได้นำมาใช้เป็นเครื่องมือการวางแผนซื้อสื่อโฆษณาในยุคก่อน
พ.ศ. 2523 โดยจัดการสำรวจเป็นราย 3 เดือน แต่ระบบทวนความจำนี้มีข้อจำกัดมากที่สุด
กล่าวคือ
(1)
รายการที่ได้รับความนิยมสูงมีอิทธิพลต่อการบิดเบนคำตอบจากความทรงจำได้มากกว่า
(2) สถิติข้อมูลที่ได้มีผลต่อการวิเคราะห์
หรือวัดความต่อเนื่องได้น้อย ในการประเมินผู้ชม
(3)
ค่าใช้จ่ายในการสัมภาษณ์ค่อนข้างสูง
การเลือกตัวอย่างตามระบบทวนความจำนี้
สามารถแบ่งเขตการสำรวจกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้กว้าง แยกได้ตาม อายุ อาชีพ เพศ
ระดับคุณภาพชีวิต
ระบบบันทึกประจำวัน เป็นระบบที่นำแบบบันทึกตารางเวลาไปขอให้บ้านตัวอย่างแต่ละบ้านทำหน้าที่เป็นสมาชิกอาสาบันทึกการชมวิทยุโทรทัศน์ทุกๆ
15 นาที โดยมีรางวัลตอบแทนเป็นน้ำใจ
รูปแบบบันทึกตารางเวลาต้องออกแบบให้สะดวกในการกรอกและเข้าใจบันทึกได้ง่ายเพื่อบันทึกผลการชมได้ตลอดเวลาสัปดาห์ต่อสัปดาห์เพื่อไม่ให้ผู้จดบันทึกสับสน
และเพื่อความสมบูรณ์ของสถิติ และนำสถิติมารวบรวมโดยใช้ข้อมูลเฉลี่ยถึง 4 สัปดาห์
ในการเก็บบันทึกตารางเวลาอาจซักถามข้อความเพิ่มเติมเพื่อข้อมูลอันเป็นประโยชน์ด้านอื่นได้อีกด้วย
เช่น แนวโน้มของรายการที่ได้รับความนิยมในการฟังวิทยุ อ่านหนังสือพิมพ์
หรือความพึงพอใจต่อโฆษณาและการใช้สินค้าตามโฆษณา
บริษัทโฆษณาเครือต่างประเทศได้ใช้ระบบบันทึกประจำวันมาตั้งแต่
พ.ศ. 2523 เป็นเครื่องมือในการวางแผนซื้อสื่อโฆษณา
โดยร่วมกันจ้างบริษัทวิจัยเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนสถานีโทรทัศน์ขณะนั้นมีการนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดตารางออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์น้อยมาก
การศึกษาบันทึกประจำวันเริ่มจากงานด้านการตลาดของสถานีโทรทัศน์ก่อนเนื่องจากรายงานการวิจัยบันทึกประจำวันมีอิทธิพลต่อรายได้-รายจ่ายของแต่ละสถานีสูง
ระบบบันทึกประจำวันนี้มีข้อจำกัดอยู่ที่ตัวอย่างสำรวจ
ว่าจะบันทึกได้ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสนใจของสมาชิกในบ้าน
โดยเฉพาะสมาชิกกับความสนใจของสมาชิกในบ้าน
โดยเฉพาะสมาชิกของบ้านตัวอย่างที่มีคุณภาพชีวิตสูง
และการบันทึกระยะเวลาที่มีการเปลี่ยนคลื่นสถานีหนึ่งไปยังอีกสถานีหนึ่ง
และมีข้อดีที่เลือกศึกษาโดยแบ่งเป็นเขต เพศ อายุ อาชีพ และคุณภาพชีวิตตามต้องการ
และสามารถศึกษาในรูปแบบของสถิติสะสม และการวิเคราะห์เชิงประจักษ์ได้
ระบบบันทึกผู้ชมด้วยมาตรวัด เป็นการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติด้วยเครื่องมือ
แทนการจดบันทึกประจำวัน โดยผู้วิจัยนำมาตรวัดไปติดที่กลุ่มตัวอย่างเครื่องรับโทรทัศน์
มาตรวัดจะทำงานเมื่อมีการเปิดเครื่องรับโทรทัศน์
โดยส่งรายงานทางสายโทรศัพทย์ป้อนเข้าศูนย์ฯ
เพื่อบันทึกข้อมูลจำวนเครื่องรับที่เปิดอยู่
โดยบันทึกรายงานการเปิดโทรทัศน์โดยไม่รบกวนการทำงานของเครื่อง
และมีรายละเอียดของคลื่นและเวลาที่เปิดนาทีต่อนาที
ผู้วิจัยสามารถสำรวจรายงานผู้ชมได้ทันทีว่ามีคนเปิดเครื่องรับรายการไหนเท่าไร
มาตรวัดระบบนี้ได้รับการแนะนำเข้าสู่วงการวิจัยในสหรัฐอเมริกา โดยบริษัท เอ.ซี.นิสเสน
( A
C Nielsen Company) โดยให้ชื่อมาตรวัดนี้ว่า “ออดิมิเตอร์” (Audimeter)
ระบบบันทึกผู้ชมด้วยมาตรวัดมีข้อจำกัดอยู่บ้างกล่าวคือไม่สามารถอ่านว่าเมื่อเปิดเครื่องรับแล้วผู้ชมจะนั่งชม
หรือ มีภารกิจอื่น เช่น
ช่วงดึกไม่มีรายการโทรทัศน์แล้วแต่ยังมีรายงานของมาตราวัดบันทึกต่อเนื่องถึงสว่าง
แต่ข้อจำกัดนี้เป็นความคลาดเคลื่อนไม่มากนัก
ระบบมาตรวัดประชากร เป็นเทคโนโลยีของเครื่องมือวิจัยฯ
ที่ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติผสมกับระบบบันทึกที่ส่งสัญญาณสัญญาณโทรศัพท์เข้าศูนย์รวบรวมข้อมูล
การทำงานแบ่งเป็น 2 ส่วน
ส่วนแรก
ตรวจจับสัญญาณช่องเริ่มทำงานช่วงโทรทัศน์มีการเปิดและหยุดเมื่อปิด
เหมือนกับระบบบันทึกความจำ แต่เป็นมาตรวัดบันทึกด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติ
ส่วนที่สอง
แผงรีโมทไร้สายเพื่อให้ผู้ชมในบ้านตัวอย่างกดรายงานตนเองว่าใครกำลังชม
ระบบมาตรวัดประชากรเป็นเทคโนโลยีระบบอังกฤษที่นำเข้ามาใช้ในการวิจัยแทนการวิจัยระบบบันทึกประจำวันในประเทศไทยเมื่อ
พ.ศ. 2528 โดย บริษัท เอ จี บี ดีมาร์ จำกัด แต่เป็นการวิจัยเฉพาะผู้ชมในเขตกรุงเทพฯ
และบริเวณใกล้เคียง สถานีที่มีโฆษณาได้ศึกษาระบบมาตรวัดประชากร
และเป็นสมาชิกรับรายงานการสำรวจครบทุกสถานีเพื่อนำมาศึกษา
เป็นเครื่องมือในการวางแผนและจัดตารางออกอากาศในช่วงนี้
เมื่อ พ.ส. 2539 บริษัท เอ.ซี.นิลเสน
จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทอเมริกันได้ซื้อกิจการและเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เอ ซี นีสเส็น
(ประเทศไทย) จำกัด และขยายขอบเขตสำรวจโดยเลือกพื้นที่ตัวอย่างเพื่อให้เป็นตัวแทนของผู้ชมทั้งประเทศในปี
พ.ศ. 2540
ปัจจุบันข้อจำกัดของระบบมาตรวัดประชากรในประเทศไทย
ยังไม่สามารถรายงานวันต่อวันทางสายโทรศัพท์ได้
เนื่องจากโทรศัพท์ในประเทศไทยยังไม่สามารถให้บริการประชาชนทุกกลุ่ม
รายงานสถิติผู้ชมของประเทศไทยได้รับหลังจากการออกอากาศ 5-12 วัน
ระบบมาตรวัดประชากรรายงานข้อมูลบริการให้กับบริษัทตัวแทนโฆษณาเพื่อประโยชน์ในการวางแผนสื่อโฆษณาส่วนหนึ่ง
และอีกส่วนหนึ่งเป็นรายงานข้อมูลบริการให้กับสถานีฯ
ของไทยซึ่งมีรายละเอียดมากกว่าบริษัทโฆษณาในส่วนที่เป็นรายงานผู้ชมนาทีต่อนาที (Minute by Minute) ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำรวจความแตกต่างของผู้ชมได้นาทีต่อนาที
ข้อมูลนี้สามารถเรียกศึกษาได้จากแผ่นบันทึกข้อมูลทุกกลุ่มอายุและรายได้ที่แบ่งไว้
รายงานส่วนนี้ไม่มีบริการบริษัทโฆษณา
เนื่องจากจะเป็นปัญหาในการแย่งซื้อลำดับโฆษณาในช่วงพักโฆษณา
รายงานส่วนอื่นที่ทางบริษัท เอ ซี นีลเส็น (ประเทศไทย) จำกัด ให้บริการประกอบด้วย
รายงานประจำสัปดาห์
การจัดอันดับรายการ
(programme
ranking) เป็นรายงานความพึงพอใจของผู้ชม 480 อันดับแรกของทุกสถานีฯ
หรือประมาณ 200 รายการ เนื่องจากการคิดอันดับที่นับจากการออกอากาศ 1 ครั้งถือเป็น
1 รายการ รายการเดียวออกอากาศ 7 รายการ รายการเดียวกันวันและเวลาเดียวกันแบ่งเป็น
2-3 ช่วง และติดอันดับหมดนับเป็น 2-3 อันดับ รายการกลุ่มนี้คือรายการ
ที่บริษัทโฆษณาให้ความสนใจซื้อโฆษณา
เฉลี่ยส่วนแบ่งผู้ชมรายการแต่ละช่อง (average
audiences channel share) เป็นรายงานเพื่อให้อ่านความเปลี่ยนแปลงในเชิงการแข่งขันจัดตารางออกอากาศของแต่ละสถานี
ผู้ชมสะสมต่อสัปดาห์ (cumulative
audiences) เป็นรายงานเพื่อให้อ่านความสนใจของผู้ชมว่ามีผู้ชมประจำมากน้อยเพียงไร
มีการชมรายการซ้ำหรือ ชมอย่างต่อเนื่องเป็นประจำมากน้อยเพียงไร
ผู้ชมแต่ละรายการของทุกสถานีฯ (programme
performance)
เป็นรายงานเพื่อให้อ่านความเคลื่อนไหวของผู้ชมแต่ละรายการของทุกสถานีฯ
ข้อมูลส่วนนี้เป็นประโยชน์ต่อการติดตามความเคลื่อนไหวของทุกรายการว่ามีรายการไหนมีผู้ชมมากหรือน้อยกว่าปกติ
และมีผู้ชมสูงขึ้นหรือน้อยลงเองหรือเป็นผลมาจากรายการคู่แข่ง
เมื่อความผิดปกติสามารถขอเทปบันทึกรายการของตนเองหรือคู่แข่งที่ทางสถานีฯ
บันทึกไว้เพื่อหาข้อพิสูจน์และการวิเคราะห์ต่อไป
รายงานรายสัปดาห์และสรุปเป็นรายเดือน
ผู้ชมของแต่ละสถานีฯ
(programme chronological listing) เป็นรายงานเพื่อให้อ่านความสัมพันธ์ระหว่างรายการต่อรายการของสถานีฯ
ว่ามีผลต่อความเชื่อมโยงสนับสนุนหรือขัดแย้งซึ่งกันและกัน
รายงานรายเดือน
แนวโน้มของโทรทัศน์ทั่วประเทศ (treads in
television whole kingdom)
เป็นรายงานความเคลื่อนไหวของสัดส่วนผู้ชมแต่ละเดือนตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาของ
ช่อง 3,5,7,9 และ 11
เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงความพึงพอใจและพฤติกรรมการชมของผู้ชมแต่ละสถานีฯ
ตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมา
รายงานอื่นๆ
สามารถเรียกข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางสายจากฐานข้อมูลของบริษัทฯ
และแผ่นข้อมูลของแต่ละสัปดาห์ที่ทางบริษัทฯ ส่งมาให้ซึ่งสามารถแยกย่อยผู้ชมกลุ่มต่างๆ
นอกเหนือจากรายงานได้ตามประเภทประชากร หรือความนิยมแต่ละภูมิภาค
ผลการวิจัยทั้ง 4 ระบบ
เป็นรายละเอียดข้อมูลที่แสดงให้เป็นถึงความเคลื่อนไหวของผู้ชมรายการวิทยุโทรทัศน์แต่ละวัน
แต่ละชั่วโมง ว่ากำลังนิยนและให้ความสนใจรายการอะไร เวลาไหน และสถานีอะไร
การนำสถิติผู้ชมรายการมาวิเคราะห์
จะทำให้สามารถประเมินสถานภาพและพิจารณาเปลี่ยนแปลงตารางเวลาได้
ส่วนการเปลี่ยนแปลงตารางเวลาที่มีผลต่อรายได้รายจ่ายสูง
และผู้ตัดสินใจไม่มั่นใจข้อมูลรายละเอียดที่มีอยู่
ซึ่งกรณีนี้มักเกิดขึ้นเสมอกับผู้จัดรายการที่ได้รับความนิยมน้อยในบ้านเราซึ่งไม่ยอมรับความจริง
การนี้สามารถทำการตรวจสอบผลการวิจัยได้โดย การนำระบบอื่นๆ
ของงานวิจัยผู้ชมเข้ามาช่วย เช่น
รายงานของมาตรวัดผู้ชมแจ้งว่าผู้ชมรายการหนึ่งลดลงร้อยละ 7 เหลือ 1
ก็อาจสอบทานได้โดยใช้ระบบทวนความจำสำหรับกลุ่มคุณภาพชีวิตปานกลางลงมา เป็นต้น
การรายงานข้อมูลประเมินสถานภาพรายการ
และพิจารณาจัดตารางวิทยุโทรทัศน์แยกรายงานได้หลายแบบ เช่น
รายงานสถิติ แนวโน้มของรายการที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นหรือลดลง
ซึ่งเป็นผลให้พิจารณาถึงการขยายเวลาเพิ่มขึ้นหรือตัดเวลาอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะรายการที่อยู่ในช่วงที่มีผู้ชมมาก
ความเคลื่อนไหวของรายการที่กำลังขึ้นหรือลงนี้อาจสะสมเพิ่มขึ้นหรือทอนลงอย่างรวดเร็วถึงร้อยละ
30 ต่อสัปดาห์ เช่น การเปลี่ยนแปลงรายการบันเทิง ภาพยนตร์หรือละคร
รายงานสัดส่วนผู้ชมแต่ละช่วงเวลาเดียวกัน
ของสถานีวิทยุโทรทัศน์ที่กำลังออกอากาศพร้อมกันว่ามีผู้ชมรายการไหนในช่วงนั้นมากหรือน้อยกว่ากัน
ซึ่งรายการที่บรรจุอยู่ในช่วงดังกล่าวอาจตรงหรือไม่ตรงเป้าของผู้ชมกลุ่มที่กำลังชม
เช่น รายการสำหรับเยาวชนอาจไม่ได้รับความสนใจในช่วงเวลาหนึ่ง
แต่ได้รับความสนใจมากทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่ในอีกช่วงเวลาหนึ่ง
ซึ่งเยาวชนเป็นผู้มีอิทธิพลต่อการเปิดเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ในช่วงเวลานั้น
รายงานอิทธิพลของรายการในช่วงเวลาใกล้เคียงสือเนื่องกัน
ทั้งรายการข้างเคียงในวันเดียวกันและรายการในเวลาเดียวกันคนละวัน
ซึ่งเป็นผลให้ปรับปรุงเวลาข้างเคียงให้สัมพันธ์และเสริมฐานผู้ชมให้รายการที่ได้รับความนิยมมีผู้ชมสูงขึ้น
และมีผลต่อเนื่องไปยังรายการข้างเคียง
รายงานลักษณะการชมของผู้ชมแต่ละกลุ่ม โดยแยกเป็นเพศ
อายุ อาชีพ และคุณภาพชีวิต ทั้งนี้เพื่อให้รายการลักษณะต่างๆ
จัดไว้ในช่วงที่มีกลุ่มผู้ชมรายการนั้นสูงสุด เช่น รายการความรู้สำหรับพ่อบ้าน
หากจัดไว้ในช่วงที่สมาชิกทุกคนในบ้านชม พ่อบ้านก็อาจไม่ได้ชม เพราะอิทธิพลของสมาชิกในครอบครัวเว้นเสียแต่พ่อบ้านจะมีโทรทัศน์อีกเครื่องเปิดชมได้แต่ถ้าจัดไว้ในช่วงที่สมาชิกอื่นไม่มีอิทธิพล
พ่อบ้านก็สามารถเปิดชมได้
ส่วนหนึ่งของบทความเรื่อง
การใช้ข้อมูลวิจัยจัดตารางออกอากาศ Niphon Communication Study เพื่อการศึกษา ค้นคว้า และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ทางด้านสื่อสารมวลชน
ผู้สนใจสามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่
http:/www.blogger.com/profile/18363744462983120529
เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังก้าวเข้าสู่แวดวงโทรทัศน์ดาวเทียมที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น