วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

การวิจัยผู้ชมเพื่อจัดตารางออกอากาศ..เขียนเมื่อ ต.ค.54


การวิจัยผู้ชมเพื่อจัดตารางออกอากาศ
การจัดตารางออกอากาศให้เป็นไปตามต้องการของผู้ชม ส่วนใหญ่อาศัยข้อมูลการวิจัยผู้ชมช่วยตัดสินใจให้การจัดตารางออกอากาศเป็นตารางที่มีผู้ชมสูงสุด โดยเฉพาะประเทศที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีจะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านการวิจัยเข้ามาใช้ เพื่อให้เวลาทุกนาทีที่แพร่ภาพออกอากาศตรงตามความปรารถนาของผู้ชมกลุ่มใหญ่ที่สุดในแต่ละช่วงเวลา
การวิจัยผู้ชมวิทยุโทรทัศน์เป็นงานที่ต้องสรุปผลการวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว เพราะพฤติกรรมของผู้ชมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีการแข่งขันสูง และรายการต่างๆ เป็นรายการที่แพร่ภาพแล้วผ่านเลย ไม่ได้นำมาแพร่ภาพซ้ำ ผู้ชมไม่สามารถย้อนชมเหมือนการอ่านหนังสือ เว้นแต่จะอัดเทปไว้เฉพาะรายการสำคัญ โดยเฉพาะผู้ชมไทยมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมความนิยมอย่างรวดเร็วตามความรู้สึกที่สัมผัสได้ทั้งตาและหู แต่งานวิจัยโทรทัศน์เป็นเครื่องมือการจัดรายการที่จำเป็นเพราะเป็นสื่อที่มีผลตอบแทนทั้งในเชิงรายรับและรายจ่ายสูงกว่าสื่ออื่นๆ ตลอดจนสถานีวิทยุโทรทัศน์ในแต่ละประเทศมีจำนวนจำกัด
( รูปดร.นิพนธ์ )
            การวิจัยผู้ชมวิทยุโทรทัศน์ คือ รายงานข้อมูลรายละเอียดของการสำรวจจำนวนผู้ชมแต่ละ วัน เวลา สถานี และรายการ ที่สามารถนำมาเป็นแนวทางในการตัดสินในพัฒนาการจัดตารางออกอากาศ การลงทุนผลิตรายการและวางแผนโฆษณา ซึ่งข้อมูลรายละเอียดได้มาจากการสำรวจหลายวิธีการ แต่ละวิธีการใช้หลักสถิติเข้าไปเกี่ยวด้วย ด้วยเหตุนี้ การเลือกตัวอย่างจากผู้ชมจึงมีความสำคัญพอกับการออกแบบสอบถามให้ผู้ชมเข้าใจ เช่น ถามว่า คุณเคยชมรายการนี้ไหมคุณอาจได้คำตอบว่า ชมจากร้อยละ 50 ถึงร้อยละ 95 แต่ถ้าถามว่า เมื่อคืนคุณชมรายการนี้หรือเปล่าคุณอาจได้คำตอบว่า ชมไม่ถึงร้อยละ 35 เป็นต้น
            วิธีวิจัยผู้ชมวิทยุโทรทัศน์ที่ใช้กันมากในปัจจุบัน มี 5 ระบบ ด้วยกัน คือ
          ระบบโทรศัพท์ตอบรับ (the telephone coincidental method)
            ระบบทวนความจำ (Poster recall method)
            ระบบบันทึกประจำวัน (diary method)
            ระบบบันทึกด้วยเครื่องมือ (mechanical meter method)
            ระบบมาตรวัดประชากร (people meter method) เป็นการใช้เครื่องตรวจวัดอัตโนมัติ
            ระบบโทรศัพท์ตอบรับ เป็นระบบที่สุ่มตัวอย่างจากผู้ใช้โทรศัพท์โดยโทรศัพท์ไปสอบถามว่ากำลังชมรายการอะไร ช่องไหน ซึ่งเป็นระบบที่ได้ผลรวดเร็วเหมาะสำหรับข้อมูลการเปลี่ยนแปลงรายการใหม่ เพราะจะทราบได้ทันทีเมื่อรายการจบว่ามีผู้ชมมากน้อยกว่ารายการของสถานีอื่นเพียงได้ แต่ประเมินเป็นจำนวนผู้ชมไม่ได้ ซึ่งรวดเร็ว ประหยัด และเป็นที่นิยมมากในบางประเทศ
            การสอบถามจำกัดจำนวนผู้ตอบและคำตอบ เพราะคำตอบที่ดีอยู่ระหว่างเวลาที่กำลังดำเนินรายการ และหลังจากดำเนินรายการไม่ควรเกิน 4 ชม. เพราะถ้าปล่อยให้เวลานานกว่านั้นจะเป็นผลให้มีอิทธิพลอื่นๆ บิดเบือนคำตอบ การสอบถามด้วยระบบโทรศัพท์ตอบรับสามารถวางหลังเกณฑ์เลือกตัวอย่างได้โดยดูรายละเอียดจากสมุดโทรศัพท์ และแบ่งเป็นเขตการรับชมโดยเลขหมาย 3 ตัวแรกของเบอร์โทรศัพท์ตัวอย่างเช่น เขต 245 ตัวอย่างอักษรนำหน้าชื่อ รวม 3 คน เป็นต้น
            ระบบทวนความจำ เป็นจากสัมภาษณ์ทั่วไปจากรายการที่แพร่ภาพออกอากาศไปแล้ว โดยให้ผู้ตอบรายงานความจำที่ผ่านมาว่า จำรายการสถานี วัน เวลา ที่ออกอากาศได้หรือไม่ คำตอบที่ได้รับขึ้นอยู่กับความทรงจำของผู้ตอบ ซึ่งวิธีนี้ต้องออกแบบสำรวจที่เด่นชัด ระบุชี่อรายการ เวลา และสถานีที่ออกไว้พร้อม โดยมีรายละเอียดทุกๆ 15 นาที เพื่อที่จะได้บันทึกคำตอบได้สะดวก ถูกต้อง และรวดเร็วยิ่งขึ้น ข้อมูล รายละเอียดจากคำตอบเป็นแนวทางในการเปรียบเทียบความนิยมของรายการที่ออกอากาศในเวลาใกล้เคียงกันได้ และสามารถพิจารณาถึงความนิยม และประเมินสถานภาพในอนาคตได้อีกส่วนหนึ่งด้วยระบบทบทวนความจำได้นำมาใช้เป็นเครื่องมือการวางแผนซื้อสื่อโฆษณาในยุคก่อน พ.ศ. 2523 โดยจัดการสำรวจเป็นราย 3 เดือน แต่ระบบทวนความจำนี้มีข้อจำกัดมากที่สุด กล่าวคือ
            (1) รายการที่ได้รับความนิยมสูงมีอิทธิพลต่อการบิดเบนคำตอบจากความทรงจำได้มากกว่า
            (2) สถิติข้อมูลที่ได้มีผลต่อการวิเคราะห์ หรือวัดความต่อเนื่องได้น้อย ในการประเมินผู้ชม
            (3) ค่าใช้จ่ายในการสัมภาษณ์ค่อนข้างสูง
            การเลือกตัวอย่างตามระบบทวนความจำนี้ สามารถแบ่งเขตการสำรวจกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้กว้าง แยกได้ตาม อายุ อาชีพ เพศ ระดับคุณภาพชีวิต
            ระบบบันทึกประจำวัน เป็นระบบที่นำแบบบันทึกตารางเวลาไปขอให้บ้านตัวอย่างแต่ละบ้านทำหน้าที่เป็นสมาชิกอาสาบันทึกการชมวิทยุโทรทัศน์ทุกๆ 15 นาที โดยมีรางวัลตอบแทนเป็นน้ำใจ รูปแบบบันทึกตารางเวลาต้องออกแบบให้สะดวกในการกรอกและเข้าใจบันทึกได้ง่ายเพื่อบันทึกผลการชมได้ตลอดเวลาสัปดาห์ต่อสัปดาห์เพื่อไม่ให้ผู้จดบันทึกสับสน และเพื่อความสมบูรณ์ของสถิติ และนำสถิติมารวบรวมโดยใช้ข้อมูลเฉลี่ยถึง 4 สัปดาห์ ในการเก็บบันทึกตารางเวลาอาจซักถามข้อความเพิ่มเติมเพื่อข้อมูลอันเป็นประโยชน์ด้านอื่นได้อีกด้วย เช่น แนวโน้มของรายการที่ได้รับความนิยมในการฟังวิทยุ อ่านหนังสือพิมพ์ หรือความพึงพอใจต่อโฆษณาและการใช้สินค้าตามโฆษณา
            บริษัทโฆษณาเครือต่างประเทศได้ใช้ระบบบันทึกประจำวันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2523 เป็นเครื่องมือในการวางแผนซื้อสื่อโฆษณา โดยร่วมกันจ้างบริษัทวิจัยเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนสถานีโทรทัศน์ขณะนั้นมีการนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดตารางออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์น้อยมาก การศึกษาบันทึกประจำวันเริ่มจากงานด้านการตลาดของสถานีโทรทัศน์ก่อนเนื่องจากรายงานการวิจัยบันทึกประจำวันมีอิทธิพลต่อรายได้-รายจ่ายของแต่ละสถานีสูง
            ระบบบันทึกประจำวันนี้มีข้อจำกัดอยู่ที่ตัวอย่างสำรวจ ว่าจะบันทึกได้ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสนใจของสมาชิกในบ้าน โดยเฉพาะสมาชิกกับความสนใจของสมาชิกในบ้าน โดยเฉพาะสมาชิกของบ้านตัวอย่างที่มีคุณภาพชีวิตสูง และการบันทึกระยะเวลาที่มีการเปลี่ยนคลื่นสถานีหนึ่งไปยังอีกสถานีหนึ่ง และมีข้อดีที่เลือกศึกษาโดยแบ่งเป็นเขต เพศ อายุ อาชีพ และคุณภาพชีวิตตามต้องการ และสามารถศึกษาในรูปแบบของสถิติสะสม และการวิเคราะห์เชิงประจักษ์ได้
            ระบบบันทึกผู้ชมด้วยมาตรวัด เป็นการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติด้วยเครื่องมือ แทนการจดบันทึกประจำวัน โดยผู้วิจัยนำมาตรวัดไปติดที่กลุ่มตัวอย่างเครื่องรับโทรทัศน์ มาตรวัดจะทำงานเมื่อมีการเปิดเครื่องรับโทรทัศน์ โดยส่งรายงานทางสายโทรศัพทย์ป้อนเข้าศูนย์ฯ เพื่อบันทึกข้อมูลจำวนเครื่องรับที่เปิดอยู่ โดยบันทึกรายงานการเปิดโทรทัศน์โดยไม่รบกวนการทำงานของเครื่อง และมีรายละเอียดของคลื่นและเวลาที่เปิดนาทีต่อนาที ผู้วิจัยสามารถสำรวจรายงานผู้ชมได้ทันทีว่ามีคนเปิดเครื่องรับรายการไหนเท่าไร มาตรวัดระบบนี้ได้รับการแนะนำเข้าสู่วงการวิจัยในสหรัฐอเมริกา โดยบริษัท เอ.ซี.นิสเสน ( A C Nielsen Company) โดยให้ชื่อมาตรวัดนี้ว่า ออดิมิเตอร์(Audimeter)
            ระบบบันทึกผู้ชมด้วยมาตรวัดมีข้อจำกัดอยู่บ้างกล่าวคือไม่สามารถอ่านว่าเมื่อเปิดเครื่องรับแล้วผู้ชมจะนั่งชม หรือ มีภารกิจอื่น เช่น ช่วงดึกไม่มีรายการโทรทัศน์แล้วแต่ยังมีรายงานของมาตราวัดบันทึกต่อเนื่องถึงสว่าง แต่ข้อจำกัดนี้เป็นความคลาดเคลื่อนไม่มากนัก
            ระบบมาตรวัดประชากร เป็นเทคโนโลยีของเครื่องมือวิจัยฯ ที่ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติผสมกับระบบบันทึกที่ส่งสัญญาณสัญญาณโทรศัพท์เข้าศูนย์รวบรวมข้อมูล การทำงานแบ่งเป็น 2 ส่วน
            ส่วนแรก ตรวจจับสัญญาณช่องเริ่มทำงานช่วงโทรทัศน์มีการเปิดและหยุดเมื่อปิด เหมือนกับระบบบันทึกความจำ แต่เป็นมาตรวัดบันทึกด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติ
            ส่วนที่สอง แผงรีโมทไร้สายเพื่อให้ผู้ชมในบ้านตัวอย่างกดรายงานตนเองว่าใครกำลังชม
            ระบบมาตรวัดประชากรเป็นเทคโนโลยีระบบอังกฤษที่นำเข้ามาใช้ในการวิจัยแทนการวิจัยระบบบันทึกประจำวันในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2528 โดย บริษัท เอ จี บี ดีมาร์ จำกัด แต่เป็นการวิจัยเฉพาะผู้ชมในเขตกรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียง สถานีที่มีโฆษณาได้ศึกษาระบบมาตรวัดประชากร และเป็นสมาชิกรับรายงานการสำรวจครบทุกสถานีเพื่อนำมาศึกษา เป็นเครื่องมือในการวางแผนและจัดตารางออกอากาศในช่วงนี้
            เมื่อ พ.ส. 2539 บริษัท เอ.ซี.นิลเสน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทอเมริกันได้ซื้อกิจการและเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เอ ซี นีสเส็น (ประเทศไทย) จำกัด และขยายขอบเขตสำรวจโดยเลือกพื้นที่ตัวอย่างเพื่อให้เป็นตัวแทนของผู้ชมทั้งประเทศในปี พ.ศ. 2540
            ปัจจุบันข้อจำกัดของระบบมาตรวัดประชากรในประเทศไทย ยังไม่สามารถรายงานวันต่อวันทางสายโทรศัพท์ได้ เนื่องจากโทรศัพท์ในประเทศไทยยังไม่สามารถให้บริการประชาชนทุกกลุ่ม รายงานสถิติผู้ชมของประเทศไทยได้รับหลังจากการออกอากาศ 5-12 วัน
            ระบบมาตรวัดประชากรรายงานข้อมูลบริการให้กับบริษัทตัวแทนโฆษณาเพื่อประโยชน์ในการวางแผนสื่อโฆษณาส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งเป็นรายงานข้อมูลบริการให้กับสถานีฯ ของไทยซึ่งมีรายละเอียดมากกว่าบริษัทโฆษณาในส่วนที่เป็นรายงานผู้ชมนาทีต่อนาที (Minute by Minute) ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำรวจความแตกต่างของผู้ชมได้นาทีต่อนาที
            ข้อมูลนี้สามารถเรียกศึกษาได้จากแผ่นบันทึกข้อมูลทุกกลุ่มอายุและรายได้ที่แบ่งไว้ รายงานส่วนนี้ไม่มีบริการบริษัทโฆษณา เนื่องจากจะเป็นปัญหาในการแย่งซื้อลำดับโฆษณาในช่วงพักโฆษณา รายงานส่วนอื่นที่ทางบริษัท เอ ซี นีลเส็น (ประเทศไทย) จำกัด ให้บริการประกอบด้วย
            รายงานประจำสัปดาห์
          การจัดอันดับรายการ (programme ranking) เป็นรายงานความพึงพอใจของผู้ชม 480 อันดับแรกของทุกสถานีฯ หรือประมาณ 200 รายการ เนื่องจากการคิดอันดับที่นับจากการออกอากาศ 1 ครั้งถือเป็น 1 รายการ รายการเดียวออกอากาศ 7 รายการ รายการเดียวกันวันและเวลาเดียวกันแบ่งเป็น 2-3 ช่วง และติดอันดับหมดนับเป็น 2-3 อันดับ รายการกลุ่มนี้คือรายการ ที่บริษัทโฆษณาให้ความสนใจซื้อโฆษณา
            เฉลี่ยส่วนแบ่งผู้ชมรายการแต่ละช่อง (average audiences channel share) เป็นรายงานเพื่อให้อ่านความเปลี่ยนแปลงในเชิงการแข่งขันจัดตารางออกอากาศของแต่ละสถานี
            ผู้ชมสะสมต่อสัปดาห์ (cumulative audiences) เป็นรายงานเพื่อให้อ่านความสนใจของผู้ชมว่ามีผู้ชมประจำมากน้อยเพียงไร มีการชมรายการซ้ำหรือ ชมอย่างต่อเนื่องเป็นประจำมากน้อยเพียงไร
            ผู้ชมแต่ละรายการของทุกสถานีฯ (programme performance) เป็นรายงานเพื่อให้อ่านความเคลื่อนไหวของผู้ชมแต่ละรายการของทุกสถานีฯ ข้อมูลส่วนนี้เป็นประโยชน์ต่อการติดตามความเคลื่อนไหวของทุกรายการว่ามีรายการไหนมีผู้ชมมากหรือน้อยกว่าปกติ และมีผู้ชมสูงขึ้นหรือน้อยลงเองหรือเป็นผลมาจากรายการคู่แข่ง เมื่อความผิดปกติสามารถขอเทปบันทึกรายการของตนเองหรือคู่แข่งที่ทางสถานีฯ บันทึกไว้เพื่อหาข้อพิสูจน์และการวิเคราะห์ต่อไป
            รายงานรายสัปดาห์และสรุปเป็นรายเดือน
          ผู้ชมของแต่ละสถานีฯ (programme chronological listing) เป็นรายงานเพื่อให้อ่านความสัมพันธ์ระหว่างรายการต่อรายการของสถานีฯ ว่ามีผลต่อความเชื่อมโยงสนับสนุนหรือขัดแย้งซึ่งกันและกัน
          รายงานรายเดือน
            แนวโน้มของโทรทัศน์ทั่วประเทศ (treads in television whole kingdom) เป็นรายงานความเคลื่อนไหวของสัดส่วนผู้ชมแต่ละเดือนตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาของ ช่อง 3,5,7,9 และ 11 เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงความพึงพอใจและพฤติกรรมการชมของผู้ชมแต่ละสถานีฯ ตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมา
            รายงานอื่นๆ สามารถเรียกข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางสายจากฐานข้อมูลของบริษัทฯ และแผ่นข้อมูลของแต่ละสัปดาห์ที่ทางบริษัทฯ ส่งมาให้ซึ่งสามารถแยกย่อยผู้ชมกลุ่มต่างๆ นอกเหนือจากรายงานได้ตามประเภทประชากร หรือความนิยมแต่ละภูมิภาค
            ผลการวิจัยทั้ง 4 ระบบ เป็นรายละเอียดข้อมูลที่แสดงให้เป็นถึงความเคลื่อนไหวของผู้ชมรายการวิทยุโทรทัศน์แต่ละวัน แต่ละชั่วโมง ว่ากำลังนิยนและให้ความสนใจรายการอะไร เวลาไหน และสถานีอะไร การนำสถิติผู้ชมรายการมาวิเคราะห์ จะทำให้สามารถประเมินสถานภาพและพิจารณาเปลี่ยนแปลงตารางเวลาได้
            ส่วนการเปลี่ยนแปลงตารางเวลาที่มีผลต่อรายได้รายจ่ายสูง และผู้ตัดสินใจไม่มั่นใจข้อมูลรายละเอียดที่มีอยู่ ซึ่งกรณีนี้มักเกิดขึ้นเสมอกับผู้จัดรายการที่ได้รับความนิยมน้อยในบ้านเราซึ่งไม่ยอมรับความจริง การนี้สามารถทำการตรวจสอบผลการวิจัยได้โดย การนำระบบอื่นๆ ของงานวิจัยผู้ชมเข้ามาช่วย เช่น รายงานของมาตรวัดผู้ชมแจ้งว่าผู้ชมรายการหนึ่งลดลงร้อยละ 7 เหลือ 1 ก็อาจสอบทานได้โดยใช้ระบบทวนความจำสำหรับกลุ่มคุณภาพชีวิตปานกลางลงมา เป็นต้น การรายงานข้อมูลประเมินสถานภาพรายการ และพิจารณาจัดตารางวิทยุโทรทัศน์แยกรายงานได้หลายแบบ เช่น
            รายงานสถิติ แนวโน้มของรายการที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นหรือลดลง ซึ่งเป็นผลให้พิจารณาถึงการขยายเวลาเพิ่มขึ้นหรือตัดเวลาอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะรายการที่อยู่ในช่วงที่มีผู้ชมมาก ความเคลื่อนไหวของรายการที่กำลังขึ้นหรือลงนี้อาจสะสมเพิ่มขึ้นหรือทอนลงอย่างรวดเร็วถึงร้อยละ 30 ต่อสัปดาห์ เช่น การเปลี่ยนแปลงรายการบันเทิง ภาพยนตร์หรือละคร
            รายงานสัดส่วนผู้ชมแต่ละช่วงเวลาเดียวกัน ของสถานีวิทยุโทรทัศน์ที่กำลังออกอากาศพร้อมกันว่ามีผู้ชมรายการไหนในช่วงนั้นมากหรือน้อยกว่ากัน ซึ่งรายการที่บรรจุอยู่ในช่วงดังกล่าวอาจตรงหรือไม่ตรงเป้าของผู้ชมกลุ่มที่กำลังชม เช่น รายการสำหรับเยาวชนอาจไม่ได้รับความสนใจในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ได้รับความสนใจมากทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่ในอีกช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งเยาวชนเป็นผู้มีอิทธิพลต่อการเปิดเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ในช่วงเวลานั้น
            รายงานอิทธิพลของรายการในช่วงเวลาใกล้เคียงสือเนื่องกัน ทั้งรายการข้างเคียงในวันเดียวกันและรายการในเวลาเดียวกันคนละวัน ซึ่งเป็นผลให้ปรับปรุงเวลาข้างเคียงให้สัมพันธ์และเสริมฐานผู้ชมให้รายการที่ได้รับความนิยมมีผู้ชมสูงขึ้น และมีผลต่อเนื่องไปยังรายการข้างเคียง
          รายงานลักษณะการชมของผู้ชมแต่ละกลุ่ม โดยแยกเป็นเพศ อายุ อาชีพ และคุณภาพชีวิต ทั้งนี้เพื่อให้รายการลักษณะต่างๆ จัดไว้ในช่วงที่มีกลุ่มผู้ชมรายการนั้นสูงสุด เช่น รายการความรู้สำหรับพ่อบ้าน หากจัดไว้ในช่วงที่สมาชิกทุกคนในบ้านชม พ่อบ้านก็อาจไม่ได้ชม เพราะอิทธิพลของสมาชิกในครอบครัวเว้นเสียแต่พ่อบ้านจะมีโทรทัศน์อีกเครื่องเปิดชมได้แต่ถ้าจัดไว้ในช่วงที่สมาชิกอื่นไม่มีอิทธิพล พ่อบ้านก็สามารถเปิดชมได้
            ส่วนหนึ่งของบทความเรื่อง การใช้ข้อมูลวิจัยจัดตารางออกอากาศ Niphon Communication Study เพื่อการศึกษา ค้นคว้า และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ทางด้านสื่อสารมวลชน
ผู้สนใจสามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่ http:/www.blogger.com/profile/18363744462983120529 เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังก้าวเข้าสู่แวดวงโทรทัศน์ดาวเทียมที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น