กสทช.
กับพฤติกรรมผู้ฟังวิทยุและผู้ชมโทรทัศน์
นิพนธ์ นาคสมภพ
เวลาขวบกว่าปีที่ผ่านมา นวัตกรรมการสื่อสารด้านวิทยุและโทรทัศน์ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและหลากหลายมาก แต่ไม่มีหน่วยงานใดยืนยันได้ว่าวันนี้คนไทยรับข่าวสารกันอย่างไร
จึงเป็นคำถามว่า “แล้วเราจะพัฒนาประชากรให้มีความแข็งแรงในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ได้อย่างไร
ความแข็งแรงนี้ หมายถึง
ประชาชนทั้งชาติต้องเข้าใจการมีส่วนร่วมและมีโอกาสพัฒนาพฤติกรรมให้ตนเองมีส่วนร่วมตามสิทธิ
เสรีภาพ และความเสมอภาค
หมายถึงส่วนร่วมและโอกาสของประชาชนในชาติเริ่มต้นที่การสื่อสาร
เมื่องานวิจัยด้านการสื่อไม่มี การวางแผนสื่อก็เหมือน “ตาบอดคลำช้าง” ในพระบาลีสุตตันตปิฎก
“ตาบอดคลำช้าง” หมายถึงแต่ละคนก็จะรู้เรื่องของตนเอง เป็นความรู้คนละด้าน เป็นเรื่องที่รู้เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของเรื่อง
เมื่อนำความรู้มาสนทนาก็จะเป็นเรื่องไม่พอใจและขยายวงเป็นการทะเลาะวิวาท เพราะต่างคนก็ต่างยืนยันว่าสิ่งที่ตนเองรู้เห็นเท่านั้นเป็นจริงที่สุด
ส่วนของคนอื่นนั้นไม่ใช่เรื่องถูกต้อง
แล้วถ้าผู้มีอำนาจควบคุมกำกับและดูแลการสื่อสารรู้ไม่หมดว่าจะวางแผนการสื่อสารอย่างไรให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้านการสื่อสารมาก
แล้วประชาชนจะมีส่วนร่วมในการรับและส่งสารจะได้อะไร
ตุลาคม 2555 เป็นหนึ่งปีนับแต่ในหลวงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งคณะกรรมการทั้งหมด 11 ท่าน ให้ทำหน้าที่กิจการวิทยุกระจายเสียง
วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)
ระยะหนึ่งปีที่ผ่านมา กสทช.
ยังไม่ได้เห็นข้อมูลผู้ฟังวิทยุและผู้ชมโทรทัศน์จริงๆ ว่ามีพฤติกรรมอย่างไร
มีแต่การประมาณการจากข้อมูลดั้งเดิมและคำบอกเล่าที่ผ่านการคาดหมาย ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการผิดพลาดในการตัดสินใจต่างๆ
รวมไปถึงการตัดสินคดีความเกี่ยวกับวิทยุและโทรทัศน์ด้วย
ที่ผ่านมาสำนักงานสถิติแห่งชาติ เคยสำรวจโครงสร้างผู้รับสารวิทยุ
โทรทัศน์ และอินเตอร์เน็ท ด้วยระบบสอบถามที่ควรจะเป็นงานวิจัยเชิงปริมาณที่สุ่มตัวอย่างสำรวจทุกหมู่บ้านเป็นรายปี
แต่พบว่ารายงานการสำรวจสำนักงานสถิติฯ ครั้งสุดท้ายจัดทำขึ้นเมื่อ
2551
ต่อจากนั้นสำนักงานสถิติฯ
สำรวจโครงสร้างผู้รับสารอิเล็คทรอนิกส์ไปพร้อมๆ กับการสำรวจอื่นๆ แต่ถึงวันนี้ (2555)
มีเพียงรายงานด้านคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์
ยังไม่เห็นรายงานการสำรวจด้านวิทยุและโทรทัศน์
บริษัท
เอจีบี เนลสัน มีเดีย รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด
เป็นบริษัทข้ามชาติที่บริษัทตัวแทนโฆษณาระดับนานาประเทศเชื่อถือจัดทำการสำรวจทั้งวิทยุและโทรทัศน์
โดยพัฒนาโครงสร้างการสำรวจผู้ชมจากสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติ
และปรับปรุงโครงสร้างครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนสิงหาคม 2553
เนลสันฯ ทำการสำรวจเฉพาะผู้ฟังวิทยุเอฟเอ็มกระแสหลัก
ด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างจำนวนน้อย ด้วยวิธีการสอบถามแต่ละเดือนและนำคำตอบมารวมกับเดือนก่อนหน้าอีก
11 เดือน เพื่อหาคำตอบจำนวนผู้ฟัง
ปัจจุบันบริษัทโฆษณาระดับนานาชาติใช้ข้อมูลการสำรวจผู้ชมอ่านพฤติกรรมการเปิดโทรทัศน์ระบบอนาล๊อคที่รับชมผ่านทางเสาอากาศ
6 ช่อง
ประกอบการวางแผนสั่งซื้อโฆษณาเพราะเป็นรายงานที่เชื่อถือได้จากมาตรวัดผู้ชมอัตโนมัติ
(People
Rating) 1,300 เครื่อง
ที่เนลสัน ส่งออกไปติดตามบ้านผู้ชม
ส่วนงานสำรวจผู้ชมโทรทัศน์ที่รับชมผ่านทางจาน(ดาวเทียม)และสาย(เคเบิล) ทั้งประเภทเรียกเก็บเงินและไม่เก็บเงินรายเดือนกว่า
300 ช่อง
เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถนำไปวางแผนอะไรได้มากนัก
เพราะเนลสันใช้มาตรวัดผู้ชมอัตโนมัติจำนวนที่จำกัดเพียง 600 เครื่อง
และจะเพิ่มมาตรวัดมากกว่านี้ได้ก็ต่อเมื่อมีรายได้มากพอ
ประกอบกับพฤติกรรมการชมโทรทัศน์ผ่านเสาอากาศกับผ่านจานและสายต่างกัน เนื่องจากโทรทัศน์ผ่านเสาอากาศ 6 ช่อง จัดรายการสำหรับ “มวลชน” ซึ่งผู้ชมใช้รีโมทปรับเปลี่ยนช่องไปมาเฉลี่ยวันละ 50-60 ครั้ง
ส่วนโทรทัศน์ผ่านจานและสายจัดรายการสำหรับ
“ผู้ชมเฉพาะกลุ่ม” ซึ่งผู้ชมมีรีโมทก็จริง แต่ไม่ค่อยได้เปลี่ยนช่อง
หรือเปลี่ยนก็จะเปลี่ยนเป็นรายการประเภทเดียวกัน เช่น
กลุ่มผู้ชมที่ชมข่าวก็เปลี่ยนช่องไปชมช่องข่าว
จนกว่าลูกจะมานั่งชมด้วยก็จะเปลี่ยนไปเป็นรายการบันเทิงอื่นๆ หรือการ์ตูน
บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด
เป็นบริษัทจัดระบบช่องทางการรับชมและจำหน่ายจานรับสัญญาณดาวเทียม ใช้ระบบฝังชิพอ่านสัญญาณติดตั้งไปกับกล่องจัดช่องทางการรับชม
และส่งรหัสตรงให้เจ้าของช่องและบริษัทโฆษณา
สำรวจข้อมูลผู้ชมได้ทางคอมพิวเตอร์และไอแพด แต่เป็นจำนวนผู้ชมโทรทัศน์ที่พีเอสไอ
บริการเท่านั้น
จากโครงสร้างการรับสารอิเล็คทรอนิกส์ของประชาชนในประเทศไทยที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
จำเป็นต้องมีผลรายงานโครงสร้างการรับและส่งสารให้ทันกับนวัตกรรมเทคโนโลยีของแต่ละปี แต่ปรากฏว่าไม่เห็นรายงานโครงสร้างวิทยุและโทรทัศน์มา
4 ปีแล้ว
ต่างจากพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์
คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ท ซึ่งมีข้อมูลการสำรวจจนถึงปี 2554
ดูผิวเผินก็จะเห็นว่าเป็นผลประโยชน์เฉพาะกิจการวิทยุและโทรทัศน์ประเภทธุรกิจ ที่ใช้เพื่อการวางแผนโฆษณา
แต่ถ้าพิจารณาให้รอบด้านจะเห็นว่าเป็นประโยชน์ทั้งฝ่ายผู้ประกอบการโดยตรง อุตสาหกรรมต่อเนื่อง และน่าจะเป็นข้อมูลที่มีค่าสำหรับองค์กรที่มีหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่
กำกับ ดูแล และควบคุมการสื่อสารโดยตรงอย่าง กสทช.
เชื่อว่าการกำหนดแผนแม่บทและการกำหนดระเบียบปฎิบัติจะมีความชัดเจนมากกว่านี้
ถ้ามีข้อมูลพฤติกรรมการรับฟังวิทยุและรับชมโทรทัศน์ทีทันกับการเปลี่ยนแปลง ไม่คลุมเครือเหมือนตัวเลขการคาดการณ์หยาบที่ไม่เสถียรดังเช่นทุกวันนี้
หาก กสทช. วางแผนการทำการสำรวจโครงสร้างและพฤติกรรมของผู้รับสาร อย่างน้อยปีละครั้งและประกาศให้ทราบทุก ๆ
ปีไป โดยเริ่มต้นวันนี้และกำหนดเสร็จให้ทันวันครบรอบกำเนิด
2 ปี กสทช. วงการวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคมก็คงจะได้เห็นรายงานที่ กสทช.
รับผิดชอบฉบับแรก
เป็นของขวัญในเดือนตุลาคม 2556
กิจการวิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคม
จะได้มีข้อมูลหลักในการตัดสินใจทั้งด้านการวางแผน การดำเนินการ
ได้รอบคอมมากกว่าตาบอดคลำช้าง เพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้มีส่วนร่วมและมีโอการับและส่งสารโดยสะดวก
เสรี และเป็นธรรม
ประเทศไทยจะได้มีประชาชนที่แข็งแรงในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น