วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

กสทช. กับพฤติกรรมผู้ฟังวิทยุและผู้ชมโทรทัศน์..เขียนเมื่อ ต.ค.55


กสทช. กับพฤติกรรมผู้ฟังวิทยุและผู้ชมโทรทัศน์
นิพนธ์  นาคสมภพ

เวลาขวบกว่าปีที่ผ่านมา นวัตกรรมการสื่อสารด้านวิทยุและโทรทัศน์ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและหลากหลายมาก  แต่ไม่มีหน่วยงานใดยืนยันได้ว่าวันนี้คนไทยรับข่าวสารกันอย่างไร 
จึงเป็นคำถามว่า  แล้วเราจะพัฒนาประชากรให้มีความแข็งแรงในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  ได้อย่างไร
ความแข็งแรงนี้  หมายถึง  ประชาชนทั้งชาติต้องเข้าใจการมีส่วนร่วมและมีโอกาสพัฒนาพฤติกรรมให้ตนเองมีส่วนร่วมตามสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค  
หมายถึงส่วนร่วมและโอกาสของประชาชนในชาติเริ่มต้นที่การสื่อสาร
เมื่องานวิจัยด้านการสื่อไม่มี  การวางแผนสื่อก็เหมือน ตาบอดคลำช้าง ในพระบาลีสุตตันตปิฎก  
ตาบอดคลำช้าง  หมายถึงแต่ละคนก็จะรู้เรื่องของตนเอง  เป็นความรู้คนละด้าน  เป็นเรื่องที่รู้เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของเรื่อง เมื่อนำความรู้มาสนทนาก็จะเป็นเรื่องไม่พอใจและขยายวงเป็นการทะเลาะวิวาท เพราะต่างคนก็ต่างยืนยันว่าสิ่งที่ตนเองรู้เห็นเท่านั้นเป็นจริงที่สุด ส่วนของคนอื่นนั้นไม่ใช่เรื่องถูกต้อง
แล้วถ้าผู้มีอำนาจควบคุมกำกับและดูแลการสื่อสารรู้ไม่หมดว่าจะวางแผนการสื่อสารอย่างไรให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้านการสื่อสารมาก แล้วประชาชนจะมีส่วนร่วมในการรับและส่งสารจะได้อะไร  
ตุลาคม 2555  เป็นหนึ่งปีนับแต่ในหลวงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะกรรมการทั้งหมด 11 ท่าน  ให้ทำหน้าที่กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)
ระยะหนึ่งปีที่ผ่านมา กสทช. ยังไม่ได้เห็นข้อมูลผู้ฟังวิทยุและผู้ชมโทรทัศน์จริงๆ ว่ามีพฤติกรรมอย่างไร  มีแต่การประมาณการจากข้อมูลดั้งเดิมและคำบอกเล่าที่ผ่านการคาดหมาย  ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการผิดพลาดในการตัดสินใจต่างๆ รวมไปถึงการตัดสินคดีความเกี่ยวกับวิทยุและโทรทัศน์ด้วย        
ที่ผ่านมาสำนักงานสถิติแห่งชาติ  เคยสำรวจโครงสร้างผู้รับสารวิทยุ โทรทัศน์ และอินเตอร์เน็ท   ด้วยระบบสอบถามที่ควรจะเป็นงานวิจัยเชิงปริมาณที่สุ่มตัวอย่างสำรวจทุกหมู่บ้านเป็นรายปี  แต่พบว่ารายงานการสำรวจสำนักงานสถิติฯ ครั้งสุดท้ายจัดทำขึ้นเมื่อ 2551  
ต่อจากนั้นสำนักงานสถิติฯ สำรวจโครงสร้างผู้รับสารอิเล็คทรอนิกส์ไปพร้อมๆ กับการสำรวจอื่นๆ แต่ถึงวันนี้ (2555) มีเพียงรายงานด้านคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ ยังไม่เห็นรายงานการสำรวจด้านวิทยุและโทรทัศน์ 
            บริษัท เอจีบี เนลสัน มีเดีย รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด  เป็นบริษัทข้ามชาติที่บริษัทตัวแทนโฆษณาระดับนานาประเทศเชื่อถือจัดทำการสำรวจทั้งวิทยุและโทรทัศน์  โดยพัฒนาโครงสร้างการสำรวจผู้ชมจากสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติ  และปรับปรุงโครงสร้างครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนสิงหาคม  2553  
เนลสันฯ ทำการสำรวจเฉพาะผู้ฟังวิทยุเอฟเอ็มกระแสหลัก ด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างจำนวนน้อย ด้วยวิธีการสอบถามแต่ละเดือนและนำคำตอบมารวมกับเดือนก่อนหน้าอีก 11 เดือน  เพื่อหาคำตอบจำนวนผู้ฟัง   
ปัจจุบันบริษัทโฆษณาระดับนานาชาติใช้ข้อมูลการสำรวจผู้ชมอ่านพฤติกรรมการเปิดโทรทัศน์ระบบอนาล๊อคที่รับชมผ่านทางเสาอากาศ 6 ช่อง   ประกอบการวางแผนสั่งซื้อโฆษณาเพราะเป็นรายงานที่เชื่อถือได้จากมาตรวัดผู้ชมอัตโนมัติ (People Rating) 1,300 เครื่อง  ที่เนลสัน ส่งออกไปติดตามบ้านผู้ชม
ส่วนงานสำรวจผู้ชมโทรทัศน์ที่รับชมผ่านทางจาน(ดาวเทียม)และสาย(เคเบิล) ทั้งประเภทเรียกเก็บเงินและไม่เก็บเงินรายเดือนกว่า 300 ช่อง  เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถนำไปวางแผนอะไรได้มากนัก  เพราะเนลสันใช้มาตรวัดผู้ชมอัตโนมัติจำนวนที่จำกัดเพียง 600 เครื่อง  และจะเพิ่มมาตรวัดมากกว่านี้ได้ก็ต่อเมื่อมีรายได้มากพอ
ประกอบกับพฤติกรรมการชมโทรทัศน์ผ่านเสาอากาศกับผ่านจานและสายต่างกัน  เนื่องจากโทรทัศน์ผ่านเสาอากาศ 6 ช่อง  จัดรายการสำหรับ มวลชน ซึ่งผู้ชมใช้รีโมทปรับเปลี่ยนช่องไปมาเฉลี่ยวันละ 50-60 ครั้ง 
ส่วนโทรทัศน์ผ่านจานและสายจัดรายการสำหรับ ผู้ชมเฉพาะกลุ่ม ซึ่งผู้ชมมีรีโมทก็จริง  แต่ไม่ค่อยได้เปลี่ยนช่อง  หรือเปลี่ยนก็จะเปลี่ยนเป็นรายการประเภทเดียวกัน  เช่น  กลุ่มผู้ชมที่ชมข่าวก็เปลี่ยนช่องไปชมช่องข่าว  จนกว่าลูกจะมานั่งชมด้วยก็จะเปลี่ยนไปเป็นรายการบันเทิงอื่นๆ หรือการ์ตูน
บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด เป็นบริษัทจัดระบบช่องทางการรับชมและจำหน่ายจานรับสัญญาณดาวเทียม  ใช้ระบบฝังชิพอ่านสัญญาณติดตั้งไปกับกล่องจัดช่องทางการรับชม  และส่งรหัสตรงให้เจ้าของช่องและบริษัทโฆษณา  สำรวจข้อมูลผู้ชมได้ทางคอมพิวเตอร์และไอแพด  แต่เป็นจำนวนผู้ชมโทรทัศน์ที่พีเอสไอ บริการเท่านั้น 
จากโครงสร้างการรับสารอิเล็คทรอนิกส์ของประชาชนในประเทศไทยที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  จำเป็นต้องมีผลรายงานโครงสร้างการรับและส่งสารให้ทันกับนวัตกรรมเทคโนโลยีของแต่ละปี  แต่ปรากฏว่าไม่เห็นรายงานโครงสร้างวิทยุและโทรทัศน์มา 4 ปีแล้ว  ต่างจากพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์  คอมพิวเตอร์  และอินเตอร์เน็ท  ซึ่งมีข้อมูลการสำรวจจนถึงปี 2554     
ดูผิวเผินก็จะเห็นว่าเป็นผลประโยชน์เฉพาะกิจการวิทยุและโทรทัศน์ประเภทธุรกิจ  ที่ใช้เพื่อการวางแผนโฆษณา  แต่ถ้าพิจารณาให้รอบด้านจะเห็นว่าเป็นประโยชน์ทั้งฝ่ายผู้ประกอบการโดยตรง  อุตสาหกรรมต่อเนื่อง  และน่าจะเป็นข้อมูลที่มีค่าสำหรับองค์กรที่มีหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ กำกับ ดูแล และควบคุมการสื่อสารโดยตรงอย่าง กสทช. 
            เชื่อว่าการกำหนดแผนแม่บทและการกำหนดระเบียบปฎิบัติจะมีความชัดเจนมากกว่านี้  ถ้ามีข้อมูลพฤติกรรมการรับฟังวิทยุและรับชมโทรทัศน์ทีทันกับการเปลี่ยนแปลง ไม่คลุมเครือเหมือนตัวเลขการคาดการณ์หยาบที่ไม่เสถียรดังเช่นทุกวันนี้   
             หาก กสทช. วางแผนการทำการสำรวจโครงสร้างและพฤติกรรมของผู้รับสาร  อย่างน้อยปีละครั้งและประกาศให้ทราบทุก ๆ ปีไป  โดยเริ่มต้นวันนี้และกำหนดเสร็จให้ทันวันครบรอบกำเนิด 2 ปี กสทช. วงการวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคมก็คงจะได้เห็นรายงานที่ กสทช. รับผิดชอบฉบับแรก  เป็นของขวัญในเดือนตุลาคม 2556 
กิจการวิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคม  จะได้มีข้อมูลหลักในการตัดสินใจทั้งด้านการวางแผน การดำเนินการ ได้รอบคอมมากกว่าตาบอดคลำช้าง เพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้มีส่วนร่วมและมีโอการับและส่งสารโดยสะดวก เสรี และเป็นธรรม 
ประเทศไทยจะได้มีประชาชนที่แข็งแรงในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข   ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น