ซื้อโฆษณาอย่างไร
ในโทรทัศน์ดาวเทียม
ในยุคแรกๆ
มีเอเจนซีบางแห่ง แจ้งความต้องการเข้ามาว่าเขาอยากจะลงโฆษณาผ่านทางทีวีดาวเทียม
โดยประสานงานผ่านมาทางกลุ่มเคเบิลทีวี แต่สิ่งที่จะทำให้พวกเขาตัดสินใจได้
คือ เรตติ้ง หมายความว่า
พวกเราต้องมีภาพให้เห็นว่ามีคนดูเท่าไหร่ การวัดเรทติ้งจึงเกิดขึ้น ถามว่าเราเลือก
Nielson
หรือเปล่า? เราไม่ได้เลือก
แต่บังเอิญว่าเอเจซีโฆษณาในต่างประเทศเขาเชื่อถือเจ้านี้ ตอนนั้นเรา 20-30 ราย
ร่วมกันออกค่าใช้จ่ายซึ่งก็มีการต่อรองราคากันพอสมควร
สรุปว่าสามารถ ติดตั้งอุปกรณ์วัดเรตติ้งในบ้านของผู้ชมเคเบิลท้องถิ่น
ได้ 100 บ้าน เราก็ถามว่า 100 บ้านนี่ความผิดพลาดจะมากไหม ทีแรกก็บอกไม่มาก
แต่พอตอนหลังผลที่ออกมากลับมากพอสมควร มีค่า error ประมาณ
36.4%
ต่อมามีการเพิ่มกลุ่มตัวอย่างโดย
ติดตั้งอุปกรณ์วันเรตติ้งในบ้านของผู้ชมผ่านจานรับสัญญาณดาวเทียมอีก 100
บ้าน รวมเป็น 200 บ้าน ก็ยังมีค่า error อยู่ที่ 25-26%
ซึ่งก็ยังไม่น่าจะวัดอะไรอย่างละเอียดได้
คงเป็นเพียงแนวทางให้รู้ว่าน่าจะมีคนดูช่องไหนเท่าไหร่
จากนั้นเราก็มาบ่างประเภทของรายการออกเป็น
6 ประเภท คือ 1.ข่าว 2.สาระบันเทิง 3.บันเทิง 4.เด็กและเยาวชน
5.ภาพยนตร์/ซี่รี่ส์ 6.เพลง จากการที่เราได้ทำการแบ่งรายการออกเป็นประเภทแล้ว
ผลข้อมูลการสำรวจพบว่า รายการข่าวมีคนดูลดลง แต่ช่องที่โดดเด่นขึ้นมาคือ
ช่องเพลง เราก็พอจะหาคำตอบได้ว่า ในช่วงที่มีการถ่ายทอดสดการชุมนุมก็จะมีผู้ชมช่องข่าวเป็นจำนวนมากทั้งช่องเสื้อแดงและช่องเสื้อเหลือง
พอหลังจานบ้านเมืองสงบเรียบร้อยลง คนก็เริ่มที่จะดูหนังฟังเพลงกันมากขึ้น
เพราะฉะนั้นเรื่องของสถานการณ์ก็สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อการลงโฆษณาได้เช่นกัน
ถ้าถามว่าเขาจะมาซื้อเวลาดาวเทียมอย่างไร
และซื้อช่องไหนดี ผมว่าวิธีการซื้อมันไม่ยาก
แต่วิธีการตรวจสอบมันไม่ค่อยง่ายโดยน่าจะต้องดูที่
1.กลุ่มอายุของคนดู
2.รายได้
3.ราคาค่าโฆษณา
หารด้วยอัตราผู้ชม
ทำให้น่าจะพอรู้ว่าควรจะเลือกช่องไหน
แต่บางทีรายการที่ถูกที่สุดอาจเป็นรายการที่ไม่ชอบ เช่น อยากจะลงข่าว
แต่รายการที่ถูกที่สุดเป็นรายการเพลง แต่จากการที่เรา แบ่งประเภทรายการออกเป็น
6 ประเภท จึงมีส่วนช่วยให้สามารถเปรียบเทียบและตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้น
แต่ถ้าดูในทีวีดาวเทียมแต่ละช่อง
จะเห็นว่าสินค้าส่วนใหญ่มักจะเป็นโฆษณาให้โทรกลับ
เพราะสินค้ากลุ่มนี้ไปลงฟรีทีวีก็คงไม่ไหว
เพราะเป็นสินค้าที่ไม่มีวางขายตามท้องตลาดทั่วไปส่วนใหญ่จะใช้ทีวีดาวเทียมกัน
วิธีการตรวจสอบว่าของใครดีกว่าของใครก็มีอยู่หลายวิธีเช่น
1. Cost per Call แยกนับจำนวนที่คนโทรเข้ามาจากทีวีแต่ละช่อง
แล้วเอาไปหารค่าโฆษณาที่จ่ายให้ช่องนั้น
ก็จะทราบว่ากว่าคนจะโทรเข้ามาต้องเสียค่าโฆษณาโทรละเท่าไร
2. Cost of Acting นับจากจำนวนคนที่โทรเข้ามาจากช่องไหนแล้วสนใจที่จะซื้อสินค้า
แล้วเอาไปหารกับค่าโฆษณาที่จ่ายให้ช่องนั้นเช่นกัน
ก็จะทราบว่าต้องเสียค่าโฆษณาให้คนสนใจซื้อหัวละเท่าไร
3. Cost of
Efficiency นับจากจำนวนคนที่โทรเข้ามาสนใจและซื้อสินค้าจากช่องไหนแล้วเอาไปหารกับค่าโฆษณาที่จ่ายให้ช่องนั้น
ก็จะทราบว่ากว่าจะขายได้ใช้เงินโฆษณากับช่องนั้นไปเท่าไร
และคุ้มกับกำไรที่ขายสินค้าไปหรือไม่
เจ้าของสินค้าถ้ามีเงินน้อยก็ต้องมีความละเอียดสักหน่อย
หากเจ้าของสินค้าเจ้าใดมีความสงสัยในระบบทีวีดาวเทียม สามารถติดต่อเข้ามาหาเราได้
ทางสมาคมฯพร้อมที่จะให้คำปรึกษาอยู่เสมอ
อีกเรื่องหนึ่งที่เรากำลังทำอยู่คือ
เว็บไซต์ ชมรายการของสมาชิก ซึ่งจะมีสมาชิกของสมาคมฯ จำนวน 67 ช่อง
รายการอยู่ในนี้ทั้งหมด เมื่อคุณเข้าเว็บไซต์นี้ คลิกได้เลยว่า อยากดูข่าว ฟังเพลง
ดูหนัง ดูละคร หรือการ์ตูน ฯลฯ จะมีทั้งรายการสด หรือย้อนหลัง
ในขณะที่มีคนดูเราก็จะมีตัวเลขขึ้นเลยว่าขณะนี้มีคนเปิดช่องไหนอยู่
ซึ่งมันคงยืนยันอะไรบางอย่างได้อีกทาง
เรียกว่าพอจะรู้สิ่งที่อยู่ในใจของคนดูรายการและลูกค้าว่า เปิดมาปุ๊บ
ต้องเข้าอันนี้ก่อนเลย เรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ และตอนนี้เรากำลังดูอยู่ว่าจะทำอะไรเพิ่มมากกว่านี้ได้อีกหรือไม่
เข้าใจว่าภายในสิ้นปีเว็บไซต์นี้คงจะเสร็จ
ถามว่าทำไมเรามุ่งไปที่
เว็บไซต์ ก็คงตอบได้ว่าคนที่บริการ Platform มีอยู่หลายรายแล้ว เช่น PSI, IPM, DTV ถ้าสมาคมฯ
ไปทำในสิ่งที่เขาทำแล้วก็ไม่น่าทำ เราเลยมองไปถึงอนาคต แม้ว่าใจขณะนี้มีคนทำ เว็บไซต์
แบบนี้อยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่ได้เอาช่องรายการของเราใส่ไว้ครบทุกช่อง
เขาจะเน็นที่ฟรีทีวี สามารถที่จะดูย้อนหลังอย่างไรก็ได้
แต่ดาวเทียมดูย้อนหลังไม่ได้ สำหรับที่เราจะทำจะดูดาวเทียมย้อนหลังได้ทุกช่อง
ที่เราคิดว่าสิ่งนี้คืออนาคตเพราะมีเหตุผลหลายประการ
1.
เราเชื่อว่าความเร็วของอินเตอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้และถูกกว่านี้
ถูกขนาดเรียลไทม์ไม่สะดุด แล้วทางบ้านยังสามารถดูทีวี 24 ชั่วโมงได้
2.
เราเชื่อว่าบ้านทีมีคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
และผมก็เชื่อว่าอาจจะเกิน 50% ภายในเวลา 5 ปีนี่เอง
ยิ่งทางรัฐบาลต้องการให้ประชาชนเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ทุกบ้านที่มีเด็กเรียนหนังสือจะต้องมีคอมฯ ราคาคอมพิวเตอร์เองก็จะถูกลง
อย่างที่เขาทำไปให้ประเทศแถวแอฟริกา แค่สามสี่พันบาทเท่านั้นเอง
3.
มีคอมพิวเตอร์อย่างเดียวมันดูไม่ได้ ต้องมีโปรเจคเตอร์ด้วย
สามสี่ปีที่แล้วราคาเป็นแสน แต่เดี๋ยวนี้เหลือหลักหมื่น
แต่ถ้าคุณดูเทคโนโลยีของโปรเจคเตอร์ในอนาคนอาจเหลือหลักพันด้วยซ้ำ
เมื่อลองรวมทั้งสามข้อแล้วอาจเหลือไม่ถึงห้าพัน
คุณไม่จำเป็นต้องมีทีวีแล้วจะเอาจอกี่นิ้ว ฉายเข้าผนังก็ได้ ใหญ่เท่าไหร่ก็ได้ นี่คืออนาคตที่ผมมอง
ถามว่าอีกนานไหม?
ผมว่าให้ล้มประมูล 3G ไม่รู้กี่ครั้งก็ไม่เกินห้าปี
อย่างไรก็ต้องเกิดจะช้าจะเร็วเท่านั้นเอง เว็บไซต์
ที่เราคิดก็เพื่อมารองรับทีวีอนาคต
เมื่อถึงวันนั้นคุณจะสามารถรับชมได้ทุกช่องที่เป็นสมาชิกครับ
(ตารางรายชื่อช่องรายการที่เป็นสมาชิกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม
(ประเทศไทย) ข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2553
รวมสมาชิกทั้งหมด 65 ช่องรายการ
สมาชิกสามัญ 40 ช่องรายการ
สมาชิกวิสามัญ 25 ช่องรายการ
รอพิจารณา 2
ช่องรายการ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น