วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

ปัญหาลิขสิทธิ์, เวลาโฆษณา และความคิดเห็นกรณีการปิดสื่อ


ปัญหาลิขสิทธิ์, เวลาโฆษณา และความคิดเห็นกรณีการปิดสื่อ

ปัญหาลิขสิทธิ์
สมาคมฯ มีการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับบางอย่าง เช่นคำว่า อุปนายก เดิมทีเราเรียกว่า อุปนายกเฉย ๆ แต่ขณะนี้เราจำกัดความ อุปนายกว่า คนหนึ่งต้องเป็นตัวแทนกิจการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมประเภทเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์ อีกคนหนึ่งต้องเป็นตัวแทนกิจการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ประเภทไม่เรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์ เพราะการตัดสินใจของคนสองกลุ่มจะต่างกัน กลุ่มที่ไม่เรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์จะพยายามให้สมาคมฯ ทำอย่างไรก็ได้ให้กลุ่มจานและเคเบิลรับเรามากที่สุด แต่กลุ่มที่เรียกเก็บก็จะพยายามทำอย่างไรก็ได้ให้เก็บค่าลิขสิทธิ์ได้มากที่สุด
หลายคนโทรเข้ามาแจ้งว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้น ทางเราก็บอกว่าถ้าคุณคิดว่าใครละเมิดก็ให้ทำหนังสือมาถึงสมาคมฯ ยกตัวอย่างเรื่องของภาพยนตร์ ตามประสบการณ์ที่เราเจอมา บางทีก็ละเมิดจริง บางทีก็มีลิขสิทธิ์หลายคนจนไม่รู้ว่าเป็นของใคร บางทีไปซื้อมาจากคนหนึ่งแต่อีกคนบอกเป็นเจ้าของ สิ่งหนึ่งที่พวกที่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องไม่ลืมว่าเมื่อก่อนพวกคุณไม่เคยจดกัน คนเป็นผู้อำนวยการสร้างก็คิดว่าตัวเองมีลิขสิทธิ์ สร้างเสร็จแล้วมีคนมาซื้อไปเขาก็คิดว่าเขาก็มีลิขสิทธิ์ เพราะคุณยังไม่กำหนดในเรื่องของเวลา นอกจากนี้ในนั้นยังมีเรื่องของดนตรี ตัวประกอบ หรือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อีก เรื่องนี้ใครจะมาอ้างลิขสิทธิ์ก็สามารถพูดได้ แต่ไม่อยากให้พูดเพื่อทำลายกัน มีจริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่ถ้าคุณมาพร้อมหลักฐานจดทะเบียนก็โอเค แต่ทุกวันนี้เราได้รับแต่ข่าวสาร วันหนึ่งบอกคนนี้เป็นเจ้าของ อีกวันบอกคนนั้นเป็นเจ้าของ ทางสมาคมฯ อยากทำเรื่องนี้ให้กับสมาชิกทุกราย เราไปละเมิดลิขสิทธิ์ของใครก็ขอให้บอก แต่ต้องลิขสิทธิ์จริงนะครับ คนที่บอกมีลิขสิทธิ์ต้องมีจริง ไม่ใช่มีลิขสิทธิ์สามคนเราต้องจ่ายทั้งสามคนก็แย่
            ส่วนพวกที่ไม่เรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์เขาก็จะบอกว่าโอเค ขณะนี้พวกเคเบิลเขาจะไปรวมตัวกัน 16 -17 ช่อง มีการพูดกันว่าช่องใดที่ไม่ขึ้นเขาจะมีการให้ลิขสิทธิ์ไปออกอากาศ มีหลายคนโทรไปหาสมาชิกเราวุ่นไปหมด สมาคมเลยตัดสินใจว่าตกลงให้คุณเขียนมอบฉันทะให้สมาคมฯ เป็นผู้จัดการ สมาคมฯ จะจัดการให้เช่น บริษัทเคเบิลเชียงใหม่, สงขลา หรือที่ไหนก็ตามขอลิขสิทธิ์ แต่ไม่อยากไปขอครั้งหนึ่ง 80 ช่องทำอย่างไร ขอมาที่สมาคมฯ ตอนนี้เรากำลังรวบรวมเรื่องนี้ให้สมาชิกแต่ละคน อย่าง ASTV ต้องการให้คุณออกของเขา 1 ช่องไม่ได้คุณต้องออกหมดทุกช่อง MVTV ต้องการให้คุณออก 3 ช่องไม่อย่างนั้นอย่าออก ช่องภาพยนตร์ต้องการให้คุณจ่ายไม่งั้นห้ามออก เราก็จะส่งไปให้เขาดูว่าคุณจะเอาอะไรบ้าง ทำสัญญากับสมาคมฯ คนเดียวแล้วคุณก็ทำตามนั้น จบ แต่เราจะไม่เป็นคนไปบอกว่าเราจะทำอย่างโน้นอย่างนี้ สมาคมฯ เป็นแค่เลขาให้ อำนวยความสะดวกให้กับสมาชิก แทนที่คุณมาถึงจะต้องไปหาเจ้าของลิขสิทธิ์ 10 คน 20 คน ให้เข้ามาสมาคมฯ ทีเดียว One Stop Service ครับ
            พวกที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ก็เหมือนกัน มาที่สมาคมฯ คุณอยากจะทำอะไรให้บอกเรา
            อีกเรื่องที่น่าสนใจคือถ้าย้อนกลับไปพ.ศ. 2525 ที่ผ่านมามีแค่สมาคมเคเบิลสมาคมเดียวในประเทศไทย ต่อมาก็มีสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมของเรา หลังจากนั้นก็มีสมาคมผู้ประกอบการเคเบิลอีกอันหนึ่ง ขณะนี้มีชมรมผู้ค้าจานดาวเทียมขึ้นมาอีก ถามว่าเมื่อก่อนมีหนึ่งเดียว ทำไมเดี๋ยวนี้เป็น 3 เป็น 4 เราคงต้องมาทำความเข้าใจกันให้ชัดก่อนว่า สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม คืออะไร คนยังเข้าใจผิดกันมาก โทรทัศน์ดาวเทียมคือโทรทัศน์ที่เราทำรายการขึ้นดาวเทียมไปรอคุณ ส่วนจะลงไปที่ไหนอย่างไร เราบริหารตรงนี้อยู่ ส่วนเคเบิลรับจากดาวเทียมขาลงไปแจกตามบ้าน คนละเรื่องกับเราบางคนคิดว่าอันเดียวกัน ตรงนี้มี 2 สมาคม ผู้ค้าจานเขาเป็นชมรม คือรับสัญญาณจากเราไปให้บ้านตัวเอง แต่คนไม่เข้าใจบอกว่ามีคู่แข่ง เราบอกเราไม่ได้แข่งกับใครเลย เราคือคนทำรายการขึ้นดาวเทียมแล้วลง ส่วนคนอื่นเอารายการขาลงไปแจกทางบ้าน ต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย

เวลาในส่วนของการโฆษณา
การตีความกฎหมาย พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและประกอบกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ผ่านออกมาแล้ว แต่มันไม่ค่อยชอบมาพากล เพราะว่ามันมีอยู่ 2 มาตราคือ
มาตราที่ 23 (4) กำหนดให้ฟรีทีวีสามารถโฆษณาได้ไม่เกินชั่วโมงละ 12 นาทีครึ่ง โดยเมื่อรวมเวลาตลอดทั้งวันเฉลี่ยแล้วต้องไม่เกินชั่วโมงละ 10 นาที
อีกมาตราคือมาตราที่ 28 (5) กำหนดให้โทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ มีการบอกรับสมาชิกหรือเรียกเก็บค่าบริการ สามารถโฆษณาได้ไม่เกินชั่วโมงละ 6 นาที โดยเมื่อรวมเวลาโฆษณาและบริการธุรกิจตลอดทั้งวันเฉลี่ยแล้วต้องไม่เกินชั่วโมงละ 5 นาที
คำถามที่ 1 พ.ร.บ.นี้ทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 47 ซึ่งบอกว่าคลื่นความถี่เป็นของชาติ ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อดูแลความถี่ แต่อันนี้บอกว่ากำหนดให้โทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ แล้วมันตรงกันรึเปล่า ผมก็สงสัยในการตีความ ยังไม่พอ ในรัฐธรรมนูญเขียนว่าคลื่นความถี่เฉยๆ แต่ใน พ.ร.บ.เขียนว่าคลื่นความถี่หมายถึงคลื่นวิทยุหรือคลื่นแฮรตเซียน ซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่ต่ำกว่า 3 ล้านเมกะเฮิรตซ์ลงมา ที่ถูกแพร่กระจายในที่ว่างโดยปราศจากสื่อนำที่ประดิษฐ์ขึ้น เราก็ชักสงสัยต่อว่า เขาเขียนว่าคลื่นความถี่ คลื่นความถี่เป็นของชาติ แล้วทำไมต้องบอกว่าคลื่นความถี่แปลว่าอะไร ถ้าสมมุติว่ามีคนหัวดีมากๆ หรือว่าเทคโนโลยีมันไปถึงแล้ว เขาไม่ใช้คลื่นนี้แล้วเขาใช้คลื่นอื่นล่ะ
ผมตั้งข้อสังเกตไว้ 2 จุด จุดแรกไม่ใช้คลื่นความถี่ สองคือคลื่นความถี่ของคุณทำไมคุณไปจำกัด แล้วในรัฐธรรมนูญมาตรา 47 ที่บอกให้ดูแลคลื่นความถี่ เขาบอกไว้ด้วยว่าการดำเนินการตามวรรค 2 ต้องคำนึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคง....และการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม รวมทั้งต้องจัดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการสื่อมวลชนสาธารณะ
คำว่าเสรีและเป็นธรรม มันไปพูดตรงกันข้ามกับที่เขียนไว้ใน พ.ร.บ. มาตรา 23 บอกว่า 12 นาทีครึ่ง แต่มาตรา 28 บอกให้ 5 นาที ทำไมแข่งขันไม่เป็นธรรมล่ะ คือมันมีแง่มุมเยอะแยะไปหมด บอกว่าต้องคำนึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ก็ไปแบ่งว่า ทีวีวิทยุประเภทนี้เป็นการค้า ประเภทนี้เป็นของชุมชน ผมอยากรู้ว่าทีวีวิทยุที่ให้ความรู้ ที่เป็นของชุมชน จะมีใครชม เขียนกฎหมายมาไม่ให้คนดู ยิ่งคนระดับที่สนใจละคร สนใจตลก เขาก็จะดูแต่ของการค้า ในเมื่อเขาจะดูแต่ของการค้า แล้วคุณจะไปส่งเสริมความรู้ให้เขาได้อย่างไร ในเมื่อคุณเอาไปไว้คนละช่อง มันตอบโจทย์อะไรบ้าง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่ผ่านมาคนมีความรู้ทั้งนั้นที่ทำ ใช้ข้อมูลจากการ Research แบบไหน แต่มันไม่ใช่แน่ๆ
ย้อนกลับไปตรงที่บอกว่าถ้ามีคลื่นความถี่ให้12 นาทีครึ่ง ถ้าไม่ใช้คลื่นความถี่ให้ 5 นาที ผมถามว่าแล้วโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมมันไปอยู่ตรงไหน ใช้คลื่นความถี่ให้12 นาทีครึ่ง หรือไม่ใช้คลื่นความถี่ให้ 5 นาที ก็ได้รับคำตอบมาว่าอยู่ใน 5 นาที ผมก็ย้อนกลับไปอีกว่าเวลาคุณคิดเรื่องนี้ใครคิด ก็มีพวกฟรีทีวีกับพวกเคเบิลทีวีคิด แล้วพวกเราไม่ได้เข้าไปคิดด้วย พวกเราเป็นโทรทัศน์ดาวเทียมที่ไม่มีรายได้เหมือนพวกเคเบิล แต่เรามีรายได้เหมือนฟรีทีวี แล้วตกลงให้เราทำตัวอย่างไร เขาก็บอกให้เราอยู่กับพวกเคเบิล
ผมไม่เข้าใจว่าทำไมขณะนี้ต้องมาคิดว่าโทรทัศน์ต้องมีโฆษณาเท่านั้นเท่านี้นาที โอเคอาจเกี่ยวกับเรื่องคุ้มครองผู้บริโภค ที่บอกว่าถ้ามีโฆษณา 15 นาที 20 นาที เอาเปรียบพวกเขามาก นั่นมันความคิดยุคดึกดำบรรพ์ ก่อนที่จะมี Satellite TV มีทีวีเพียง 4 ช่องไม่ใช่ 6 ช่อง แล้วทีวี 4 ช่องก็มีคนดูละครเยอะ ละครทำมา 30 นาที โฆษณา 30 นาที ถึงมีคนร้องเรียน ต่อมาไปถ่ายทอดฟุตบอลต่างประเทศ ดันมาโฆษณาระหว่างเวลาที่เตะ ก็ห้ามโฆษณานู่นนี่นั่น มันก็กลายเป็นอันนี้โฆษณาได้ 12 นาทีครี่งเพราะมีให้ดูแค่ 4 ช่อง แต่วันนี้มี 80 ช่อง คุณไม่ดูช่องนี้คุณก็ดูช่องอื่นได้นี่
ถ้าเราไปดูประเทศอื่น ๆ ซึ่งไม่รู้ว่าประเทศเหล่านี้จะเจริญหรือด้อยกว่าเรา อย่างเช่นออสเตรเลีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย เขาไม่จำกัด สิงคโปร์ให้ 14 นาที จีนให้เฉลี่ยต่อวัน12 นาทีครี่ง ไพรม์ไทม์ให้ 9 นาที มาเลเซีย เกาหลีใต้ ใต้หวันให้ 10 นาที อินเดียให้ 10 นาทีบวกสปอตโปรโมชั่นอีก 2 นาที ไทย 5 นาที แล้วไม่รู้ว่าเจริญหรือด้อยกว่าเราที่ให้แค่ 3 นาทีคือ เวียดนาม ตกลงวันนี้คุณจะเดินตามประเทศอะไร คุณยังมีความคิดแบบประเทศไหน ถามว่าตรงนี้เราจะทำอย่างไร มติที่ประชุมของสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมแห่งประเทศไทย โหวตเป็นเอกฉันท์ไห้เราตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้ แล้วนำเรื่องนี้ไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กแต่ไม่เล็กนะ

ความเคลื่อนไหวในสมาคมฯ
ขณะนี้สมาคมกำลังเดินไปด้วยดี แล้วก็มีสมาชิกเข้ามาเพิ่มขึ้น จากเดิม 48 ช่องเป็น 55 ช่อง ซึ่งการรับเพิ่มขึ้นมาต้องมีการพิจารณาเป็นเดือน ๆ เดิมทีการจะรับสมาชิกเพิ่มต้องมีมติเป็นเอกฉันท์ แต่มีคนขอให้เป็นสองในสามได้ไหม เพราะไม่ต้องการให้ใครมาแกล้งใคร ก็โอเค โหวตผ่านตรงนี้ไป นี่คือข่าวคราวของทางสมาคมฯ ว่ากำลังทำอะไรอยู่บ้างครับ
เราคุยกันในสมาคมฯ ว่าเราจะทำเว็บของเรา เอาช่องต่างๆ มาบรรจุไว้ในนี้ คุณเปิดเว็บ STAT คุณจะเห็นหน้าของสมาคมฯ จะมีข่าว สังคม บันเทิงอื่นๆ ถ้าคุณคลิกเข้าไปที่ข่าว คุณจะเห็น Nation, NEWS1, Spring News คุณจะดูอะไรคุณแค่คลิกเข้าไป การเข้าไปดูจะมี 2 แบบ แบบที่ 1 เป็นรายการแบบที่เขาทำไว้แล้ว มี Server อยู่แล้ว มันก็วิ่งไปหารายการเขาเลย แบบที่ 2 สำหรับคนที่ยังมีทุนน้อยอยู่ ก็สามารถใช้ Server ของเราได้ ก่อนที่เราจะทกได้มีการคุยให้สมาชิกฟัง แล้วถามสมาชิกว่าจะทำไหม มติออกมาว่าทำ แต่ขอให้มีรายละเอียด ซึ่งเรากำลังรวบรวมรายละเอียดอยู่ จะใช้เครื่องมือของ TOT หรือทำอย่างไร ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่
เพราะฉะนั้นสมาชิกใหม่หรือสมาชิกเก่า ถ้าคุณเป็นสมาชิกเรา คุณเป็นส่วนหนึ่งที่มาใช้เทคโนโลยีอันนี้ได้ เพื่อรองรับอนาคต ถามว่าต้องจ่ายเงินไหม ต้องจ่ายครับ เพราะทุกอย่างมันต้องใช้เงิน แต่ว่าลองคิดดูถ้าคุณไปทำเอง คุณอาจจะเข้า ASTV คุณอาจจะเข้า Nation ได้ แต่คุณต้องไปหากันเอาเอง แต่ถ้าคุณเข้ามาที่ STAT เชิญเลือกได้เลย อันนี้เป็นแผนรองรับในอนาคตที่เราจะทำครับ
ความคิดเห็นเรื่องการปิดสื่อ
ข้อสงสัยในเรื่องของการปิด People TV หรือที่เคยพยายามจะปิด ASTV การเข้ามาควบคุมทำได้ไหม หลายคนหมายมั่นปั้นมือว่าทำได้ แต่ในมาตรา 29 ของรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะ เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน
การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่น เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะกระทำมิได้
หลัก ๆ คือ คุณเปิดวิทยุ คุณเปิดทีวี คุณจะพูดจะทำอะไรก็ได้ แต่คุณอย่าไปล้ำสิทธิคนอื่น สมมุติว่าพูดอะไรก็ตามแล้วคุณไปว่าคนอื่น จริงหรือเท็จก็ไม่รู้ มันไม่ได้ สมมุติว่าผมหนีทหาร ฟ้องกันแล้วมีหลักฐานแล้วมันไม่ใช่แล้วคุณก็พูดอยู่นั่นแหละ อันนี้ผมฟ้องได้ แต่เมืองไทยยังไม่เข้ม ถ้าเป็นต่างประเทศฟ้องกันล้มละลายตลอดชีวิตเลยนะ ทำให้ผมเสียหายร้อยล้านผมก็เรียกคุณสี่ร้อยล้าน เพราะอนาคตผมหมดคุณก็ต้องหมดด้วย ถ้าทำอย่างนี้คนก็จะไม่ไปละเมิดกัน แต่ทุกวันนี้มันละเมิดกันเป็นกิจวัตร แล้วไม่ออกกฎหมายประเภทนี้ให้มันแรง มัวแต่ไปปิดนี่ปิดนั่น มันทำคนละเรื่อง ความจริงแล้วสื่อก็คือสื่อ ปิดได้อย่างไร การเปิดโทรทัศน์ดาวเทียมต้องลงทุนเท่าไร คุณไปปิดได้อย่างไร ไปห้ามเขาได้อย่างไร พอคุณห้ามเมืองไทยเขาก็ไปออกที่ต่างประเทศ แต่คุณปิดเนื้อหาได้ คุณก็ฟ้องไปสิ เป็นราย ๆ ไป ASTV ก็เคยถูกฟ้อง คุณก็ทำแบบนั้นสิ สมมติว่าใครคนใดคนหนึ่งพูดถึงเรื่องคุณมากแล้วมันเป็นเท็จ คุณก็ไปฟ้องศาลว่าให้ไอ้หมอนี่หยุดพูด ศาลเห็นว่าเป็นการทำลายคุณอย่างเดียวเขาก็สั่งให้หยุดพูด แต่ถ้าเขาเห็นว่าคุณทำเหมือนที่เขาพูด เขาก็ให้พูดต่อ เรื่องอย่างนี้เคยทำมาแล้ว แล้วทำไมไม่ใช้ หรือใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคก็ได้ การกล่าวเท็จทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ ติดคุกด้วย มันมีกฎหมายอยู่แล้ว ฉันจะต้องคุมทั้งหมด ก็แปลว่าต่อไปนี้ประชาชนก็ไม่ต้องรู้ไม่ต้องเห็นอะไร คุณทำอย่างนี้กับช่อง 3, 5, 7, 9, 11, และ TPBS ยังไม่พอเหรอ ทำไมทุกวันนี้คนถึงได้หนีทีวีที่มีสัมปทาน ที่พอทำผิดสัมปทานก็อาจถูกยึดสัมปทานได้ หันมาดูข่าวแบบ Nation มาดูข่าวแบบ NEWS1 มาดูข่าวแบบ Spring News ก็เพราะเขาคิดว่าเขามีเสรีภาพในการเสนอข่าวที่เป็นความจริง ถ้าเขาเสนอความเท็จ คุณปิดเลย แต่ไม่ใช่ไปปิดคลื่นนะ ต้องไปปิดปากคนพูด กฎหมายมีปิดไปเลย สารผิดต้องปิดที่สารไม่ใช่ไปปิดสื่อ
แล้วถามว่ามีกฎมีเกณฑ์อย่างไร ขณะนี้มีการศึกษาไว้แล้ว ผมเองก็ทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ในการศึกษาความเป็นวิชาชีพขององค์กรข่าว ผมทำไว้ 3 ขั้น แต่เมืองไทยคงไม่ถึง 3 ขั้นหรอก ขั้นที่ต่ำที่สุดคือคุณต้องรายงานข่าวเป็นภาวะวิสัย  หมายถึงไม่ฝักใฝ่ฝ่ายไหนและเป็นความจริง  ออกข่าวอย่างครบถ้วนรอบด้าน นี่คือขั้นต่ำสุด เรามาดูหลังจากนั้นมาคือ พูดความจริงให้หมดแต่ไม่จำเป็นต้องพูดให้หมดทุกความจริง แบบฟรีทีวี แต่เราว่าเขาไม่ได้เพราะเขาถูกสัมปทานครอบอยู่ เพราะฉะนั้นจะบอกให้เขาเป็นสื่อที่เป็นกลางไม่ได้ เพราะมันเป็นไม่ได้ เป็นได้แค่กระบอกเสียงให้คนใดคนหนึ่งหรือคณะใดคณะหนึ่งเท่านั้น หรือรัฐบาล
สิ่งที่เมืองไทยยอมให้กับฟรีทีวียอมได้ เพราะฉะนั้นก็ควรจะยอมคนอื่นได้แบบเดียวกัน แต่สิ่งที่ไม่ว่าจะฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่รัฐบาล หรือฝ่ายไหนก็ตามไม่สามารถจะยอมได้และไม่ควรยอม และควรจะปิดเลย ไม่ว่าจะใช้อำนาจศาลหรืออะไรก็ตาม ไม่ใช่ปิดสื่อนะครับ ต้องปิดสาร คือสารที่เป็นเท็จและทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายเสื้อแดง เหมือนที่บอกว่าคนโน้นคนนี้ไปยิง ยังไม่รู้เลยทุกวันนี้ยังจับไม่ได้เลยว่าใครยิงแล้วไปอ้างว่าคนโน้นคนนี้ยิงได้อย่างไร อย่างนี้ไม่ได้ เพราะทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ ไม่ว่าจะเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อขาว เสื้อหลากสี พูดไม่ได้ แล้วคุณยังจับไม่ได้ว่าใครยิง ถ้าจับไม่ได้แล้วคุณมาบอกว่าเสื้อแดงยิง เสื้อเหลืองยิง หรือทหารยิงได้ไหม คุณพูดได้แค่คาดว่าเท่านั้น สื่อที่พูดมากกว่านั้นควรจะถูกฟ้อง ฟ้องแล้วต้องเข้าคุกด้วย พอมี พ.ร.ก. ฉุกเฉินก็ได้อีกข้อคือทำลายความมั่นคง คุณใช้วิธีปิดสารได้แต่คนชอบไปเล่นสื่อ อย่างคุณมาสัมภาษณ์ ผมพูดเท็จแล้วคุณเอาไปเขียน ผมทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ แล้วคุณเอาไปเขียน มันก็แปลว่าสื่อคุณยอมออก แล้วไปปิดสื่อคุณเหรอ มันปิดไม่ได้ แต่เรียกร้องค่าเสียหายจากคุณได้ เราคิดแบบเล็ก ๆ ไม่ต้องไปคิดมาก กฎหมายมีไม่ใช้จะไปสร้างกฎหมายใหม่อยู่เรื่อย

อนาคตโทรทัศน์ไทย
หลายคนเคยถามผมว่าฟรีทีวีจะอยู่อีกนานไหม ด้วยเทคโนโลยีมันน่าไม่เกิน 10 ปี เอาอะไรมาพิสูจน์ ลองดูช่อง 3 สิ เขาพยายามต่อสัญญาแค่ 10 ปีเท่านั้น ทำไมเขาไม่ขอต่อมากกว่านั้นล่ะ เพราะถ้าอยากต่อเขาต้องอ้างลงทุนอย่างโน้นอย่างนี้ ขอต่ออีก 30 ปี เพราะเขารู้อีก 20 ปีไม่มีแล้ว เขาทำแค่ 10 ปีพอ 
เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าทีวีระนาบพื้นจะหมดภายใน 10 ปีนี้ ดูจากศักยภาพต่างๆ  ดูจากเทคโนโลยี มีคำถามต่อไปว่านั่นจะเป็นยุคเฟื่องฟูของโทรทัศน์ดาวเทียมใช่ไหม ผมว่าไม่นานนะ เพราะเดี๋ยวนี้พัฒนาการทางเทคโนโลยีมันเร็วเหลือเกิน ลองย้อนไปดูสมัยที่มีทีวีสีใหม่ ๆ เครื่องเป็นหมื่น ๆ ถ้าเทียบค่าเงินน่าจะเป็นแสน วันนี้ 3-4 พันก็ซื้อได้ หรือดูพวกเครื่องคอมพิวเตอร์สมัยก่อนราคาหลายหมื่น เดี๋ยวนี้ยิ่งดีขึ้นแต่ราคายิ่งลดลง ผมถามว่าเมื่อถึงตอนนั้นแล้ว ดาวเทียมที่จะเอาไปใช้สำหรับ Broadcasting มันจะไปเหลืออะไร อนาคตผมว่ามันมาเร็วมาก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น